"หมอก! อย่าเพิ่งเปิดประตู! พี่ทัพมันไม่ได้มาคนเดียว... แต่มันพา 'แม่' มาด้วย!"
เสียงตะโกนแหบแห้งของเจ้านายดังลั่นห้องนั่งเล่น สกัดกั้นมือเรียวที่กำลังจะบิดลูกบิดประตูไม้สีขาวไว้ได้ทันฉิวเฉียด หมอกหนาชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระ่นกระพือรัวราวกับกลองเพลในวัดใหญ่ สมองประมวลผลไม่ทันชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ความซวยระดับสิบเอ็ดริกเตอร์กำลังยืนยันตัวตนอยู่หลังบานประตูนี้เอง
ให้ตายเถอะ! นี่มันไม่ใช่สถานการณ์จำลองในซิทคอมช่องเก้า แต่มันคือวิกฤตชีวิตจริงของเด็กปีหนึ่งนิเทศศาสตร์ที่เพิ่งตื่นนอนหัวฟูและยังไม่ได้ล้างหน้า!
"แม่... แม่ใครวะเจ้านาย! อย่าอำเล่นนะ กูหัวใจจะวาย!" หมอกหนากระซิบเสียงสั่น พลางคว้าชายเสื้อเจ้านายที่วิ่งหน้าตื่นมาจากระเบียงห้องมารั้งไว้แน่น มืออีกข้างก็พยายามสำรวจสภาพตัวเอง ชุดนอนลายเป็ดน้อยสีเหลืองอ๋อย กางเกงขาสั้นเสมอหู และผมที่ชี้โด่เด่ไม่เป็นทรง
"แม่พี่ทัพไงเล่า! ฉันแอบส่องตาแมวเมื่อกี้ ผู้หญิงวัยกลางคนท่าทางเป๊ะเว่อร์ ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ยืนยัน นั่งยัน นอนยันเลยว่าไม่ใช่เซลล์ขายเครื่องกรองน้ำแน่ๆ!" เจ้านายหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือสั่นระริกราวกับคนเป็นไข้ป่า "แล้วดูสภาพพวกเราดิ... ห้องรกอย่างกับรังหนู แถมเมื่อคืนเพิ่งปาร์ตี้หมูกระทะกัน กลิ่นยังติดผ้าม่านอยู่เลยแม่!"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งตามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูที่ทำเอาหมอกหนาอยากจะมุดแผ่นดินหนี
"น้องหมอกครับ... เปิดประตูให้พี่หน่อย พอดีมีแขกพิเศษอยากมาทำความรู้จักครับ"
เสียงพี่ทัพ... ไอ้รุ่นพี่ตัวดี ปีสามวิศวะ เดือนมหาลัยจอมกวนประสาทที่ชอบสรรหาวิธีมาป่วนหัวใจเขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่วันนี้พีคกว่าทุกวันตรงที่มี 'คุณแม่' พ่วงท้ายมาด้วยนี่แหละ!
หมอกหนาสะบัดหน้าเร็วจี๋ ส่ายหัวดิกปฏิเสธรัวๆ ปากบางขยับไร้เสียงพะงาบๆ *ไม่เปิด! เด็ดขาด! ตายแน่ๆ กูไม่รอดแน่ๆ!*
แต่ทว่า... ในจังหวะที่สองหนุ่มกำลังลนลานทำตัวไม่ถูกราวกับโจรขึ้นบ้าน ประตูห้องกลับถูกดันเข้ามาเบาๆ จากด้านนอก เพราะเจ้านายดันลืมล็อกกลอนประตูห้องตอนที่เดินไปรับลมเมื่อสิบนาทีមុน!
แอ๊ดดด...
เสียงบานพับประตูส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของทัพฟ้าในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้น to the elbow ดูหล่อเหลาบาดใจจนน่าหมั่นไส้ ข้างกายเขามีสุภาพสตรีวัยรุ่นใหญ่อายุราวๆ สี่สิบปลายๆ หน้าตาอ่อนกว่าวัย สวมชุดเดรสเรียบหรูดูแพง ดวงตาคมกริบถอดแบบพิมพ์นิยมมาจากลูกชายไม่มีผิดเพี้ยนกำลังกวาดสายตาสำรวจรอบห้องด้วยรอยยิ้มบางๆ
"อ้าวน้องหมอก... ไม่เห็นต้องลำบากเดินมาเปิดเลย พอดีคุณแม่พี่อยากแวะมาทักทายเด็กดื้อแถวนี้หน่อยน่ะครับ" ทัพฟ้าส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ ดวงตาพราวระยับเต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน
"ส... สวัสดีครับคุณแม่!" เจ้านายไหว้ย่ออย่างลืมตัว สติหลุดลอยไปถึงดาวอังคารเรียบร้อย ส่วนหมอกหนานั้นแข็งทื่อเป็นหิน สองมือจิกชายเสื้อตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู อยากจะหายตัวทะลุกำแพงหนีไปซะเดี๋ยวนี้
"ตายจริง... ห้องน่ารักดีนี่คะ ดูมีความเป็นเด็กนิเทศฯ ดี" คุณนายมณีรัตน์ มารดาของทัพฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใจดี ไม่ได้ดุอย่างที่หมอกหนากลัวแม้แต่น้อย ท่านเดินเข้ามาตบไหล่บางของหมอกเบาๆ "หนูหมอกใช่ไหมจ๊ะ ตัวจริงน่ารักกว่าในรูปที่ตาตาถ่ายส่งให้แม่อีกนะเนี่ย"
*ไอ้... ไอ้พี่ทัพ! แกแอบเอารูปฉันให้แม่ดูเรอะ!* หมอกหนากรีดร้องในใจ แทบอยากจะพุ่งไปหยิกเอวสอบของรุ่นพี่ตัวแสบให้เนื้อเขียว แต่ติดที่ตอนนี้คุณแม่ยืนอยู่เลยทำได้แค่ส่งค้อนวงใหญ่ไปให้ จนทัพฟ้ายิ่งหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ
บรรยากาศความตึงเครียดในตอนแรกค่อยๆ คลายลงเมื่อคุณแม่ใจดีไม่ได้ถือสาหาความเรื่องสภาพห้อง แถมยังใจดีชวนเด็กๆ สั่งอาหารญี่ปุ่นมากินด้วยกันซะอีก จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงช่วงค่ำ เมื่อคุณแม่ขอตัวกลับเพราะมีธุระต่อ ทัพฟ้าจึงอาสาลงไปส่งมารดาที่ลานจอดรถด้านล่าง เปิดโอกาสให้แก๊งเพื่อนซี้ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งโดยมีวิน (เพื่อนสนิทสายซัพพอร์ตของพระเอก) ตามขึ้นมาสมทบ
"เห้อ... นึกว่าจะไม่รอดแล้วกู วิญญาณเกือบออกจากร่าง" เจ้านายทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนอนโซฟา ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"นั่นสิ มึงพาแม่มาทำไมไม่บอกก่อนวะไอ้วิน เกือบช็อกตายคาห้อง" หมอกหนาหันไปโวยวายใส่คนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ วินหัวเราะร่า ยกมือยอมแพ้
"เอาน่า มึงผ่านด่านแม่ยายมาได้แบบฉลุยขนาดนี้ ถือว่าแต้มบุญสูงมากแล้วนะหมอก" วินแซยิดยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่งลงบนเบาะข้างๆ "ไหนๆ คืนนี้ก็รอดตายกันมาได้แล้ว และพรุ่งนี้ก็ไม่มีคลาสเช้า... เรามาหาอะไรสนุกๆ เล่นฆ่าเวลากันดีกว่า แก้บนที่แม่ไม่ดุพวกมึง"
"สนุกอะไรของมึง?" หมอกหนาหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ
"Truth or Dare... เกมวัดใจ" วินหยิบขวดน้ำพลาสติกเปล่ามาวางลงบนพรมกลางห้อง แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัด "กติกาง่ายๆ หมุนขวดนี้ ชี้ใครคนนั้นต้องเลือก ระหว่าง 'ความจริง' ที่ห้ามโกหก หรือ 'ความกล้า' ที่ต้องทำตามคำสั่งของคนหมุน... ว่าไง สนใจไหมล่ะ หรือกลัวว่าความลับจะแตก?"
