"โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของพวกคุณสินะครับ... หัวหน้าเรย์, คุณคีย์"
เสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มเจือความเจ้าเล่ห์ของ 'ไนท์' สมาชิกหน่วยสนับสนุนที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ทำเอาบรรยากาศในเต็นท์พยาบาลชั่วคราวกลางป่าอาถรรพ์ที่เพิ่งเดือดระอุด้วยอุณหภูมิความตึงเครียดเมื่อครู่ ชะงักง้างลงในทันที
เรย์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต มือหนาที่เมื่อครู่เกือบจะคว้าต้นคอระหงของคนตรงหน้าให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม รีบชักกลับราวกับต้องของร้อน ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนกระอักกระอ่วนอย่างปิดไม่มิด เขากัดกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด พลางถอยหลังกรูดออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง
"เอ่อ... ม... ึงมีตาหามีแววไม่วะไอ้ไนท์! เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง อยากโดนฝ่าเท้ากูประทับหน้าสักทีใช่ไหม!" เรย์แว้ดใส่แก้เก้อ ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด แม้ภายนอกจะพยายามตีสีหน้าดุร้ายกลบเกลื่อนความพิรุธ แต่หูทั้งสองข้างที่แดงแจ๋นั้นฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังเสียอาการอย่างหนัก
ในขณะที่คีย์ คู่กัดตัวแสบผู้ตกเป็นเป้าสายตา กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือลนลานเหมือนอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นใสปรายมองผู้มาใหม่ด้วยความเรียบเฉย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างเหนือกว่า นิ้วเรียวยาวจัดชายเสื้อยุทธศาสตร์ที่ยับย่นจากการยื้อยุดเมื่อครู่ให้เข้าที่เข้าทางอย่างใจเย็น
"ถ้ามีตาไว้แค่ประดับกะโหลก ก็บริจาคให้หน่วยสืบราชการลับเถอะครับคุณไนท์" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น้ำคำเชือดเฉือนนิ่มๆ "หรือว่าประสาทสัมผัสของคุณมันเสื่อมถอยลงไปพร้อมกับอายุขัย ถึงได้แยกแยะไม่ออกว่าตอนนี้ใครกำลังปฏิบัติภารกิจ... หรือใครกำลังเสียมารยาท"
ไนท์ยกมือขึ้นยอมแพ้ทีเล่นทีจริง รอยยิ้มยั่วเย้ายังคงประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย "โอ้โห ดุเป็นหมาป่าหวงก้างทั้งคู่เลยนะครับเนี่ย ผมแค่นำรายงานสรุปความเสียหายจากภารกิจแรกมาส่งให้หัวหน้าต่างหากครับ ไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นก้างขวางคอความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง... เอ๊ย หมายถึงความร่วมมืออันแนบแน่นของพวกคุณหรอกนะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้เรย์เกือบพุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่หน้ากวนๆ นั้นจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าคีย์ส่งสายตาดุๆ ห้ามปรามเสียก่อน
"วางรายงานไว้ตรงนั้นแล้วไสหัวไปซะครับ" คีย์สั่งเสียงเฉียบขาด
"รับทราบครับท่านเนตรวิญญาณ" ไนท์ยิ้มรับกวนๆ วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้พับตัวเล็กๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปไม่วายทิ้งท้ายด้วยประโยคชวนประสาทกิน "ตามสบายต่อได้เลยนะครับ ผมปิดหูปิดตาให้เรียบร้อยแล้ว!"
พรึบ!
เสียงรูดซิปเต็นท์ปิดลง ทิ้งให้ภายในพื้นที่แคบๆ กลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม ความอึดอัด กลิ่นอายความใกล้ชิด และแรงดึงดูดประหลาดระหว่างคนทั้งสองกลับทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเก่า เรย์ยืนนิ่งอยู่ที่มุมเดิม สายตาคมกริบมองต่ำลงไปที่พื้นราวกับสำรวจหาทางหนีทีไล่ ขณะที่อกหนากระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ยังไม่
ภารกิจแรกในเขตแดนวิญญาณระดับบีผ่านพ้นไปได้ด้วยดีก็จริง แต่มันแลกมาด้วยความสะินใจและการเผชิญหน้าที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด ร่างกายของทั้งคู่ต่างมีบาดแผลและรอยขีดข่วนจากคมเขี้ยวของวิญญาณระดับต่ำที่กรูเข้ามาจู่โจมระลอกใหญ่ แม้จะไม่ใช่แผลฉกรรจ์ แต่ความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังงานอย่างหนักหน่วงทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน
"ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะครับ หรือว่าติดใจรสชาติบรรยากาศเมื่อกี้ อยากให้ผมต่อให้จบ?" คีย์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตาคู่คมช้อนขึ้นมองคนตัวโตกว่าด้วยแววตาท้าทาย รอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากทำให้เรย์รู้สึกเขიยนแปลกๆ จนต้องรีบหันขวับมาสวนกลับ
"ใครติดใจวะ! มึงอย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยคีย์ หน้าอย่างมึงต่อให้สวยหยาดฟ้าดินแค่ไหน แต่ปากจัดขนาดนี้ กูเอาตีนก่ายหน้าผากยังน่าดูกว่า!" เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความดุดันของหัวหน้าทีมล่าวิญญาณกลับมาให้เร็วที่สุด
"ปากบอกว่าไม่ แต่หน้าแดงถึงใบหูเลยนะครับหัวหน้าเรย์" คีย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าคอมแบตกระทบพื้นเต็นท์เบาๆ กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่าย ทั้งกลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นสมุนไพรเวทมนตร์ลอยเข้าแตะจมูกเรย์จนหัวใจกระหน่ำเต้นไม่เป็นส่ำ "หรือว่าที่ตบะแตกเมื่อกี้ เพราะผมพูดจี้ใจดำเรื่องที่คุณ... กลัวจะปกป้องใครไม่ได้อีก?"
