เสียงกระแทกของลังไม้สนหนาหนักกระทบลงบนพื้นหน้าร้าน "ครัวสมุนไพรหลี่" จนฝุ่นดินในตรอกเล็กๆ ฟุ้งกระจาย เรียกสายตาตื่นตะลึงจากบรรดาชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาในยามสายได้เป็นอย่างดี
"ระวังหน่อยครับลูกพี่ นั่นมันของจากโรงพยาบาลใหญ่ในเมืองหลวงเชียวนะ ถ้าเสียหายขึ้นมาพวกคุณเอาหัวชดใช้ก็ไม่หมด!"
เสียงตะคอกด้วยความหงุดหงิดของเถ้าแก่ตู้ พ่อค้าคนกลางประจำตำบลดังขึ้น พร้อมกับก้าวถอยหลังกรูดเมื่อเห็นตราประทับสีแดงเข้มบนลังไม้ระบุชัดเจนว่าเป็นเวชภัณฑ์และวัตถุดิบเกรดพิเศษสำหรับกระทรวงสาธารณสุข
หลี่จูหลัน ยืนกอดอกพิงกรอบประตูไม้สีซีดของร้าน รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากเรียวสวย ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองลังไม้นำเข้าไม่ต่ำกว่าห้าลังที่ถูกกองเรียงรายขวางหน้าร้านของเธออย่างจงใจ รัศมีอันเย่อหยิ่งและเย็นชาแผ่ออกมาจากร่างระหงจนไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ
ไม่ใช่เพราะกลัวเธอ... แต่เพราะพวกเขากำลังอิจฉาริษยาจนตาแทบจะเป็นไฟต่างหาก
"นี่มัน... มันคืออะไรกันน่ะจูหลัน?" เสียงแหบแห้งของป้าอู๋ ป้าข้างบ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องความอยากรู้อยากเห็นดังแทรกขึ้นมา นางชะเง้อคอมองผ่านไหล่ของคนงานจนคอแทบเคล็ด ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองถุงชาโสมป่าอายุร้อยปีที่โผล่พ้นร่องไม้ด้วยความโลภ "ของพวกนี้มันราคาแพงหูฉี่ไม่ใช่หรือไง? สมัยนี้แม้แต่ข้าราชการระดับสูงในอำเภอยังไม่มีปัญญาซื้อมากินเลยนะ!"
จูหลันปรายตามองป้าอู๋ด้วยหางตา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราụคมมีดถูกเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
"ของมีค่า ย่อมคู่ควรกับคนที่มีปัญญาใช้ครับ... เอ๊ย หมายถึง คนที่มีวาสนาได้รับต่างหากครับ" จูหลันเกือบเผลอหลุดปากพูดสำนวนสมัยใหม่ แต่ก็รีบปรับน้ำเสียงให้เข้ากับยุคสมัยอย่างแนบเนียน "อีกอย่าง มันเป็นเรื่องส่วน ธุระปะปังอะไรของป้าที่จะต้องมาซักไซ้ขนาดนี้เล่าครับ?"
ป้าอู๋หน้าเจื่อนลงทันที นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ แต่ยังไม่ทันที่ยายแก่ปากมากจะได้โวยวาย เสียงรถจípสีเขียวเข้มรุ่นทหารคันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าตรอกอย่างนุ่มนวล แรงกดดันอันทรงอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณทันทีที่ประตูรถเปิดออก
เฉินอี้เฉิน ก้าวลงมาจากรถด้วยชุดเสื้อคลุมสีเข้ม ร่างสูงใหญ่สง่างามและใบหน้าคมสันที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา ทว่าสายตาคู่คมที่กวาดมองมายังจูหลันกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด—เป็นความอ่อนโยนที่มีให้เธอเพียงคนเดียวในโลกใบนี้
"ผมจัดการเรื่องเอกสารขนส่งเรียบร้อยแล้วครับ" อี้เฉินเดินตรงเข้ามาหาภรรยา, ปัดฝุ่นที่เปื้อนตามไหล่ของเธอออกอย่างเบามือท่ามกลางสายตานับสิบ คู่แต่งงานคู่นี้มักสร้างความอิจฉาให้ชาวบ้านได้เสมอ และวันนี้มันก็ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
"คุณเล่นใหญ่อีกแล้วนะครับอี้เฉิน" จูหลันถอนหายใจเบาๆ แม้ปากจะบ่น แต่ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยความขบขันและพึงพอใจ "ส่งโสมภูเขามาให้ตั้งสามลัง ลูกค้าของฉันคงกินจนกำเดาไหลตายกันพอดี"
"ถ้าพวกเขาตายเพราะบำรุงร่างกายเกินไป ผมจะสั่งห้ามไม่ให้ใครเหยียบเข้าร้านนี้อีกเลยดีไหมครับ" อี้เฉินตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนจูหลันต้องค้อนให้วงใหญ่
ขณะที่สามีภรรยาคู่นี้กำลังสร้างภาพบาดตาบาดใจ ทันใดนั้น ร่างท้วมของหลี่เฉียง ลุงแท้ๆ ของจูหลันผู้ซึ่งหายหน้าหายตาไปนานหลังจากพยายามมาไถเงินครั้งก่อน ก็โผล่พรวดพราดออกมาจากฝูงชน ใบหน้าอ้วนกลมขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโลภและอิจฉา
"จูหลัน! นังหลานอกตัญญู!" หลี่เฉียงตะโกนลั่น ชี้หน้าหลานสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว "บ้านเรายากจนข้นแค้น แกมีสามีเป็นถึงนายแพทย์ใหญ่ในเมืองหลวง ทำไมถึงไม่แบ่งปันของพวกนี้ให้ตระกูลหลี่บ้างวะ! ของพวกนี้เอาไปขายในตลาดมืดก็ได้เงินตั้งเท่าไหร่ แกคิดจะกินคนเดียวหรือไง!"