คำว่า 'ความลับจะแตก' สะกิดต่อมทิฐิของเด็กนิเทศฯ ปากเก่งเข้าอย่างจัง หมอกหนาสลัดความกลัวเมื่อช่วงเย็นทิ้งไปหมดสิ้น เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างคนไม่ยอมแพ้
"ใครกลัววะ! แค่เกมปัญญาอ่อนแค่นี้ หมอกหนาคนนี้ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว!"
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ...
ผ่านไปห้ารอบ เจ้านายโดนสั่งให้เต้นคัฟเวอร์เกิร์ลกรุ๊ปกลางห้อง วินโดนบังคับให้โทรไปสารภาพรักกับหุ่นยนต์หน้าร้านสะดวกซื้อ เรียกเสียงหัวเราะลั่นห้องจนท้องแข็ง จนกระทั่งขวดพลาสติกถูกหมุนโดยฝีมือของเจ้านาย...
แคว่ก... เสียงหมุนขวดช้าลงเรื่อยๆ ก่อนที่ปากขวดจะค่อยๆ เบนหัวมาหยุดนิ่งตรงหน้า... หมอกหนา พอดีเป๊ะ!
เจ้านายยิ้มกริ่มแววตาวาววับราวกับเจอขุมทรัพย์ ส่วนวินส่งเสียงฮือฮาชอบใจ ทัพฟ้าที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาสมทบ นั่งพิงพนักโซฟาด้านหลัง ยกย่องเรียวขายาวขึ้นไขว่ห้าง ดวงตาคมกริบมองมาที่ร่างบางด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เดาอารมณ์ไม่ออก
"เอาล่ะเพื่อนรัก..." เจ้านายลากเสียงยาว เหยียดยิ้มกวนประสาท "มึงโดน! จะเลือก 'Truth' หรือ 'Dare' พูดมา!"
หมอกหนากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มองหน้าเพื่อนสนิทสลับกับใบหน้าหล่อเหลาของรุ่นพี่ที่นั่งมองอยู่เงียบๆ ลางสังหรณ์ร้องเตือนภัยดังลั่น แต่วินาทีนี้จะถอยก็เสียฟอร์ม
"สะ... เลือก Truth! กูคนจริงเว้ย มีอะไรจะถามก็ถามมาเลย!" ปากเก่งสวนกลับไปทันควัน แม้ในใจจะเริ่มสั่นระริก
เจ้านายหัวเราะหึๆ ในลำคอ หันไปสบตากับวินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าหมอกหนาตรงๆ แล้วเอ่ยคำถามที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
"งั้นตอบกูมาตามตรง... ตั้งแต่รู้จักกับพี่ทัพมา จนถึงวันนี้ หัวใจมึงเคยเต้นแรงเพราะเขา 'เกินกว่าคำว่ารุ่นพี่' สักครั้งไหม... และถ้าตอนนี้พี่ทัพบอกชอบมึงจริงๆ มึงจะทำยังไง?"
ฉับพลัน... ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ เสียงแอร์ตัวเก่าฮัมเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน หมอกหนาอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวดั่งโดนไฟลวก หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นโครมครามจนดังทะลุกรอบหน้าอก
สายตาคมกริบของทัพหน้าที่มองตรงมาที่เขานิ่งสนิท เต็มไปด้วยประกายความคาดหวังบางอย่างที่รarร้าวและลึกซึ้งจนคนถูกมองแทบหายใจไม่ออก
หมอกหนากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ มือเรียวชื้นเหงื่อ กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความลังเลฉายชัดบนดวงตากลมโตที่สั่นระริก ปากบางอ้าพะงาบๆ จะปฏิเสธแต่ก็ติดอยู่ที่ลำคอ
"กะ... กู..." เสียงหวานสั่นเครือ Languishing อยู่ในลำคอ
ทัพฟ้าขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ขายาวก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเก้าอี้ที่หมอกหนานั่งอยู่ โน้มตัวลงมาประชิดจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาราวกับมนต์สะกดที่ทำเอาสติสตางค์ของเด็กดื้อกระเจิงไปหมดสิ้น
**"ไม่ต้องตอบเจ้านายหรอกครับ... ตอบพี่คนนี้แทนดีกว่า ว่าตกลง... ใจตรงกันตั้งแต่เมื่อไหร่ หื้ม?"**
---
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานน้อยๆ แต่ฟินล้นใจด้วยกันเสมอนะคะ**
หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 29
เกมวัดใจ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!