“พี่บอกแล้วไงคะว่ารอบนี้คนเต็ม ปล่อยให้หมอกกดคนเดียวตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความขี้เล่นดังอยู่ข้างหู จนคนฟังอย่างหมอกหนาอยากจะยกมือขึ้นอุดหูตัวเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด ดวงตากลมโตตวัดมองร่างสูงโปร่งในเสื้อฮู้ดสีดำของคนที่ยืนยันเสียงแข็งเมื่อสิบนาทีที่แล้วว่า *‘เดี๋ยวพี่จัดการจองตั๋วหนังรอบค่ำเอง น้องหมอกนั่งรอรับความฟินพอ’* แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนหน้าจอเครื่องออกตั๋วอัตโนมัติกลับทำเอาคนปากเก่งอยากจะมุดแผ่นดินหนี
หน้าจอโชว์ผังที่นั่งโรงภาพยนตร์สุดพรีเมียม... และมันเหลืออยู่แค่ *'คู่เดียว'* เท่านั้นในแถวกลางสุดฮิต
ไม่ใช่แค่ที่นั่งติดกันธรรมดาค่ะคุณผู้อ่าน แต่มันคือที่นั่งแบบ *Sweetbox* โซฟาคู่รักเบาะกำมะหยี่หนานุ่ม ไร้ที่พักแขนกั้นกลาง ออกแบบมาเพื่อให้คนเขารักกันแนบชิดสนิทเชื้อจนแทบจะรวมร่างเป็นคนเดียวกัน!
“ฮื่อ! ทำไมพี่ทัพไม่บอกแต่แรกเล่า ว่าตั๋วรอบนี้มันเหลือแค่ที่นั่งประหลาดนี่ใบเดียว... ไม่สิ มันคือสองที่นั่งติดกันแบบที่ไม่มีช่องว่างเลยต่างหาก!” หมอกหนาโวยวายเบาๆ พยายามดึงฮู้ดสีเทาของตัวเองให้คลุมหน้าลงไปอีกเพื่อซ่อนใบเจื่อนๆ ที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อโดยไม่ต้องพยายาม
ทัพฟ้าหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกจนคนตัวเล็กที่ยืนเบียดกันอยู่หน้าตู้คีออสสัมผัสได้ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดจนไหล่กว้างแทบจะชนกับลาดไหล่บางของเด็กนิเทศฯ มือเรียวยื่นไปแตะหน้าจอเพื่อยืนยันที่นั่งตัวปัญหา ก่อนจะหันมามองคนขี้โวยวายด้วยสายתพราวระยับที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังคิดแผนเจ้าเล่ห์อยู่ในหัว
“ก็ตอนแรกมันเหลือสองที่จริงๆ นี่คะ พอพี่กดเลือกปุ๊บ ที่นั่งข้างๆ ดันมีคนตัดหน้าจองตัดหน้าไปเสี้ยววินาที... เหลือรอดมาให้เราสองคนซะงั้น” ทัพฟ้าลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงไม่ได้มีความรู้สึกผิดสักนิด แถมยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดข้างแก้ม “โชคชะตาชัดๆ เลยเนอะว่าไหมครับน้องหมอก”
“โชคชะตาบ้าบออะไรเล่า! แบบนี้เขาเรียกเวรกรรมต่างหาก!” หมอกหนาแหวใส่ พยายามขยับถอยหลังหนีแต่ติดตู้จำหน่ายตั๋ว จนต้องยอมยกมือขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้ “พี่ทัพถอยไปเลยนะ ทำไมไม่เปลี่ยนไปดูรอบดึกรอบอื่น หรือไม่ก็เรื่องอื่นแทนล่ะคะ หน้าโรงหนังก็น่าจะมีเรื่องอื่นฉายอยู่ตั้งเยอะ”
“อ้าว ก็วันนี้เรานัดจะมาดูเรื่องนี้ด้วยกันไม่ใช่เหรอคะ อีกอย่าง...” ทัพฟ้าก้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน นัยน์ตาสคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูผสมความเจ้าชู้ “พี่อุตส่าห์เคลียร์คิวซ้อมบอลเพื่อมาดูหนังกับเด็กแถวนี้โดยเฉพาะเลยนะ จะให้เปลี่ยนเรื่องได้ยังไง ใจร้ายจังเลยนะคะเราเนี่ย”
คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก แถมยังส่งสายตาแพรวพราวชนิดที่เรียกว่าฆ่าคนทางอ้อมแบบนี้มาให้อีก หมอกหนารู้สึกเหมือนหัวใจในอกมันเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ มือที่ดันอกอีกฝ่ายอยู่เริ่มไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองโปสเตอร์หนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ด้านข้างแทนเพื่อตั้งสติ
ให้ตายสิ... ผู้ชายอะไรอันตรายต่อใจเป็นบ้า!
