“พี่ว่า... คืนนี้เราคงต้องคุยกันยาวหน่อยแล้วล่ะครับ เพราะดูเหมือนจะมีคนอยากรู้อนาคตของน้องมากกว่าที่พี่คิดเสียอีก”
ประโยคกำกวมที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อคืนยังคงวนเวียนตีกันอยู่ในหัวของหมอกหนา จนเด็กนิเทศฯ ปีหนึ่งอย่างเขาแทบไม่ได้นอน ทั้งลมหนาวบนดอยที่พัดกระหน่ำ ทั้งเสียงรอบกองไฟจากกิจกรรมค่ายอาสาเมื่อวาน และสายตาเจ้าเล่ห์ของพี่ปีสามจากคณะวิศวะฯ คนนั้น ทุกอย่างมันปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรทำให้หัวใจเขาเต้นแรงกว่ากันแน่
“ไอ้หมอก! มัวแต่นั่งเหม่ออะไรอยู่ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว หรือเมื่อคืนโดนพี่ทัพเขาแกล้งอะไรมา สารภาพมาซะดีๆ”
เจ้านาย เพื่อนสนิทตัวแสบพ่วงตำแหน่งตัวชงระดับชาติ เดินถือแก้วกาแฟกระป๋องยื่นมาตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เห็นแล้วอยากจะหยิกให้เนื้อเขียว หมอกหนารับกาแฟมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นนิดๆ ไม่ใช่เพราะอากาศหนาวหรอกนะ... แต่เพราะความทรงจำเมื่อคืนตอนที่ทัพฟ้าเข้ามาประชิดตัวต่างหาก
“ใครเขาจะไปโดนแกล้งอะไรเล่า เจ้านาย แกนี่นะ ชอบคิดไปเรื่อย” หมอกหนาแกล้งทำเป็นเสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธ พลางยกมือขึ้นกอดอกแน่นเพื่อซ่อนอาการใจสั่น “แล้วก็นะ เลิกทำหน้าแบบนั้นใส่ฉันสักที เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวโบก!”
“แหมๆๆ ปากแข็งเข้าไปเถอะพ่อคุณ คนทั้งค่ายเขาเห็นหมดแล้วมั้งว่าใครบางคนแถวนี้เดินตามติดพี่ทัพต้อยๆ ยิ่งกว่าลูกเป็ดเดินตามแม่ไก่” เจ้านายแซวต่อไม่หยุด หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำท่าจะเปิดแชตกลุ่มคณะให้ดู “เนี่ย ในกลุ่มนิเทศฯ เขาลือกันให้แซดว่าเดือนวิศวะฯ กำลังขายขนมจีบเด็กนิเทศฯ อยู่ จริงป่ะเนี่ย”
“ขนมจีบอะไรเล่า! ไม่มี๊!” หมอกหนาร้องเสียงหลง หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู รีบหันซ้ายหันขวาเพื่อเช็คว่าไม่มีใครแถวนี้ได้ยิน โดยเฉพาะไอ้พี่ตัวดีเจ้าของชื่อที่เพิ่งพูดถึง
“ไม่มีอะไรกันเหรอครับ หืม?”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นวาบที่พาดทับลงมาบนไหล่บาง หมอกหนาสสะดุ้งสุดตัวราวกับโดนไฟฟ้าช็อต รีบหันขวับไปมองก็พบกับรอยยิ้มกวนประสาทของทัพฟ้าที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่ด้วยสายตาพราวระยับ วันนี้พี่รหัสจำเป็น (ที่ไม่ได้ขอ) คนนี้สวมเสื้อยืดสีดำสนิททับด้วยกางเกงคาร์โก้ลุยๆ ดูดีจนน่าหมั่นไส้... เอ้ย น่ารำคาญต่างหาก!
“วะ... พี่ทัพ! มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เดินไม่มีเสียงเลย กะจะให้คนเขาหัวใจวายตายหรือไงเล่า!” หมอกหนาโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความตกใจ พลางถอยหลังหนีหนึ่งก้าว แต่ติดที่โต๊ะไม้สนทำให้หนีไปไหนไม่ได้
“พี่ก็มานานพอที่จะได้ยินคำว่า ‘ไม่มีอะไรกัน’ นี่แหละครับ” ทัพฟ้าอมยิ้มมุมปาก ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนหมอกหนาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “แต่เมื่อคืนเราไม่ได้คุยกันให้เคลียร์นะ เจ้าตัวดี... ไหนบอกพี่ซิ ว่าเมื่อคืนตกลงคิดอะไรอยู่ถึงได้แอบมองพี่ตาไม่กระพริบตอนอยู่หน้ากองไฟ หืม?”
“ใครมองพี่! อย่ามามั่วซ้ำซากนะ!” หมอกหนาเถียงเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ นึกอยากจะมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด “ผมไม่ได้มองสักหน่อย ผมแค่... แค่มองแมลงเม่าต่างหากเล่า!”
“อ๋อ... แมลงเม่าหน้าตาเหมือนพี่เหรอครับ ถึงได้ทำหน้าเคลิ้มขนาดนั้น” ทัพฟ้าหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ชอบใจนักเวลาได้เห็นเด็กปากแข็งตรงหน้าโวยวายจนหูแดงแจ๋ “หนาวใช่ไหมเนี่ย ดูสิ ปากสั่นหมดแล้ว”
“ใครปากสั่น... ฮัดชิ้ว!”
