หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 20

รถเข็นพาเพลิน

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
"บอกมาก่อนนะเจ้านาย ว่าแก2คนสมคบคิดอะไรกันอยู่!" หมอกหนาตวัดสายตาดุดันใส่เพื่อนสนิทตัวแสบที่ตอนนี้ทำเนียนก้าวถอยหลังไปหลบอยู่หลังแผ่นหลังกว้างของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปวิศวะที่ปลดกระดุมบนโชว์ไหปลาร้ากร้าวใจ ทัพฟ้ายืนกอดอกพิงชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์จนคนมองอยากจะพุ่งเข้าไปหยิกเนื้อสักทีให้หายหมั่นไส้ "โหน้องหมอก พูดจาให้เกียรติเกียรติยศความเป็นเพื่อนของผมด้วยครับ ผมกับพี่ทัพเราบริสุทธิ์ใจนะ... จริงไหมครับพี่ทัพ?" เจ้านายลอยหน้าลอยตาปฏิเสธแถมยังโยนเผือกแผ่นใหญ่ใส่คนที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว "อือ บริสุทธิ์ใจมาก... บริสุทธิ์ใจจนอยากจะพาไปเดินซื้อของเข้าหอด้วยกันทุกวันนี่แหละ" ทัพฟ้าตอบหน้าตาย น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววหยอกเย้าที่ทำเอาอุณหภูมิบนใบหน้าของคนฟังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ หมอกหนายกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนที่เริ่มร้อนผ่าวของตัวเองอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบตบเบาๆ เรียกสติแล้วเชิดหน้าขึ้นทำเป็นเก่งใส่ "ใครจะไปเดินกับนาย ทัพฟ้า! นี่มันแผนลักพาตัวชัดๆ หลอกฉันมาห้างแล้วบอกว่าให้มาช่วยเลือกของ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าฉันต้องมาเป็นเบ๊เข็นรถเข็นให้พวกนายเนี่ยนะ!" "เอ้า ก็พี่บอกแล้วไงว่าน้องหมอกตัวเล็ก แรงน้อย เดี๋ยวช่วยถือของแล้วจะช้ำหมด ให้พี่ดูแล... เอ้ย ให้รถเข็นคันนี้ดูแลไม่ดีกว่าเหรอครับ?" "หยุดเลยนะ! เลิกหยอดสักวันมันจะลงแดงตายหรือไงเล่า!" หมอกหนาแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าฮึดฮัดเหมือนแมวโดนเหยียบหางจนเจ้านายที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ ต้องแอบอมยิ้มขำกับความแพ้ทางแบบไม่เคยตกฟากของเพื่อนสนิท รถเข็นคันใหญ่สีเงินวาววับจึงตกเป็นภาระของเด็กนิเทศฯ หน้าหวานจำยอมต้องเดินเข็นตามหลังร่างสูงที่ทำทีเป็นเดินตรวจเช็กชั้นวางขนมขบเคี้ยวอย่างกับมาเดินตรวจงานในบริษัท บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความวุ่นวายสไตล์คู่กัดที่คนเดินผ่านไปผ่านมาอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองด้วยความเอ็นดู "หยุด! ทัพฟ้า ยืนนิ่งๆ สิ จะหยิบอะไรนักหนาเนี่ย รถเข็นจะรับน้ำหนักไม่ไหวอยู่แล้วนะ!" หมอกหนาโวยวายเบาๆ เมื่อเห็นคนตัวโตโยต็อกโกแลตนำเข้ายี่ห้อโปรดลงมาในรถเข็นเป็นห่อที่ห้าเข้าไปแล้ว ทัพฟ้าหยุดเดินแล้วหันกลับมาเลิกคิ้วกวนๆ ใส่ "อ้าว ก็คนมันชอบกินนี่นา... หรือว่ากลัวพี่กินเยอะแล้วอ้วน?" "ใครจะไปสนใจนายจะอ้วนหรือจะผอมเล่า! แต่ถ้าฟันผุก็เรื่องของนายนะ ฉันไม่พาไปหาหมอฟันด้วยหรอก" ปากก็พูดปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สายตากลับเหลือบมองห่อขนมในมืออีกฝ่ายอย่างเผลอไผล "แหนะ แอบมองแบบนี้ แปลว่าอยากกินด้วยล่ะสิ..." ทัพฟ้าก้าวเข้าไปประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหมอกหนาต้องผถ่าถอยหลังไปชนกับชั้นวางขนมขบเคี้ยวโดยอัตโนมัติ พื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองคนแคบลงจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน "อะ... อะไรเล่า ถอยไปเลยนะ! มายืนใกล้ทำไมเนี่ย คนมองกันหมดแล้ว!" หมอกหนาหน้าแดงแจ๋ มือเล็กพยายามดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทัพฟ้ากลับทำตัวราวกับเป็นกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย "ก็อยากให้มองชัดๆ ไงครับ ว่าแฟนใครไม่รู้... น่ารักชะมัด" "ใครแฟนเธอกันยะ! พูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย!" หมอกหนาร้องเสียงหลงด้วยความเขินอายจนใบหูแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังพีกและชวนใจเต้นระทึกอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของทัพฟ้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ร่างสูงจำใจต้องผละตัวออกห่างจากเด็กน้อยขี้โวยวายเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หมอกหนาแอบผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก รีบหันไปหยิบถุงมันสำปะหลังทอดกรอบรสโนริสาหร่ายโยนใส่รถเข็นแก้เขินทันที แต่หางตากลับแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของคนตัวสูงที่กำลังก้มหน้ากดอ่านข้อความบนหน้าจอ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่ของทัพฟ้าจางหายไปในพริบตา ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งขรึมขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองหมอกหนานิ่งสนิทด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันชวนอึดอัดขึ้นมาทันที "มี... มีอะไรเหรอ?" หมอกหนาเอ่ยถามเสียงเบา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ ทัพฟ้าไม่ตอบคำถาม ร่างสูงเพียงแต่เก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือบางของหมอกหนาเอาไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่สามารถขัดขืนได้ "เจ้านาย ฝากทางนี้ต่อด้วย... กูมีเรื่องต้องไปเคลียร์ด่วน" ทัพฟ้าหันไปบอกเพื่อนสนิทที่ยืนทำหน้าเลิกลั่กอยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ไม่เหลือเค้าโครงความกวนประสาทเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย "เฮ้ย พี่ทัพ เกิดอะไรขึ้นวะ?" เจ้านายร้องถามหน้าตาตื่น "กลับห้อง." ทัพฟ้าเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะออกแรงดึงข้อมือหมอกหนาให้เดินตามออกไปจากโซนขนมขบเคี้ยวทันที ท่ามกลางความตกใจและคำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกของคนตัวเล็กที่ต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแรงดึงนั้นไปอย่างงุนงง ...ทว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังข้อความปริศนานั้น คือจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่ที่จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล ชาพีชหวานน้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%