“บอกมาก่อนสิคะว่าฟองสบู่บนจานใบนนั้น มันมีความหมายนัยยะแอบแฝงอะไร ทำไมพี่ทัพถึงจงใจทำเป็นมองไม่เห็นซากอารยธรรมบนซิงค์ล้างจานขนาดนี้!”
เสียงโวยวายของหมอกหนาดังลั่นห้องครัวทันทีที่ร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่ปีสามวิศวะก้าวเข้ามาพิงกรอบประตู พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่ส่งมาให้แบบไม่เกรงใจสถานะเจ้าของห้องเลยสักนิด ประโยคนั้นทำให้หมอกหนาตัวแข็งทื่อในตอนแรก ไม่ใช่แค่เพราะความเขินอายจากเหตุการณ์ก่อนหน้า แต่เป็นเพราะความรู้สึกที่ชัดเจนขึ้นในใจว่า... เขากำลังตกหลุมรักพี่ชายจอมกวนประสาทคนนี้เข้าให้แล้วจริงๆ
ให้ตายเถอะ! แค่คิดหัวใจเจ้ากรรมก็เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หมอกหนารีบเบนสายตาหนีแผ่นอกกว้างที่ใส่เสื้อยืดสีดำสนิทตัวเก่งของอีกฝ่าย พยายามยกฟองน้ำในมือขึ้นขู่ฟอดๆ เหมือนแมวเปอร์เซียกำลังโกรธ
“โธ่ หมอกขา พี่ไม่ได้แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสักหน่อย ก็ฟองมันฟูฟ่าสะPลอชจนน่ารักเหมือนเจ้าของห้อง พี่ก็เลยไม่อยากไปทำลายศิลปะตรงนั้นต่างหากล่ะครับ” ทัพฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ เจ้าตัวก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยจนเด็กนิเทศฯ ตัวแสบต้องถอยหลังจนสะโพกชนติดขอบซิงค์ล้างจาน
“ใครเจ้าของห้องที่ว่าไม่ทราบ! แล้วหยุดทำเสียงเจ้าชู้ใส่สักทีนะพี่ทัพ บอกแล้วไงว่าผมไม่หลงกลหรอก!” หมอกหนาแหวลั่น พยายามดันไหล่หนาให้ออกห่าง แต่ทัพฟ้ากลับคว้าข้อมือบางที่เปียกปàmไปด้วยฟองสบู่ไว้เบาๆ รอยยิ้มมุมปากของคนพี่ทำเอาสติที่สะสมมาทั้งวันกระเจิงไปหมด
“อ้าว ก็เห็นยืนหน้าแดงแจ๋มาตั้งแต่เมื่อกี้ นึกว่าหลงรัก... เอ้ย หลงกลพี่ไปถึงไหนต่อไหนแล้วซะอีก” ทัพฟ้าแกล้งเว้นวรรคคำพูดได้อย่างน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นเด็กดื้อหน้าตาตื่นตระหนก
“ใครหน้าแดง! ฝุ่นในห้องพี่มันเยอะต่างหากเล่า! ถอยไปเลยนะ!” หมอกหนาร้อนผ่าวไปทั้งใบลามถึงใบหู รีบสะบัดข้อมือออกจากการกุมมือแล้วหันหลังกลับไปเปิดก๊อกน้ำใส่จานชามในซิงค์แก้เก้อ เสียงน้ำไหลซู่ซ่ากลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลองเพล
ทัพฟ้าหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมถอยหลังเว้นระยะห่างให้เด็กน้อยได้หายใจหายคอ แต่สายตาก็ยังคงจับจ้องแผ่นหลังบางที่ยืนเกร็งทื่ออยู่หน้าอ่างล้างจานอย่างนึกเอ็นดู
“โอ๋ๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับ ตัวเล็กแค่นี้ทำไมขี้โวยวายจังวะเนี่ย” ทัพฟ้าย่อตัวลงเล็กน้อย เอาคางเกยขอบเคาน์เตอร์ครัวข้างๆ พลางมองซากจานชามที่กองพะเนิน “แล้วนี่... สัญญาคือกฎ สัญญาก็คือสัญญา จำได้ใช่ไหมครับเด็กดี”
หมอกหนาชะงักมือที่กำลังขัดถูจานใบโปรด หันขวับกลับมามองค้อนตาคว่ำ “สัญญาอะไรอีกเล่า!”