หลังจากเกี่ยงกันอยู่หน้าตู้อยู่พักใหญ่ สุดท้ายหมอกหนาก็ต้องยอมจำนนเดินถือตั๋วหนังโซฟาคู่รักเข้ามาในโรงภาพยนตร์จนได้ ด้วยความที่รอบนี้คนแน่นขนัดและหนังกำลังจะเริ่มฉายในอีกไม่กี่นาที แสงไฟภายในโรงจึงถูกหรี่ลงจนสลัวราง เหลือเพียงแสงสีนวลจากผนังทางเดินที่นำทางไปยังที่นั่งแถว H
หัวใจของหมอกหนาเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอกตั้งแต่ก้าวเข้าประตูโรงมาแล้ว ยิ่งพอเดินมาถึงโซฟาเบาะกว้างสีแดงเข้มตรงกลางแถว ความดันโลหิตก็พุ่งปรี๊ดขึ้นไปแตะเพดาน
มันชิดเกินไป... ชิดแบบที่เรียกว่าถ้าหายใจแรงเกินไปอาจจะไปโดนไหล่คนข้างๆ ได้เลยนะ!
“ยืนทำหน้าเป็นลูกแมวตกใจอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะคะ นั่งสิคะ เดี๋ยวหนังก็ฉายตัวอย่างไม่ทันหรอก” ทัพฟ้าหย่อนตัวลงนั่งฝั่งซ้ายของโซฟาเรียบร้อยแล้ว ขายาวภายใต้กางเกงสแลคสีเข้มเหยียดออกสบายๆ ก่อนจะตบเบาะนุ่มฝั่งขวาที่ว่างอยู่ปุๆ เป็นเชิงบังคับให้คนตัวเล็กกว่ารีบตามมานั่ง
หมอกหนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งฝั่งที่เหลืออย่างระมัดระวัง พยายามเว้นระยะห่างระหว่างเขากับคนตัวโตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ด้วยความที่โซฟาประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนนั่งแนบชิดกัน ต่อให้พยายามขยับตัวชิดขอบเบาะฝั่งขวาแค่ไหน ไหล่ของเขาก็ยังคงชนเข้ากับไหล่หนาของอีกฝ่ายอยู่ดี
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นสะอาดๆ ของไอร้อนจากตัวทัพฟ้าลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวมันชวนอึดอัดและน่าใจสั่นในเวลาเดียวกัน
“ขยับมาอีกนิดก็ได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวพี่กินหรอกน่า ที่นั่งมันแคบ เดี๋ยวตกโซฟาไปพี่ไม่รับผิดชอบนะ”
พูดจบ มือหนาก็เอื้อมมาจับข้อศอกของหมอกหนาเบาๆ แล้วออกแรงดึงเข้าหาตัวเพียงนิดเดียว เพื่อจัดระเบียบให้ร่างโปร่งเข้ามานั่งอยู่ในมุมที่สบายขึ้น แต่สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับทำให้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วผิวหนัง หมอกหนาสสะди้งเฮือก รีบดึงแขนกลับทันทีราวกับโดนน้ำร้อนลวก ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู
“ระ... รู้แล้วน่า! ไม่ต้องมาจับตัวเลยนะพี่ทัพ!” หมอกหนาแ증เสียงใส่กลบเกลื่อนความประหม่า คว้าถังป๊อปคอร์นรสมั่นคงมาวางไว้บนตัก กอดมันแน่นราวกับเป็นโล่กำบังภัย
ทัพฟ้าหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบมองท่าทางขวยเขินที่พยายามทำเป็นดุของคนข้างๆ ด้วยความมันเขี้ยว มือใหญ่เอื้อมไปหยิบป๊อปคอร์นในถังเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างไม่สะทกสะทราน
ไฟในโรงภาพยนตร์ดับลงสนิท หน้าจอยักษ์ปรากฏภาพยนตร์ตัวอย่างเรื่องใหม่ เสียงเพลงประกอบภาพยนตร์ดังกระหึ่มก้องกังวานไปทั่วฮอลล์ ความมืดสลัวทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งเป็นส่วนตัวมากขึ้นไปอีก ในขณะที่สายตาส่วนใหญ่ของคนในโรงกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอ แต่โสตประสาทของหมอกหนากลับถูกดึงดูดให้ไปโฟกัสอยู่กับคนข้างกายแทน
กลิ่นกาย... อุณหภูมิความร้อนจากร่างสูงที่แผ่ซัมซุงมาปะทะ... และเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ
หมอกหนาแอบเหลือบตามองคนข้างๆ เป็นระยะ ทัพฟ้ากำลังนั่งดูหนังอย่างตั้งใจ (หรือแกล้งทำเป็นตั้งใจก็ไม่รู้) แขนเสื้อฮู้ดถูกพับขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับของผู้ชายสุขภาพดี มือหนาวางพาดอยู่บนที่วางแขนตรงกลาง... ซึ่งมันเป็นที่วางแขน *ร่วม* ระหว่างเราสองคน!