คำพูดนั้นราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบลงกลางใจ เรย์ชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้า แววตาคมกริบไหววูบลงชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีต ภาพของลูกน้องในทีมที่ต้องจบชีวิตลงต่อหน้าต่อตาเพราะความประมาทและพละกำลังที่ไร้การควบคุมของเขาเองผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพรีเพลย์ ความรู้สึกผิดบาปและความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนสำคัญไปอีกครั้งกัดกินขั้วหัวใจจนเจ็บหนึบ
คีย์ที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์นั้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและตั้งป้อมหาเรื่องมาตลอดเปลี่ยนเป็นอ่อนลงโดยอัตโนมัติ มือเรียวเอื้อมออกไปคว้าแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเอาไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้เรย์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดหนี
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะรื้อฟื้นแผลเก่าหรอกนะครับ..." เสียงของคีย์แผ่วเบาลง ไร้ซึ่งความเยาะ ์หรือประชดประชัน มีเพียงความจริงจังและความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "แต่เลิกแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวสักทีเถอะเรย์... ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว มีผม... มีพวกเราคอยหนุนหลังอยู่"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับเนตรวิญญาณอัจฉริยะ นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ภายใน ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงความเงียบงันที่มีแค่เสียงลมหายใจของกันและกัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงทีละน้อยจนเรย์สามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดพวงแก้ม เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ม... มึงนี่นะ..." เรย์พึมพำเสียงแหบพร่า มือหนาที่ปล่อยทิ้งไว้ข้างลำตัวค่อยๆ ขยับขึ้นโอบเอวบางของคนตรงเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ คีย์ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ร่างของตนถูกดึงเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งจนแทบไม่มีช่องว่าง
"ถ้ายังพูดจามากความอีก ผมอาจจะเปลี่ยนใจไม่แค่เตือนสติ แต่จะจูบปิดปากคุณจริงๆ แล้วนะครับเรย์" คีย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากสีพีชอยู่ห่างจากริมฝีปากของเขาไม่ถึงคืบ แววตาสั่นไหวเล็กน้อยบ่งบอกว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้นิ่งสงบอย่างที่ปากพูด
เรย์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ความกลัวในอดีตถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผา "งั้นก็ลองดูสิครับ... ว่ามึงจะกล้าพอ..."
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้สัมผัสกันตามแรงขับเคลื่อนของอารมณ์
กริ๊ก! ครืนนน...
เสียงกลไกเวทมนตร์เตือนภัยระดับฉุกเฉินที่ติดตั้งไว้รอบคันธงปักเขตแดนดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแสงไฟสีแดงฉานที่สาดส่องวาบเข้ามาในเต็นท์พยาบาลทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ!
เรย์และคีย์ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานวิญญาณมหาศาลที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงจากทิศทางของป่าต้องห้ามด้านหลังแคมป์
ฟรึบ!
ร่างเงาดำทะมึนขนาดมหึมาพุ่งทะยานผ่านม่านพลังป้องกันเข้ามาอย่างไร้เสียง แรงกระแทกจากการปรากฏตัวทำเอาเต็นท์พยาบาลสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลาย ก่อนที่เสียงคำรามต่ำลึกราวกับมาจากขุมนรกจะดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
"ระวังตัว!" เรย์ตะโกนลั่น คว้าดาบคาตานะประจำกายขึ้นมาตั้งรับพร้อมกับกระชากร่างของคีย์ให้หลบวิถีพุ่งชนได้อย่างเฉียดฉิว
เมื่อแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ส่องสว่างขึ้น เผยให้เห็นร่างของผู้มาใหม่ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางเต็นท์ ร่างนั้นไม่ใช่ปีศาจวิญญาณทั่วไป แต่เป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ทว่าดวงตาทั้งแปดคู่กลับจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยความกระหายเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... บนหน้าอกของมัน มีตราสัญลักษณ์ของ 'หน่วยลาดตระเวนพิเศษที่สูญหายไปเมื่อสามปีก่อน' สลักอยู่เด่นชัด!
คีย์หน้าซีดเผือดเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อกวาดสายตามองสำรวจร่างนั้น "นั่นมัน... หน่วยสำรวจรุ่นพี่ที่สูญหายไปในภารกิจกวาดล้างครั้งใหญ่... เป็นไปได้ยังไงกัน!"
เรย์ขบกรามแน่น แววตาดุดันฉายประกายอันตรายขึ้นมาทันที "ไม่ใช่เพราะพวกมันตาย... แต่พวกมันถูก 'กลืนกิน' และถูกควบคุมโดยบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปในดันเจี้ยนนี้ต่างหาก!"
วิญญาณกลายพันธุ์อดีตเพื่อนร่วมหน่วยส่งเสียงคำรามโหยหวน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสองคนด้วยความเร็วสูงชนิดที่คาดไม่ถึง!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ...
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อย่างสม่ำเสมอ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! — ชาโดว์ฮันเตอร์
หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 7
คืนวุ่นวายในแคมป์พัก
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!