เสียงฮือฮาจากชาวบ้านดังขึ้นทันที หลายคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย ความโลภเป็นสิ่งที่ติดต่อได้ง่ายยิ่งกว่าไข้หวัด
จูหลันหรี่ตาลง รอยยิ้มเยдяเยาะผุดขึ้นที่มุมปาก เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บรรยากาศกดดันบางอย่างทำให้หลี่เฉียงต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ตระกูลหลี่?" จูหลันหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่าขนลุก "ตอนที่แม่ฉันป่วยปางตายและพวกท่านไล่พวกเราออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา พวกท่านเคยจำได้ไหมว่ามีตระกูลหลี่อยู่? ตอนที่ฉันต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อหาเงินเรียนตำรับยา พวกท่านเคยส่งข้าวมาให้สักเมล็ดหรือเปล่าครับ?"
"นั่น... นั่นมันเรื่องอดีต!" หลี่เฉียงละล่ำละลักหน้าซีดเผือด
"ไม่ใช่เรื่องอดีตครับ แต่มันคือสันดาน" อี้เฉินก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยา ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตของนายแพทย์สนามผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน มือหนาวางลงบนด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ใต้เสื้อโค้ดอย่างไม่ปิดบัง "ของในลังเหล่านี้ เป็นเวชภัณฑ์ที่รัฐบาลอนุมัติให้ภรรยาของผมใช้ในการทดลองสูตรอาหารยาจีนโบราณ หากใครกล้าแตะต้องแม้แต่ปลายนิ้วเดียว... ผมคงต้องเชิญไปคุยกันที่สถานีตำรวจในข้อหาลักทรัพย์สินทางราชการดูสักตั้ง"
สิ้นคำพูดของอี้เฉิน ฝูงชนที่เคยเบียดเสียดกันเข้ามาต่างพากันถอยกรูดด้วยความกลัว หลี่เฉียงหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ปากสั่นพับๆ พูดไม่ออกสักคำ ได้แต่ฮึดฮัดด้วยความแค้นเคืองก่อนจะเบียดผู้คนวิ่งหนีหายลับไปในตรอก
จูหลันอมยิ้ม นางเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของสามีเบาๆ เป็นเชิงว่าพอได้แล้ว ก่อนจะหันไปประกาศกรวดขันกับชาวบ้านที่ยังยืนอ้าปากค้าง
"เอาล่ะครับ! ในเมื่อสามีของฉันใจดีส่งวัตถุดิบชั้นยอดมาให้ วันนี้ 'ครัวสมุนไพรหลี่' จะเปิดหม้อตุ๋นพิเศษ 'ซุปโสมตุ๋นไก่ดำประทานพร' เป็นเวลาจำกัด สามสิบชามแรกในราคาต้นทุน ใครสนใจเชิญต่อแถวได้เลยครับ!"
กลิ่นหอมกรุ่นของโสมป่าผสมผสานกับเครื่องเทศจีนชั้นดีเริ่มโชยออกจากหม้อดินเผาใบใหญ่ที่จูหลันเพิ่งเปิดฝา ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งตรอกและหมู่บ้าน จนกระทั่งคนที่กำลังเดินหนีต้องหยุดเดิน
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหยและก้าวเข้ามาหน้าร้านนั่นเอง
เสียงเคาะประตูไม้หนักๆ สามครั้งดังขึ้นที่ด้านหลังร้าน... ซึ่งเป็นประตูที่เชื่อมต่อกับเขตหวงห้ามของบ้านพัก
จูหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปสบตากับอี้เฉินที่ตอนนี้ใบหน้าคมสันกลับมาเคร่งขรึมขึ้นทันที
ที่หน้าประตูลับหลังร้าน ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของชายแปลกหน้าผู้หนึ่งกำลังยืนรออยู่ พร้อมกับยื่นซองจดหมายผนึกครั่งสีแดงสดเข้ามาใต้ร่องประตู... เป็นสัญลักษณ์ที่จูหลันจำได้แม่นยำจากความทรงจำในมิติเก่าของเจ้าของร่างเดิม
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กาแฟโบราณแก้วโต" มาโดยตลอด พบกันใหม่ตอนหน้าครับ*
สูตรลับหม้อตุ๋นยาจีนกับคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 19
ของขวัญราคาแพงที่น่าหมั่นไส้
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับหม้อตุ๋นยาจีนกับคุณหมอหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!