หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 8

ภารกิจท้าตายระดับ C

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
"หลบไป!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของเรย์ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากสุดแรงเกิด ร่างของคีย์ถูกเหวี่ยงหลบพ้นรัศมีกรงเล็บสีดำสนิทที่ตะปบลงมาบนพื้นคอนกรีตจนแตกละเอียด แรงกระแทกส่งผลให้ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับกลิ่นเน่าเหม็นของซากศพที่ตีเข้าจมูกจนแทบอาเจียน เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคนในเวลานี้ คือร่างบิดเบี้ยวของอดีตเพื่อนร่วมหน่วย—คนที่ควรจะนอนสงบอยู่ในสุสานเมื่อสามเดือนก่อน แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นวิญญาณกลายพันธุ์ ดวงตาสดโพลงไร้แววตา มีเลือดสีดำไหลทะลักออกมาจากเบ้าตาและมุมปาก เสียงหายใจหอบกระชั้นดังฟืดฟาดเหมือนสัตว์ป่ากระหายเลือด "แม่งเอ๊ย! เร็วกว่าที่คิดเว้ย" เรย์สบถเสียงกร้าว มือหนากระชับมีดอาคมเคลือบอักขระศักดิ์สิทธิ์แน่นจนข้อนูดขาว กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าไหวระริกด้วยความตึงเครียด แววตาดุดันฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวดที่ต้องมาเห็นสภาพเพื่อนเก่ากลายเป็นเครื่องมือของความมืด "อย่าใช้กำลังปะทะตรงๆ นะเรย์!" คีย์ยันกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว แม้ใบหน้าจะเปื้อนฝุ่นและมีเหงื่อกาฬผุดพรายตามขมับ แต่แววตาคมกริบหลังกรอบแว่นยังคงความสุขุมเยือกเย็น ดวงตาส่งประกายแสงสีฟ้าจางๆ วิเคราะห์โครงสร้างพลังงานรอบตัว "พลังงานรอบตัวเราถูกบิดเบือน อาณาเขตนี้ไม่ใช่แค่ห้องทดลองร้างธรรมดา แต่มันคือ 'เขาวงกตไร้ทางออก' ที่พวกมันสร้างดักรอเราไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาแล้ว!" "รู้แล้วน่า! แต่มันพุ่งมาขนาดนี้ จะให้ยืนรอความช่วยเหลือหรือไงวะ!" ไม่รอให้คีย์ได้เอ่ยท้วง เรย์ก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าราวกับกระสุนปืนพ้นลำกล้อง รองเท้าคอมแบตกระแทกพื้นคอนกรีตจนเกิดเสียงดังสนั่น เขาย่นระยะเข้าประชิดตัววิญญาณกลายพันธุ์ในเสี้ยววินาที มีดอาคมในมือสะบัดฟันเป็นวงโค้งหวังตัดขั้ววิญญาณให้สิ้นซาก *เคร้ง!* ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นเมื่อคมมีดปะทะเข้ากับกรงเล็บแหลมคม แรงปะทะสะท้อนกลับมาจนแขนของเรย์ชาหนึบ วิญญาณกลายพันธุ์ตัวนั้นไม่เพียงแต่ไม่ถอย แต่มันยังอ้าปากกว้างส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ทำเอาแก้วหูแทบแตก คลื่นเสียงความถี่ต่ำกระแทกเข้าใส่ร่างของเรย์จนเขาต้องเซถอยหลังไปหลายก้าว "โถ่เว้ย ตัวหนักชิบหาย!" เรย์กัดฟันกรอด เลือดสีสดซึมออกจากมุมปากจากการฝืนรับแรงกระแทก "บอกแล้วไงว่าสมองกล้ามเนื้อน่ะ เก็บไว้ใช้ตอนจำเป็นเถอะ!" เสียงหวานติดจะประชดประชันดังขึ้นไล่หลัง พร้อมกับแสงวาบสีฟ้าครามที่แผ่พุ่งออกมาจากฝ่าเรียวของคีย์ นิ้วเรียวยาววาดอักขระกลางอากาศด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ "พันธนาการเนตรวิญญาณ: ตรึง!" เส้นแสงสีทองสว่างวาบพุ่งออกจากปลายนิ้วของคีย์ราวกับตาข่ายเพลิง รัดตรึงร่างที่กำลังคลุ้มคลั่งของวิญญาณกลายพันธุ์เอาไว้แน่น มันดิ้นรนสุดกำลัง ส่งเสียงคำรามโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเมื่ออักขระศักดิ์สิทธิ์แผดเผาไอวิญญาณชั่วร้าย "เรย์! จังหวะนี้แหละ จัดการมัน!" ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำสอง เรย์ดีดตัวพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังจุดอ่อนตรงกลางหน้าอกของร่างนั้น มือข้างที่ถือมีดเงื้อขึ้นสุดแขน รวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มีพุ่งทะยานเข้าใส่เป้าหมายด้วยความเด็ดเดี่ยว *ฉับ!