"ถ้าขยับอีกนิดเดียว แผลฉีกแน่ครับ... คุณคีย์"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววตำหนิดังขึ้นในความเงียบสงบของห้องพักแพทย์สนาม กลิ่นอลกอฮอล์และยาฆ่าเชื้อคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ จากด้านนอก เรย์ยืนค้ำโต๊ะตรวจด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างเพรียวบางที่นั่งกัดฟันอยู่บนขอบเตียง มือหนายกขวดน้ำยาขึ้นเตรียมเทใส่สำลี โดยไม่สนใจสายตาคู่สวยที่ตวัดมองมาอย่างเอาเรื่องเลยแม้แต่น้อย
"หุบปากไปเลยน่า เรย์ นายคิดว่าแผลแค่นี้มันจะฆ่าฉันได้รึไง" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยือกเย็นแต่สั่นพร่าเล็กน้อยจากพิษบาดแผลที่ได้รับมาจากดันเจี้ยนชั้นใต้ดินเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ใบหน้าเนียนใสซีดเซียวจนน่าใจหาย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ทว่าริมฝีปากบางเฉียบยังคงดื้อรั้น ไม่ยอมปริปากร้องออกมาสักแอะ
เรย์แค่นเฮอะในลำคอ ดวงตาดุดันฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด "ปากดีให้ได้ตลอดเถอะครับ ถ้าเมื่อกี้ผมไม่คว้าตัวคุณไว้จากเงาของวิญญาณระดับบอสตัวนั้น ป่านนี้คุณคงกลายเป็นอาหารว่างของพวกมันไปแล้ว และผมคงไม่ต้องมานั่งเช็ดแผลให้คนอวดเก่งแบบนี้หรอก"
"ใครใช้ให้มาช่วยไม่ทราบ นายต่างหากที่รนหาที่วิ่งเข้าไปแทรกกลางวงล้อมแบบไร้สมอง ฉันคำนวณจังหวะไว้หมดแล้ว!" คีย์ตอกกลับทันทีพร้อมกับขยับตัวจะลุกขึ้นหนี แต่ความเจ็บปวดแปล๊บที่สีข้างทำให้ร่างบางเซถลาเกือบตกเตียง
เรย์ไวเกินกว่าจะปล่อยให้เกิดอุบัติเหตุ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวสอบของอีกฝ่ายแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรง แรงกระชากนั้นทำให้คีย์เสียหลักล้มพับลงมาซบกับแผงอกกว้างของหัวหน้าทีมล่าวิญญาณ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระส่ำของคนทั้งคู่
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบา
เรย์ชะงักค้างไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่แนบชิดติดแผงอก กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นอายเฉพาะตัวของเนตรวิญญาณอัจฉริยะทำให้สติที่เคยควบคุมไว้เริ่มกระเจิง สายตาคมก้มมองลงต่ำสำรวจใบหน้าเนียนที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะมองเขาด้วยความหยิ่งผยอง ตอนนี้กลับไหวระริกและเจือแววประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
"ปล่อย..." คีย์พึมพำเสียงเบาหวิว มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกแกร่งของอีกฝ่ายไว้ แต่เรย์กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน ซ้ำร้ายเขายังกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัวมากกว่านี้ ก็อยู่นิ่งๆ ครับ คุณคีย์" เรย์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและจริงจังขึ้นจนน่าแปลกใจ
คีย์เม้มปากแน่น ยอมสงบปากสงบคำลงโดยดีในที่สุด เรย์จึงถือโอกาสค่อยๆ ใช้มืออีกข้างปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดและเหงื่อของอีกฝ่ายออกทีละเม็ด เพื่อตรวจดูความเสียหายของบาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า
เมื่อสาบเสื้อถูกแหวกออกเผยให้เห็นแผงอกขาวเนียน แววตาของเรย์ก็พลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความโกรธเกรี้ยวและท่าทียียวนกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งและแววตาสั่นไหวที่เจ้าตัวไม่อาจควบคุมได้
บนแผ่นอกด้านซ้าย ลากยาวผ่านซี่โครงจนเกือบถึงแผ่นหลัง มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่เกิดจากรอยกรงเล็บของอสูรกายวิญญาณโบราณ รอยแผลนั้นทั้งน่ากลัวและบิดเบี้ยว เนื้อเยื่อบริเวณนั้นนูนหนาและมีสีเข้มกว่าผิวหนังปกติอย่างชัดเจน เป็นหลักฐานเด่นชัดถึงความตายที่เกือบจะพรากวิญญาณของคนตรงหน้าไปในอดีต
เรย์นิ่งค้าง นิ้วมือที่ถือสำลีสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ผุด
"รอยนี่..." เสียงของเรย์ขาดหายไปในลำคอ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจของชายหนุ่มอย่างรุนแรงจนหายใจไม่ออก
คีย์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเรย์แตะลงบนขอบแผลเป็นนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ร่างบางรีบดึงเสื้อกลับมาปิดบังเรือนร่างทันทีด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัดด้วยความอับอายและไม่พอใจ
"มองอะไรเล่า! ไม่เคยเห็นคนมีแผลรึไง" คีย์ตวาดกลบเกลื่อน น้ำเสียงห้วนจัดเพื่อปิดบังความสั่นไหวในน้ำเสียงของตนเอง
"ทำไมถึงไม่เคยบอก..." เรย์เงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราด มีเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน "แผลนี้... มันเกิดจากเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน วันที่ทีมสำรวจชุดแรกถูกกวาดล้างที่เขตแดนศูนย์ใช่ไหมครับ คุณคีย์"
คีย์ชะงัก นัยน์ตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากบาง "เรื่องมันผ่านมานานแล้ว หัวหน้าเรย์ผู้เก่งกาจ อย่ามาทำเป็นใส่ใจเรื่องของคนอื่นเลยดีกว่าน่า หน้าที่ของนายคือล่าวิญญาณ ไม่ใช่มานั่งรื้อฟื้นอดีตงี่เง่าของฉัน"
"แต่มันไม่ใช่เรื่องของคนอื่น!" เรย์พูดย้ำเสียงดังขึ้น เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอีกครั้งจนคีย์ต้องเอนหลังพิงผนังห้องอย่างไร้ทางหนี ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงทั้งหมดที่ถูกซ่อนไว้ "วันนั้น... ถ้าผมไม่ประมาท วิ่งนำเดี่ยวเข้าไปในเขตอาคมมืด ลูกน้องของผมก็คงไม่ต้องตาย และคุณ... ก็คงไม่ต้องเอาตัวเข้ามารับการโจมตีแทนผมจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดแบบนี้!"
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวอีกครั้ง คำสารภาพที่เก็บงำไว้ในใจมานานหลายปีถูกพ่นออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด คีย์มองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและรอยร้าวในแววตา หัวใจที่เคยด้านชาเริ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
มือเรียวยื่นออกไปตั้งใจจะผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วจะทันได้สัมผัสตัวเรย์
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังเปราะบาง เรย์และคีย์หันขวับไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ ร่างสูงโปรดของบุคคลที่สามก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากและแววตาที่เต็มไปด้วยความลับ
"โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของพวกคุณสินะครับ... หัวหน้าเรย์, คุณคีย์"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ด้วยกันนะครับ
หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 6
รอยแผลที่ปิดไม่มิด
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!