"ไหนๆ ก็รู้ตัวแล้ว... งั้นไม่รอละนะ เป็นแฟนกันซะดีๆ เถอะค่ะคนดี"
เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สั่นครืดคราดบนโต๊ะไม้สักในร้านกาแฟใต้คณะนิเทศศาสตร์ ไม่ได้ทำให้หมอกหนารู้สึกตกใจเท่ากับประโยคสารภาพรักแบบไร้ปี่มีขลุ่ย ที่ถูกส่งมาจากคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม—พี่ทัพฟ้า เดือนวิศวะปีสามผู้มีดีกรีความหน้ามึนยืนหนึ่งในจักรวาล
เด็กหนุ่มปีหนึ่งร่างโปร่งถึงกับสำลักชานมไข่มุกที่เพิ่งดูดเข้าไปเต็มคำ สองมือรีบคว้าทิชชูมาเช็ดมุมปากพัลวัน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความโกรธปนเขินจนแทบจะระเบิด
"พี่ทัพ! เล่นบ้าอะไรเนี่ย ส่งมาทำไมฟะ!" หมอกหนาแหวลั่น พยายามกดซ่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างจ้าด้วยข้อความแสลงใจนั้น ทว่าอีกฝ่ายกลับลอยหน้าลอยตา ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พ่วงลักยิ้มข้างแก้วที่ทำเอาคนมองใจสั่นสะท้านมาให้
"ก็ไม่ได้เล่นสักหน่อย พูดจริง ทำจริงค่ะน้องหมอก" ทัพฟ้าตอบหน้าตาเฉย เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยจนดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตายาวนั้นสบเข้ากับดวงตากลมโตของอีกฝ่ายพพอดี
บรรยากาศรอบโต๊ะที่เคยมีเสียงเจี๊ยวจ้าวของเหล่านักศึกษานิเทศฯ เดินผ่านไปมา คล้ายถูกกดปุ่มปิดเสียงลงฉับพลัน ในระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือถึงนี้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นสะอาดเจือจางจางตัวทัพฟ้าลอยแตะจมูก ผสมผสานกับจังหวะหัวใจของหมอกหนาที่เริ่มเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู
*ตึ๊กตััก... ตึ๊กตั๊ก...*
ให้ตายสิ ทำไมสายตาของพี่มันถึงได้ดึงดูดขนาดนี้นะ... หมอกหนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตเผลอจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคู่คมสีเข้มของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รู้ตัว มันลึกซึ้ง เกินกว่าจะหาคำพูดใดมาแก้เก้อ มันอบอุ่น จนเผลอคิดไปว่าถ้าตกลงปลงใจไปตามคำพูดนั้นจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นานเท่าไหร่แล้วนะที่พวกเขาสบตากันแบบนี้... หนึ่งวินาที... ห้าวินาที... หรืออาจจะนานนับนาทีที่โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ ของคนตรงหน้า
หมอกหนารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรสีนิลคู่นั้น ขาแข้งเริ่มอ่อนแรง หัวสมองที่เคยแล่นฉิวกลับขาวโพลนอย่างไร้สาเหตุ มือบางที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อผ้ากางเกง
*ไม่ได้การ... ขืนมองนานกว่านี้มีหวังหัวใจวายตายก่อนได้เป็นแฟนกันแน่ๆ!*
หมอกหนาเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อรู้ตัวว่าเผลอใจลอยไปไกลลิบ รีบดึงสติกลับมาแล้วแสร้งทำเป็นกระแอมกระไอมกลบเกลื่อนความพิรุธ
"แฮ่ม! มองอะไรเล่าพี่! หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องขนาดนั้น หน้าผมมีทองคำเปลวแปะอยู่หรือไงฟะ!" คนปากเก่งโวยวายเสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนรอยแดงเห่อร้อนบนพวงแก้ม
ทัพฟ้าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกสนุก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหนา ก่อนที่ร่างสูงจะโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหมอกหนาต้องเอนหลังหนีแทบไม่ทัน
"อืม... ทองคำเปลวไม่มีหรอกค่ะ" ทัพฟ้าลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท สายตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างพิจารณา "แต่เหมือนจะมี..."
"มีอะไร! อย่ามาอำนะ!" หมอกหนาเชิ่ดหน้าขึ้น ทำเป็นเก๊กขรึมสู้ยิบตา ทั้งที่หัวใจเต้นรัวเป็นกลองเพล
"มี... สิวขึ้นตรงนี้นะคะเด็กดื้อ"
นิ้วเรียวยาวของเดือนวิศวะยื่นมาแตะเบาๆ ที่บริเวณโหนกแก้มเนียนใสของหมอกหนาอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วทำเอาคนถูกแตะสะดุ้งเฮือกราวกับโดนกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งผ่านผิวหนัง
"เฮ้ย! ไหน! ตรงไหนไม่มีซะหน่อย อย่ามามั่วซะให้ยากนะพี่ทัพ!" หมอกหนารีบยกมือขึ้นมาปัดป้องพัลวัน พร้อมกับเอาม้ามือถูแก้มตัวเองป้อยๆ แก้เขิน ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะทอดไข่สุกได้อยู่แล้ว
"ฮ่าๆๆ หน้าแดงใหญ่แล้วค่ะคุณแฟน เขินพี่ล่ะสิเรา" ทัพฟ้าหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี ชอบใจเสียเหลือเกินที่ได้แกล้งเด็กโวยวายให้เสียอาการ
"ใครเขิน! ใครแฟนพี่! อย่ามามั่วนิ่มนะเว้ย เจ้านาย! ช่วยฉันด้วย ไอ้นายเพื่อนเวร!" หมอกหนาหันไปโวยวายใส่เพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟกลับมาที่โต๊ะพอดีหวังจะหาแนวร่วม
เจ้านายที่ยืนกระพริบตาปริบๆ มองสถานการณ์ตรงหน้า สลับกับมองหน้าพี่ทัพฟ้าที่ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้ ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังก้าวหนึ่งแล้วยกมือขึ้นยอมแพ้
"เอ่อ... กูว่านะหมอก มึงเคลียร์กันเองเถอะว่ะ พอดีกูเพิ่งนึกได้ว่าลืมส่งงานอาจารย์... ไปละนะโชคดีเพื่อนรัก!" ว่าแล้วตัวชงระดับชาติก็ชิ่งหนีหายไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้หมอกหนานั่งเผชิญชะตากรรมอยู่กับคนหน้ามึนเพียงลำพัง
หมอกหนาถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่ทิ้งกันหน้าด้านๆ ก่อนจะหันกลับมาพบกับรอยยิ้มพราวระยับของคนที่นั่งจ้องอยู่ไม่วางตา
"เพื่อนเทแล้วค่ะ ตอนนี้เหลือแค่เราสองคนแล้วนะ... ว่าไงคะ ตกลงจะให้พี่จีบต่อ หรือจะให้พี่เป็นแฟนเลยดี?"
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจ ทำเอาหมอกหนาพูดไม่ออก ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก ขณะที่ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นข้อความในโทรศัพท์ที่ยังคงค้างหน้าจออยู่...
ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล และเขาก็ไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะต้านทานแรงดึงดูดของคนคนนี้ไหวอีกนานแค่ไหน
*********************************************
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับความปากแข็งของน้องหมอกนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!)
หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 16
อุบัติเหตุทางสายตา
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!