“อ้าว ก็ที่ตกลงกันไว้เมื่อกี้ไง ว่าถ้าพี่ช่วยเคลียร์งานโปรเจกต์มหาลัยตัวยากให้หนumน้อยนิเทศฯ จนเสร็จ หมอกหนาจะต้องรับหน้าที่เป็นเบ๊... เอ้ย เป็นคนดูแลงานบ้านให้พี่หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ไงครับ” ทัพฟ้าเลิกคิ้วกวนๆ “นี่เพิ่งผ่านไปวันแรกเองนะ อย่าเพิ่งทำหน้าเบื่อใส่กันสิ”
“ฮึ่ย! ผมไม่ได้เต็มใจตกลงสักหน่อย พี่มันใช้วิธีผูกขาดทางความคิดชัดๆ!” หมอกหนากัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ นึกย้อนไปถึงตอนที่ตัวเองทำวิชาโปรเจกต์กลุ่มร่วงหล่นจนอาจารย์เกือบให้ F แล้วทัพฟ้าก็ยื่นมือเข้ามาช่วยแบบยื่นหมูยื่นแมว บังคับกลายๆ ให้เขาต้องมาติดกับดักอยู่ในห้องนี้
“ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้ หมอกหนาจะยอมใจอ่อนมานั่งติวกับพี่เหรอครับ หืม?” ทัพฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่จงใจหยอดจนคนฟังต้องรีบหันหน้าหนี เพราะกลัวว่ารอยยิ้มร้ายกาจนั้นจะทำให้ตัวเองเผลอยอมจำนนอีกรอบ
“เออ! ล้างก็ล้างสิฟะ! คนอะไรหน้ามึนเป็นบ้า” หมอกหนาบ่นงึมงำในลำคอ ฟาดฟันกับฟองสบู่บนจานชามต่อด้วยความฮึดฮัด ขณะที่ทัพฟ้าแอบอมยิ้มกว้าง เดินไปหยิบผ้าสะอาดมาคอยยืนรอรับจานที่ล้างเสร็จแล้วไปเช็ดให้แห้งอย่างรู้หน้าที่ เคมีประหลาดๆ ที่ผสมผสานความวุ่นวายและความเงียบงันอันอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วห้องครัวเล็กๆ จนบรรยากาศรอบตัวมันชักจะหวานเกินน้ำตาลไปกันใหญ่แล้ว
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง กองจานชามบนซิงค์ก็กลับมาสะอาดเอี่ยมอ่องไร้ที่ติ หมอกหนาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก รีบถอดถุงมือยางแล้วหันไปคว้ากระดาษทิชชูมาเช็ดมือป้อยๆ
“อ่ะ! เสร็จแล้วนะ เลิกทòiทวงบุญคุณได้แล้วด้วย” หมอกหนายื่นมือที่แห้งสนิทไปตรงหน้าทัพฟ้า ทำท่าทางเหมือนเด็กน้อยทวงสัญญา
“เรียบร้อยดีนี่ครับ สมกับเป็นเด็กดีของพี่ทัพ” ทัพฟ้าเอื้อมมือไปยีหัวหมอกหนาจนผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงไปหมด เจ้าของห้องโวยวายลั่นพร้อมปัดมือใหญ่ออกทันที “บอกว่าอย่ามาขยี้ผมไง! เดี๋ยวทรงผมเซ็ตมาครึ่งชั่วโมงพังหมด!”
“ฮ่าๆๆ ยุ่งแบบนี้น่ารักดีออก เหมือนลูกหมูตัวกลมๆ ดีด้วย”
“ใครลูกหมู! ปากเสียที่สุด!” หมอกหนาแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะเงื้อมือขึ้นฟาดแขนแกร่งสักทีข้อหาหมิ่นประมาท แต่ทัพฟ้าไวกว่า คว้าข้อมือบางนั้นไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆ จนร่างของเด็กนิเทศฯ เซถลาเข้าไปปะทะแผงอกอุ่นโดยไม่ทันตั้งตัว
ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้กันจนได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวของรุ่นพี่วิศวะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกอีกครั้ง หมอกหนาพยายามจะผละถอยหลัง แต่ทัพฟ้ากลับใช้แขนอีกข้างโอบเอวบางไว้หลวมๆ ไม่ให้ขยับหนี
“พ... พี่ทัพ ปล่อยเลยนะ! ไหนบอกว่าเคลียร์จานเสร็จแล้วจะปล่อยไง” หมอกหนาเสียงสั่นรัว ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด
“ก็บอกว่าจะปล่อย... แต่ไม่ได้บอกว่าจะปล่อยตอนนี้สักหน่อย” ทัพฟ้ากระซิบเสียงต่ำชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นเจือความจริงจังที่ทำเอาหมอกหนาแทบหยุดหายใจ “ไหนๆ จานก็ล้างเสร็จแล้ว... ถึงเวลาทำตามสัญญาข้อต่อไปแล้วล่ะครับ”
“ส... สัญญาอะไรอีก! ผมยังไม่ได้ตกลงอะไรเพิ่มเลยนะ!”