* คมมีดทะลุผ่านร่างโปร่งแสงและเนื้อเน่าเฟะ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำแล้วจางหายไปในอากาศ ความเงียบงันกลับคืนสู่โถงทางเดินมืดมึดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนอยู่กลางกองซากปรักหักพัง เรย์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยืนค้ำเข่าด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรอบกาย บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้ช่างวังเวงและกดดันจนน่าประหลาด ผนังปูนเปลือยที่ควรจะมีทางออก กลับกลายเป็นทางตันและทางแยกที่ซ้อนทับกันเป็นลูปไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิดและกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวล "ทางตัน..." เรย์พึมพำกับตัวเอง สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาถนัดตา "พวกเราเดินวนอยู่ที่เดิมมาสามรอบแล้วนะคีย์ นายพอจะมีทางแก้ไหม หรือสมองอัจฉริยะของนายจะช็อตไปแล้ว?" คีย์เดินเข้ามาใกล้ ปรับแว่นตาบนสันจมูกเล็กน้อย สายตากวาดมองไปรอบๆ ผนังที่มีร่องรอยการขีดเขียนด้วยเลือดแห้งกรัง เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อคำนวณคลื่นพลังงานที่แปรปรวนในอากาศ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด "ไม่ใช่เพราะเราเดินวน... แต่พื้นที่ตรงนี้กำลังบิดตัวและกลืนกินเราเข้าไปต่างหาก" คีย์หันมาสบตาเรย์ แววตาคู่คมฉายความจริงจัง "ยิ่งเราใช้พลังมากเท่าไหร่ อาณาเขตนี้ก็จะยิ่งขยายตัวกว้างขึ้น และทางออกเดียวที่มี... ก็กำลังจะปิดตายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" "งั้นเราก็ต้องรีบหาทางออกก่อนที่มันจะปิดสิ จะมายืนรออะไรอยู่ตรงนี้" เรย์ขยับเข้าไปใกล้หมายจะคว้าแขนอีกฝ่ายให้เคลื่อนไหว แต่ทว่า... พรึบ! จู่ๆ ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานบนเพดานก็ดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้พวกเขาทั้งคู่จมดิ่งอยู่ในความมืดสนิทชั่วขณะ หัวใจของเรย์กระตุกวูบด้วยสัญชาตญาณอันตราย เขารีบดึงร่างของคีย์เข้ามาชิดอกโดยอัตโนมัติ วงแขนแข็งAแกร่งโอบกอดเอวบางไว้แน่นเพื่อป้องกันการจู่โจมจากความมืด "เรย์... ปล่อยนะ นายจะกอดฉันแน่นทำไมเนี่ย" เสียงของคีย์กระซิบอยู่ใกล้ชิดจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ แม้เจ้าตัวจะเอ่ยปากประท้วง แต่เรียวแขนที่ยกขึ้นโอบรอบไหล่กว้างของเรย์กลับเกาะเกี่ยวไว้แน่นอย่างไม่ยอมปล่อยเช่นกัน "หุบปากน่า... มืดขนาดนี้ ถ้าไม่กอดไว้ เดี๋ยวก็หลงทางกันพอดี" เรย์อ้างเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจในอกกลับเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนสู้กับวิญญาณกลายพันธุ์เสียอีก กลิ่นกายหอมสะอาดอ่อนๆ ที่เจือจางท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดทำให้สติของเขาเริ่มเตลิดไปไกล ในความมืดที่เงียบงัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—ก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากปลายทางเดินมืดมิด มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของวิญญาณกลายพันธุ์ตัวเมื่อครู่ แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นคอนกรีตอย่างเป็นจังหวะ ช้าๆ แต่หนักแน่นราวกับผู้มาเยือนกำลังเดินชมสวน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ร่างในเงาสลัวค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืด แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างพังๆ เผยให้เห็นใบหน้าของบุคคลผู้มาเยือน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนคนนั้น ดวงตาคมกราบกวาดมองเรย์และคีย์ที่ยังคงกอดกันกลมด้วยแววตาสสมรู้ร่วมคิด "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างติดตลก ทว่าแฝงไว้ด้วยความอันตรายที่ชวนให้ขนลุกซู่ "ไม่นึกเลยว่าหน่วยล่าท้าวิญญาณผู้เก่งกาจ จะมาสวีทกันท่ามกลางดงผีดิบแบบนี้... หัวหน้าเรย์" เรย์เบิกตากว้างเมื่อจำเสียงและใบหน้านั้นได้แม่นยำ "แก...!" คีย์ที่อยู่ในอ้อมกอดชะงักกึก ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่แคบลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขาไม่ได้เดินหลงเข้ามาในพื้นที่อาถรรพ์นี้โดยบังเอิญ แต่มีคนจงใจ "ต้อน" พวกเขาเข้ามาติดกับตั้งแต่แรกแล้ว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ชาโดว์ฮันเตอร์" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%