สูตรลับหม้อตุ๋นยาจีนกับคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 6

ตลาดเช้าและการค้าขายครั้งแรก

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
กระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ใช้ห่อซาลาเปายังอุ่นไอความร้อน สะท้อนหยาดเหงื่อบนฝ่ามือของหลี่จูหลันในยามที่เธอยื่นสินค้าชิ้นแรกให้กับลูกค้าคนสำคัญของตลาดเช้าอำเภอหง Shān เสียงเหรียญกษาปณ์กระทบกันดังกรุ๊งกริ้งในกระป๋องเหล็ก เป็นดนตรีบำบัดความเหนื่อยล้าได้ดีที่สุดในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งหมักยีสต์ธรรมชาติผสมผสานกับความชุ่มฉ่ำของหมูสับติดมันคลุกเคล้าเห็ดหอมป่าและขิงแก่ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกแคบๆ หน้าสหกรณ์การเกษตร ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นตัดกับอากาศหนาวเย็นยามเช้าตรู่ ดึงดูดสายตาของพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านที่เดินขวักไขว่ให้ต้องหยุดฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ "ซาลาเปานี่... ลูกละเท่าไหร่แม่สาว?" เสียงแหบพร่าของหญิงสูงวัยสวมผ้าคลุมหัวสีตุ่นเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับจ้องมองเข่งไม้ไผ่สานที่ตอนนี้เหลือซาลาเปาไม่ถึงครึ่งเข่งแล้ว "ส้ายเหมาครึ่ง (ห้าเหมา) ต่อลูกครับคุณยาย รับรองว่าแป้งเหนียวนุ่ม ไส้แน่นเต็มคำ ไม่ผสมมันหมูหลอกตาแน่นอนครับ" จูหลันตอบด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี ดวงตาประกายความมั่นใจ ฉับไวและคล่องแคล่วสมกับเป็นเชฟมืออาชีพที่ผ่านสมรภูมิห้องครัวมานับไม่ถ้วน เฉินอี้เฉินที่ยืนเงียบเชียบอยู่เคียงข้างในชุดเสื้อโค้ตกันหนาวสีเขียวเข้ม ทำหน้าที่เป็นโล่มนุษย์คอยกันฝูงชนที่เบียดเสียดเข้ามาซื้อของได้อย่างแนบเนียน สายตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณตลาดเพื่อระแวกภัยอย่างเงียบๆ ทว่ามือหนากลับยื่นกระติกน้ำร้อนสแตนเลสให้ภรรยาจิบแก้คอแห้งโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ ทว่า ความสงบสุขของการค้าขายมักอยู่ได้ไม่นานในสถานที่ที่กฎหมายและผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นเดินสวนกันเหมือนผักปลา "เฮ้ย! หลบไป! ทางนี้เว้ย!" เสียงตะคอกห้าวห้วนดังขึ้นพร้อมกับการแหวกทางของกลุ่มชายฉกรรจ์สี่คน สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังเก่าๆ และคาดผ้าแดงที่แขนขวา หัวหน้ากลุ่มคือ 'เปียวจื่อ' อันธพาลประจำตลาดผู้มีศักดิ์เป็นหลานชายห่างๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐคนที่ยืนประจันหน้ากับบ้านหลี่เมื่อวานนี้ เปียวจื่อก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าแผงลอยชั่วคราวของจูหลัน เตะขาโต๊ะไม้ไผ่เสียงดังโครมจนเข่งซาลาเปาสั่นสะเทือน "นังเด็กนี่! ใครอนุญาตให้มาตั้งแผงขายของตรงนี้วะ? ที่ตรงนี้เป็นเขตคุ้มครองของฉัน อยากขายของในตลาดนี้ ต้องจ่ายค่าคุ้มครองมาก่อนครึ่งหนึ่งของกำไรทั้งหมด!" เปียวจื่อแย้มยิ้มเยาะเย้ย เผยให้เห็นฟันสีเหลืองน่ารังเกียจ ขณะที่ลูกน้องสมุนยืนล้อมวงปิดทางหนีทีไล่ ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าสบตาหรือยื่นมือเข้าช่วย เพราะต่างรู้ดีว่าเปียวจื่อมีแบ็กดีคอยหนุนหลัง จูหลันมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงถือคีบไม้คีบซาลาเปาลูกสุดท้ายใส่ใบตองยื่นให้ลูกค้าคนก่อนหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับอันธพาลร่างยักษ์ด้วยแววตานิ่งสงบ แต่แฝงไว้ด้วยประกายความคมกริบราวนิดหน่อยของคมมีดแล่เนื้อ "ค่าคุ้มครอง?" จูหลันหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงกังวานใสดังฟังชัดไปทั่วบริเวณที่เริ่มเงียบกริบ "กฎหมายข้อไหนของสหกรณ์ระบุว่าพื้นที่สาธารณะหน้าสหกรณ์เป็นของตระกูลคุณ? หรือว่าสมองของคุณมีแต่รอยหยักน้อยจนจำไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติไว้ว่าอย่างไร?" เปียวจื่อหน้าชาด้วยความโกรธ เถียงไม่ออกเพราะไม่ประสีประสาเรื่องกฎหมาย จึงตบโต๊ะเสียงดังลั่น "นังปากดี! มึงกล้าดียังไงมาสั่งสอนกู! วันนี้ถ้ามึงไม่จ่ายเงินมา อย่าหวังว่าจะได้เก็บแผงกลับบ้าน!" พูดจบ เปียวจื่อก็เอื้อมมือหนาหมายจะคว้าจับแขนเรียวของจูหลันเพื่อลากตัวออกไปข่มขู่ให้พ้นทาง *หมับ!