“ก็ตกลงกันไว้แล้วไงครับ ว่าล้างจานเสร็จ... เราต้องไปนั่งติวหนังสือด้วยกันบนเตียง” ทัพฟ้าเลิกคิ้วเจ้าเล่ห์ พยักเพยิดหน้าไปทางห้องนอนที่เปิดประตูแง้มเอาไว้ เผยให้เห็นกองชีทเรียนและหนังสือเล่มหนาวางกองอยู่บนฟูกนุ่มฟู
หมอกหนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลแทบไม่ทันเมื่อนึกภาพตัวเองต้องไปนั่งเบียดกับผู้ชายอันตรายคนนี้บนพื้นที่ส่วนตัวสุดๆ อย่างเตียงนอน... นั่นมันโซนอันตรายระดับสิบเก้าเลยไม่ใช่หรือไง!
“ด... เดี๋ยวสิ! ติวบนโต๊ะหนังสือก็ได้มั้ง ทำไมต้องเตียงด้วยเล่า!” หมอกหนาโวยวายเสียงหลง พยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนแต่ก็ไร้ผลเมื่อเจอแรงช้างสารของเดือนมหาลัย
“โต๊ะมันแข็ง นั่งนานๆ เดี๋ยวปวดหลัง... พี่เป็นห่วงหนูหรอกนะ ถึงชวนไปนั่งสบายๆ บนเตียง” ทัพฟ้าพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะรวบเอวบางแล้วออกแรงอุ้ม (กึ่งลากกึ่งจูง) พาเดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องนอนทันทีโดยไม่ฟังเสียงประท้วงใดๆ ทั้งสิ้น
“นี่! ปล่อยผมลงนะ! ผมเดินเองได้! ไอ้พี่ทัพคนฉวยโอกาส!”
เสียงโวยวายเอะอะโกลาหลดังลั่นห้องนอน ก่อนที่ร่างของหมอกหนาจะถูกปล่อยให้นั่งลงบนฟูกนอนนุ่มนิ่มอย่างแผ่วเบา โดยมีร่างสูงของทัพฟ้าตามมานั่งขนาบข้าง ปิดกั้นทางหนีทีไล่จนหมดสิ้น แสงไฟสีส้มสลัวในห้องนอนสาดกระทบใบหน้าคมคายที่กำลังส่งยิ้มพราวระยับมาให้
“เอาล่ะ... ไหนบอกว่าวิชาไหนที่หนูไม่เข้าใจนะ หืม? มาให้พี่ติวตัวต่อตัวแบบใกล้ชิดได้เลยครับ” ทัพฟ้าเอ่ยเสียงพร่าพลางหยิบชีทเรียนขึ้นมาเปิดผ่านๆ แต่วัยรุ่นหนุ่มนิเทศฯ กลับเอาแต่นั่งกอดอกหน้ามุ้ย แก้มป่องด้วยความขัดเคืองที่ผสมโรงความเขินจนแทบจะระเบิดอยู่รำคาญ
หมอกหนาชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของคนที่นั่งอยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านกันทำให้สติสตังหลุดลอยไปไกลลิบ
ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปท่ามกลางความฟีลกู๊ดและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ หมอกหนาหันไปมองแวบหนึ่งด้วยความรำคาญใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่ามันอาจจะเป็นข้อความจากเจ้านาย ตัวชงระดับชาติที่ชอบส่งอะไรป่วนๆ มาเวลาไม่เป็นเวลา จึงเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเปลี่ยนบรรยากาศ
ทว่า... ข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ กลับไม่ใช่จากเจ้านายเพื่อนสนิท และไม่ใช่เรื่องงานโปรเจกต์มหาลัยแต่อย่างใด
มันคือข้อความจากบัญชีปริศนาที่ส่งรูปถ่ายปัจจุบันของหมอกหนากับทัพฟ้าที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงในห้องนอนตอนนี้แบบสดๆ ร้อนๆ พร้อมกับข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาเลือดในกายของหมอกหนาเย็นเฉียบลงฉับพลัน
*[ข้อความจากเบอร์แปลก]: "ระวังตัวไว้ให้ดีนะ... แฟนเก่าของพี่ทัพเขากำลังกลับมาทวงของๆ เขาคืน"*
หมอกหนาชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นมองทัพฟ้าที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยยามเห็นสีหน้าซีดเผือดของเขา... และก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างสูงของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ทำให้บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตาเดียว!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและให้กำลังใจยัยน้องหมอกหนากับพี่ทัพกันเสมอนะคะ ❤️
หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 12
ล้างจานแลกการบ้าน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!