ให้ตายสิ ใครเป็นคนออกแบบที่นั่งบ้าๆ แบบนี้เนี่ย! มันไม่มีที่กั้นกลางจริงๆ ด้วยซ้ำ ปลายแขนของเขากับทัพฟ้าแทบจะแนบติดกันอยู่แล้ว
ระหว่างที่หมอกหนากำลังนั่งลุ้นจนตัวเกร็ง พยายามบังคับตัวเองให้มองตรงไปที่จอภาพยนตร์ จู่ๆ มือหนาที่วางอยู่บนที่พักแขนก็ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ปลายนิ้วแข็งแรงแตะโดนหลังมือของหมอกหนาที่กำลังกำถังป๊อปคอร์นแน่นโดยบังเอิญ
ชั่ววินาทีนั้น หมอกหนาสะดุ้งสุดตัว มือไม้พาลจะปัดป๊อปคอร์นหกใส่ตัก แต่ทัพฟ้าไวกว่า มือใหญ่เอื้อมคว้าข้อมือเล็กเอาไว้มั่น ป้องกันไม่ให้ถังป๊อปคอร์นคว่ำลงพื้น พร้อมกับออกแรงดึงเบาๆ ให้หันมาสบตาสกันในความมืด
“ระวังหน่อยสิคะ ใจลอยไปถึงไหนแล้วเนี่ย” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ใกล้แค่หู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ริมแก้มจนหมอกหนารู้สึกวูบวาบไปหมด
“ก็... ก็พี่ทัพชอบแกล้งนี่นา ปล่อยมือได้แล้ว คนอื่นมองหมดแล้วมั้ง” หมอกหนาพยายามกระซิบเถียงเสียงสั่น หลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาในความมืด แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยแถมยังกระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“ไม่มีใครเห็นหรอกค่ะ ในนี้มันมืดจะตาย...” ทัพฟ้าโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนใจเต้นระส่ำ “แต่อยcaมองจอเลยค่ะ... หันมามองพี่นี่ดีกว่า”
คำพูดนั้นทำเอาหมอกหนาแทบหยุดหายใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นเกินกว่าจะรับไหวทำให้สติที่มีอยู่กระเจิดกระเจิง
ในจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หน้าจอยักษ์เบื้องหน้าก็สว่างวาบขึ้นด้วยฉากระเบิดตูมตาม แสงไฟสว่างจ้าสะท้อนใบหน้าของคนทั้งคู่ให้เห็นชัดเจน ทัพฟ้ายังคงจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตากรุ้มกริ่มที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้จนมิด
และก่อนที่หมอกหนาจะทันได้ตั้งตัว ทัพเอกก็เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากอุ่นจัดเกือบจะแตะเข้าที่ข้างขมับ ก่อนจะกระซิบประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาสติสตافของเด็กนิเทศฯ ขาดผึ่งลงตรงนั้น
“รู้ไหมคะ... ที่นั่งโซฟาคู่นี่ มันไม่ได้มีไว้สำหรับดูหนังอย่างเดียวหรอกนะ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 23
ตั๋วหนังที่เหลือใบเดียว
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!