พูดไม่ทันขาดคำ หมอกหนาก็ต้องจามออกมาเสียงดังสนั่นท่ามกลางสายหมอกหนาทึบที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมพื้นที่ค่ายอาสาบนดอยสูง อากาศรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ยิ่งอยู่ใกล้ขอบหน้าผา ลมหนาวก็ยิ่งพัดกรรโชกแรงจนร่างบางสั่นสะท้าน แม้จะใส่เสื้อกันหนาวไหมพรมตัวเก่งแล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้านทานความเย็นยะเยือกของยอดดอยไม่ไหว
เจ้านายที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่รีบถอยฉากออกไปทันทีแบบรู้หน้าที่ “อ่า... ลมแรงวะไอ้หมอก สงสัยฉันต้องขอตัวไปช่วยพี่ๆ จัดของในโรงเรียนก่อนนะ พอดีนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เคลียร์งาน น้าวววเชิญตามสบายเลยครับพี่ทัพ!” พูดจบเพื่อนตัวดีก็วิ่งหายลับไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้หมอกหนายืนเผชิญหน้ากับความหนาวและ... ความอันตรายต่อหัวใจเพียงลำพัง
“ไอ้เจ้านาย... ไอ้เพื่อนทรยศ!” หมอกหนากัดฟันกรอด ส่งเสียงเคียดแค้นตามหลังเพื่อนสนิท แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดตัวเองแน่นขึ้นเพื่อบรรเทาความหนาว
“ไม่ต้องไปเรียกมันหรอกครับ มันฉลาดรู้ว่าเวลานี้ควรหลบทางให้ใคร” ทัพฟ้าถอนหายใจเบาๆ สายตาที่มองมาเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด มือหนาถอดเสื้อฮู้ดกันหนาวสีเทาเข้มตัวใหญ่ออกจากร่างกายของตัวเองอย่างไม่ลังเล ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเด็กนิเทศฯ แล้วคลุมมันลงบนไหล่บางของหมอกหนาแทน
“เฮ้ย! พี่ทัพ... ทำอะไรเนี่ย” หมอกหนาสะดุ้งตกใจ พยายามจะดึงเสื้อออก แต่ทัพฟ้าไวกว่า มือใหญ่จับไหล่ทั้งสองข้างของเขาไว้เบาๆ แล้วรูดซิปรูดขึ้นจนถึงคางเพื่อกันลมหนาวให้
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายธรรมชาติจางๆ จากเสื้อฮู้ดตัวนั้นโชยเข้าจมูกทันทีที่มันห่อหุ้มร่างกาย มันไม่ใช่แค่ความอบอุ่นจากเนื้อผ้า แต่เป็นความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากอณูความใส่ใจของคนตัวโตที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจของหมอกหนาเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันเข้า
“ใส่ซะ... ดื้อจริงๆ เลยเรา” ทัพฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ละมุนจนคนฟังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายกลายเป็นหมอกบนยอดดอย “เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก บนดอยนี่ตอนกลางวันกับกลางคืนอากาศมันต่างกันลิบลับนะ รู้ตัวไหม”
“ดะ... ใครดื้อเล่า ผมก็แค่... ขอบคุณครับ” หมอกหนาพึมพำเสียงเบาหวิว หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมา มือเรียวเล็กดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะเพื่อซ่อนใบหน้าที่ตอนนี้คงแดงแจ๋ยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก
ทัพฟ้ามองท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นระอา มือใหญ่เอื้อมไปจัดฮู้ดบนหัวให้เข้าที่อย่างเบามือ ราวกับกำลังทะนุถนอมสิ่งของล้ำค่าที่สุดในโลก
“ทีหลังถ้าหนาวก็บอกกันตรงๆ สิครับ ไม่เห็นต้องทนเลย” ทัพฟ้ากระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยท่ามกลางสายหมอก “หรือว่า... ชอบให้พี่คอยดูแลแบบนี้ตลอดไปล่ะ หืม?”
หมอกหนาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดคำตอบไม่ออกเลยสักคำ เขาอยากจะผลักอกอีกฝ่ายแล้วด่าให้สำนึก แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการยืนนิ่งสนิทปล่อยให้อีกฝ่ายโอบล้อมไว้ด้วยความอบอุ่น
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเงียบสงบและเต็มไปด้วยความหวานชวนฝัน โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อฮู้ดที่หมอกหนายืมมาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ทัพฟ้าเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ หมอกหนาเองก็ชะงักไปเช่นกัน ก่อนที่สายตาทั้งคู่จะก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาแสดงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิต
ชื่อบัญชีที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘แม่หมอกหนา’ และข้อความพรีวิวสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาทำให้เลือดในกายของหมอกหนาเย็นเฉียบลงในพริบตา—
*“หมอก... ลูก ตกลงตั๋วเครื่องบินที่หนูจองกลับกรุงเทพฯ วันมะรืนนี้ ยกเลิกทันไหมจ๊ะ พอดีทางบ้านเรามีเรื่องด่วน... ลูกต้องรีบกลับมาก่อนกำหนดนะ”*
ทัพฟ้าอ่านข้อความนั้นทันทีที่มันปรากฏบนหน้าจอ สายตาคมกริบเงยขึ้นสบตากันกับหมอกหนาที่ตอนนี้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักว่าเวลาที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันบนดอยนี้อาจเหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้ว
*-จบตอนที่ 31-*
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เติมพลังให้ใจฟูเสมอนะคะ!)
หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 31
เสื้อกันหนาวตัวเก่ง
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!