* มือของเปียวจื่อลอยค้างกลางอากาศ ไม่สามารถขยับเข้าไปแตะต้องปลายเสื้อของหญิงสาวได้แม้แต่น้อย เมื่อฝ่ามือใหญ่อีกข้างหนึ่งที่มีเส้นเลือดปูดโปนด้วยพละกำลังมหาศาล คว้าข้อมือของมันไว้ราวกับคีมเหล็ก เฉินอี้เฉินก้าวออกมาบังหน้าภรรยาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทันสังเกต ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งอารมณ์ ดวงตาสีเข้มดุจเหยี่ยวจ้องมองอันธพาลตัวแสบด้วยความเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "รังแกผู้หญิง... รสนิยมต่ำช้าดีนี่" อี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุบต่ำแต่น่าเกรงขาม แรงบีบที่ข้อมือของเปียวจื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบาๆ "โอ๊ยๆๆ! ปล่อยกูนะเว้ย! มึงเป็นใครวะ กล้าดียังไงมา..." เปียวจื่อร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พยายามใช้มืออีกข้างชกสวนกลับมา แต่เฉินอี้เฉินเพียงแค่เอี้ยวตัวหลบอย่างง่ายดาย ก่อนจะสะบัดข้อมือนั้นเหวี่ยงร่างหนาของเปียวจื่อกระเด็นไปชนลังไม้ลังมะเขือเทศข้างทางจนพังทลายไม่เป็นท่า เหล่าลูกน้องสมุนเห็นหัวหน้าถูกจัดการในกระบวนท่าเดียวก็หน้าซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาเข้าไปช่วย จูหลันเดินอ้อมแผงลอยออกมา ยืนกอดอกมองเปียวจื่อที่นอนโอครวญครางอยู่กับพื้น เธอหยิบเศษกระดาษห่อซาลาเปาขึ้นมาขยำเป็นก้อนแล้วโยนลงถังขยะข้างตัวอย่างไม่แยแส ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำให้เปียวจื่อสันหลังวาบ "จำไว้นะครับ... ของที่ได้มาโดยไม่ลงแรง วันหนึ่งต้องชดใช้คืนด้วยดอกเบี้ยที่แพงกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า วันนี้ฉันแค่สั่งสอนเบาๆ แต่ถ้าวันหลังแกยังกล้ามาหาเรื่องที่แผงของฉันอีก..." จูหลันเว้นจังหวะ ปรายตามองด้วยรอยยิ้มพิฆาต "ฉันจะทำให้แกไม่ได้เดินออกจากตลาดนี้ด้วยขาของตัวเอง" ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วตลาดเช้าชั่วขณะ ทุกคนต่างทึ่งในความเด็ดขาดของภรรยาหมอหนุ่มและพละกำลังอันน่ากลัวของเฉินอี้เฉิน ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลายและชาวบ้านเริ่มส่งเสียงฮือฮาชื่นชม เสียงเบรกของรถจี๊ปทหารรุ่นเก่าสีเขียวเข้มก็ดังเอี๊ยดอาร์ดหยุดลงที่หน้าปากซอยตลาด ร่างของชายในเครื่องแบบยศสูงคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองนายที่เดินตามหลังมาติดๆ สายตาของนายตำรวจยศนายร้อยคนนั้นกวาดมองสถานการณ์รอบตัว ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างของเปียวจื่อที่กำลังร้องคร่ำครวญ และสะดุดกึกลงที่ใบหน้าของเฉินอี้เฉินกับจูหลันที่ยืนคู่กันอย่างสง่างาม "เกิดอะไรขึ้นที่นี่? ใครเป็นคนก่อความวุ่นวาย?" เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับการก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่า ชายในเครื่องแบบคนนั้นจะหันมาสบตากับจูหลันแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย "คุณหลี่จูหลัน... ไม่เจอกันนานนะ ดูเหมือนคุณจะสร้างปัญหาให้อำเภอเราเยอะพอสมควรเลยนี่" หัวใจของจูหลันกระตุกวูบ เมื่อตระหนักได้ว่าบุคคลที่ก้าวเข้ามาในตอนนี้ ไม่ใช่แค่ตำรวจท้องถิ่นธรรมดา แต่เป็น 'ผู้กองเฉียน' มือขวาคนสนิทของศัตรูตัวฉกาจที่พ่อของเธอเคยเก็บหลักฐานความผิดเอาไว้ในสมุดบัญชีลับ! ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับหม้อตุ๋นยาจีนกับคุณหมอหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%