หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก•ตอนที่ 6

ข้าวต้มมื้อดึก

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
"บอกแล้วว่าให้ใส่เสื้อกันหนาวเพิ่ม ดื้อด้านแบบนี้ไง ถึงได้ไข้ขึ้นเป็นหมาป่วยอยู่ห้องเนี่ย" เสียงบ่นงصแงงที่เจือไปด้วยความร้อนรนของคนตัวโตกว่าดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องพักเปิดออก ทัพฟ้าก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องพักขนาดกะทัดรัดของเด็กปีหนึ่ง โดยในมือข้างหนึ่งถือถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อ ส่วนอีกข้างหอบกะละมังใบเล็กกับผ้าขนหนูผืนผ้ารักษาไข้มาด้วยอย่างคล่องแคล่ว ผิดวิสัยหนุ่มวิศวะปากร้ายคนเดิมลิบลับ หมอกหนานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากขยับมุบมิบเถียงกลับเสียงแหบแห้งแทบไม่เป็นภาษา "ใครดื้อ... แค่ลืม... แล้วพี่จะบ่นทำไมนักหนаเนี่ย ปวดหัวจะตายอยู่แล้วนะ" "รู้ว่าปวดหัวก็หุบปากแล้วนอนนิ่งๆ ไปเลยค่ะคุณหมอกหนา" ทัพฟ้าทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ข้างเตียง วางของทั้งหมดลงบนโต๊ะข้างหัวนอน ก่อนจะเอื้อมมือหนามาทาบหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามืออีกฝ่ายทำให้หมอกหนาเผลอเอียงแก้มซบโดยไม่รู้ตัว ชั่ววินาทีนั้นแววตาดุๆ ของพี่ว้ากปีสามก็อ่อนยวบลงทันที ยอมเปลี่ยนจากโหมดบ่นเป็นโหมดโอ๋โดยอัตโนมัติ "ตัวร้อนจี๋เลย... เดี๋ยวฉันต้มข้าวต้มปลาในตู้เย็นให้นะ รอแป๊บ ห้ามหลับไปก่อนล่ะเข้าใจไหม" หมอกหนาสบถอุบอิบในลำคอ พยายามดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงหนีความใส่ใจที่ล้นทะลักจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ "ฮึ่ย... ใครใช้ให้มาดูแลเล่า กลับห้องตัวเองไปเลยไปรำคาญ" "ถ้าไม่ดูแลแล้วใครจะเช็ดตัวให้ล่ะหึ หรือจะให้ถอดเสื้อเช็ดจริงๆ แบบในซีรีส์?" "ไอ้พี่ทัพ! ทะลึ่ง!" คนป่วยดีดตัวขึ้นมาโวยวายหน้าตาตื่น ลืมความอ่อนเพลียไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตากรุ้มกริบที่ส่งผ่านมา ทัพฟ้าหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี ชอบใจนักที่ได้แกล้งให้คนปากแข็งหน้าแดงเล่นเป็นลูก The Flash สิบนาทีต่อมา กลิ่นหอมฉุยของข้าวต้มร้อนๆ ก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวขนาดเล็ก ทัพฟ้าในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวาสายสบายกำลังยืนงละมุนอยู่หน้าเตา มือใหญ่ถือทัพพีคนข้าวต้มในหม้ออย่างเบามือ ภาพหนุ่มหล่อดีกรีเดือนมหาลัยมายืนทำครัวหน้าตาเฉยแบบนี้ ถ้าพวกเพื่อนสนิทในคณะวิศวะมาเห็นเข้าคงได้ล้อไปสามชาติ แต่ตอนนี้เจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากเด็กดื้อที่นอนซมอยู่บนเตียง "เสร็จแล้วค่ะ คุณชายหมอกหนา เชิญเสวยได้" ทัพฟ้าเดินถือชามข้าวต้มควันฉุยเข้ามาวางที่โต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง ก่อนจะประคองร่างบางให้ลุกขึ้นพิงหัวเตียงแล้วจัดแจงเอาหมอนมารองหลังให้อย่างเบามือ หมอกหนากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ มองชามข้าวต้มสลับกับใบหน้าคมคายที่มีเหงื่อซึมอยู่เล็กน้อยจากการยืนหน้าเตา ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาจุกอกอย่างห้ามไม่อยู่ ปากก็บอกว่ารำคาญ แต่การกระทำของอีกฝ่ายกลับสวนทางกันลิบลับจนใจมันเริ่มสั่นไหว "มองหน้าฉันแบบนี้... เริ่มหลงเสน่ห์พ่อบ้านใจกล้าคนนี้แล้วสิครับ" ทัพฟ้าหยอดคำหวานพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นช้อนเป่าข้าวต้มร้อนๆ จนควันจางลงแล้วจ่อมาตรงริมฝีปากบาง "อ่ะ อ้าปากเร็ว เดี๋ยวข้าวเย็นหมด" "กินเองได้น่า... มือไม่ได้หักสักหน่อย" หมอกหนาทำท่าจะคว้าช้อนมาถือเอง แต่เพราะอาการเวียนหัวทำให้มือไม้สั่นจนเกือบทำช้อนหลุด "อย่าดื้อน่าหมอกหนา ถ้าไม่อยากให้ฉันป้อนด้วยวิธีอื่น..." ทัพฟ้าทำเสียงขู่เบาๆ แต่สายตาที่มองมามันหวานเชื่อมจนคนป่วยต้องยอมอ้าปากงับข้าวต้มคำแรกเข้าปากเงียบๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะสายตาคู่นั้นกันแน่ บรรยากาศในห้องเงียบลง มีเพียงเสียงช้อนกระทบกับชามกระเบื้องเบาๆ ทัพฟ้าคอยตักข้าวป้อนสลับกับเช็ดมุมปากให้คนเด็กกว่าอย่างเบามือ คอยถามตลอดว่าร้อนไปไหม เคี้ยวกินไหวหรือเปล่า ความใส่ใจที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ทำเอาเกราะป้องกันที่หมอกหนาพยายามสร้างขึ้นมาพังทลายลงทีละน้อย "อร่อยไหม" ทัพฟ้าเอ่ยถามเสียงนุ่ม สายตาจดจ้องมองใบหน้าเนียนที่เคี้ยวข้าวตุ้ยๆ อย่างเอ็นดู "อืม... ก็ใช้ได้" หมอกหนาตอบอุบอิบ หลบสายตาคมกริบที่มองมาไม่วางตา "ไม่คิดว่าคนปากเสียอย่างพี่จะทำอาหารเป็นด้วย" "เพื่อเธอ... อะไรฉันก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ" ฉ่า! ใบหน้าของหมอกหนาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีราวกับโดนน้ำร้อนลวก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน เจ้าตัวรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมครึ่งหน้าเพื่อซ่อนรอยยิ้มและอาการเขินอากัปกิริยาจนหูแดงแจ๋ "เพ้อเจ้ออะไรเล่า รีบป้อนเลย หิวนะเนี่ย!" ทัพฟ้าหัวเราะในลำคออย่างชอบใจกับท่าทางตื่นตูมนั้น ยื่นช้อนคำสุดท้ายป้อนคนปากแข็งจนหมดชาม ก่อนจะจัดการเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม พร้อมกับกะละมังน้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็ก "อ่ะ ทีนี้ก็ถึงเวลาเช็ดตัวลดไข้แล้วค่ะคนเก่งถอดเสื้อเองหรือจะให้ฉันถอดให้เลือกเอา" "ไอ้พี่ทัพ! ออกไปเลยนะเว้ย เดี๋ยวเช็ดเองได้!" หมอกหนาร้องโวยวายหน้าตื่น พยายามจะตะเกียกตะกายถอยหนีจนผ้าพันกันยุ่งเหยิง เรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำจากคนพี่ที่ยอมถอยให้ก้าวหนึ่งอย่างอารมณ์ดี หลังจากผ่านศึกย่อมๆ ในการบังคับคนป่วยเช็ดตัวและกินยาจนหลับไป ทัพฟ้านั่งมองคนตัวเล็กที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนเตียง มือใหญ่เอื้อมไปจัดปอยผมที่ปรกลงมาบังใบหน้าเนียนออกให้อย่างเบามือที่สุด กลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่น เขานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเงียบๆ พลางคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ระหว่างเขากับเด็กแสบนิเทศฯ คนนี้ จากความตั้งใจแรกแค่แกล้งหยอกเล่นแก้เบื่อ กลายเป็นความผูกพันและอาการคลั่งรักที่นับวันยิ่งถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว ในจังหวะที่ทัพฟหากำลังจะลุกขึ้นไปปิดไฟ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงของหมอกหนาก็สั่นครืดคราดพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืด สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นชื่อผู้โทรเข้าบนหน้าจอ... เป็นรุ่นพี่ปีสองคณะนิเทศฯ คนเดิมที่เคยมีประเด็นกันเมื่อวันก่อน และใต้ชื่อนั้นมีข้อความแชต์ค้างเติ่งที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ *“หายป่วยไวๆ นะน้องหมอก พรุ่งนี้พี่ซื้อของโปรดไปฝาก... สนใจไปกินข้าวด้วยกันไหมครับ?”* ทัพฟ้ายืนนิ่งค้าง รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาคมเปลี่ยนเป็นความหึงหวงที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมไปหยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมาปลดล็อกด้วยความคุ้นเคย (เพราะแอบจำรหัสผ่านตอนที่อีกฝ่ายกดให้ดูครั้งก่อน) ก่อนจะกดเข้าไปในหน้าต่างแชต์ และนิ้วเรียวก็เริ่มพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันทีด้วยความรวดเร็ว โดยไม่รอให้เจ้าของเครื่องได้ตื่นขึ้นมาห้ามปรามแม้แต่น้อย "หึ... คิดจะมาแย่งเด็กในคาถาเหรอคะ? ฝันไปเถอะ" ทัพฟ้ากดส่งข้อความนั้นออกไปทันที โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เลยว่า... ข้อความที่พิมพ์ตอบกลับไปด้วยอารมณ์หึงหวงชั่ววูบนั้น มันกำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดลูกใหญ่ที่จะพลิกผันความสัมพันธ์ของเขากับหมอกหนาไปตลอดกาล! --- *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์กวนๆ ของพี่ทัพกับน้องหมอกหนานะคะ*
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดเต๊าะสักวัน เดี๋ยวฉันหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%