กลิ่นสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบจมูก ทันทีที่เสียงทุ้มต่ำของชายปริศนาขาดหายไป แรงกดดันระดับมหึมาก็พุ่งทะยานจากพื้นดินเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของพวกเราทันที เรย์ส่งเสียงสบถในลำคอ ร่างสูงโปร่งในชุดหน่วยล่าท้าวิญญาณกระชับดาบคาตานะในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงใต้ดินที่บัดนี้แปรสภาพเป็น ‘กับดักวิญญาณระดับสิบ’ สมบูรณ์แบบ
ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นคอนกรีต มันก่อตัวเป็นรูปเงาร่างนับร้อยที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนบาดแก้วหู แรงดึงดูดมหาศาลจากใจกลางอาคมกำลังฉีกกระชากมิติและพยายามดึงร่างของเรย์ให้จมดิ่งลงสู่ความมืดเบื้องล่าง
"โธ่เว้ย! เล่นมุกสกปรกอะไรกันวะเนี่ย!" เรย์คำรามลั่น ขาแกร่งยันพื้นไว้มั่นเพื่อต้านทานแรงดึง แต่ทว่า อาคมพันธนาการวิญญาณกลับเหนียวหนืดและรวดเร็วกว่าที่คิด พื้นปูนใต้รองเท้าของเขาแตกร้าวละเอียด ไอทมิฬพุ่งรัดข้อเท้าของเขาแน่นราวกับงูพิษนับร้อยตัว
"อย่าขยับสุ่ม 4 สุ่ม 5 มูละมิตรมันกำลังจะปิดตัวลง ถ้านายยังดึงดันใช้กำลังฝ่าออกไป มีหวังได้ถูกแรงอัดอากาศบดขยี้จนร่างแหลกเหลวเป็นจุลแน่ เรย์!"
เสียงเย็นเยียบแต่ทรงพลังดังขึ้นข้างกาย คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเรย์ในเสี้ยววินาทีที่วิกฤตที่สุด ดวงตาสมตรัยของคีย์เรืองแสงสีฟ้าสว่างวาบภายใต้กรอบแว่นสายตา ลายเส้นอักขระโบราณนับร้อยพรั่งพรูออกมาจากปลายนิ้วเรียวยาวราวกับสายน้ำไหลริน
"ถอยไปน่าคีย์! ฉันจัดการเองได้!" เรย์หันมาตวาดใส่ด้วยความหัวเสีย ความอีโก้และความดื้อรั้นในฐานะหัวหน้าทีมสายบู๊ไม่เคยยอมให้ใครมามองว่าเขาอ่อนแอ โดยเฉพาะกับคีย์... คู่กัดหนุ่มหน้าหวานที่มักจะทำตัวเหนือกว่าเขาอยู่เสมอ
"อย่าทำตัวเป็นเด็กไร้สมองในเวลาแบบนี้จะได้ไหม เรย์!" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของอีกฝ่ายไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความดุดันและจริงจังที่ทำให้เรย์ชะงักไปชั่วขณะ
ก่อนที่เรย์จะทันได้อ้าปากเถียงต่อ คีย์ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วเกินคาด มือเรียวคว้าเข้าที่ปกเสื้อเครื่องแบบของเรย์แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่เซถلاเข้าหากันจนหน้าอกแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางบรรยากาศที่ระอุเดือด
"นายทำบ้าอะไรวะ..." เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนเหลือแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของคีย์ผสมผสานกับกลิ่นอายความตายรอบตัวอย่างน่าประหลาด
"ฉันกำลังช่วยชีวิตนายอยู่... หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ซะ!"
คีย์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์ สติสัมปชัญญะของเรย์เหมือนถูกสะกดไว้ด้วยประกายแสงสีฟ้าในแววตานั้น ชั่วพริบตาเดียว คีย์ก็ยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเรย์ไว้แน่น ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาแล้วประกบเรียวปากลงบนริมฝีปากของเรย์อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด!
ดวงตาของเรย์เบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ความรู้สึกอุ่นร้อนและนุ่มนวลที่แนบชิดลงมาทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
นี่ไม่ใช่แค่การจูบเพื่อยั่วประสาท... แต่มันคือ ‘พิธีกรรมถ่าย energy transfer’ ขั้นสูง!
คีย์กำลังใช้ลมหายใจและพลังวิญญาณของตัวเองสร้างเกราะคุ้มกันรอบตัวเรย์ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของกับดักวิญญาณไม่ให้มันกัดกินพลังชีวิตของเรย์ไปมากกว่านี้ รสชาติหวานจางๆ ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางในโพรงปากทำให้เรย์รู้สึกมึนหัวอย่างบอกไม่ถูก เคมีแปลกประหลาดบางอย่างระเบิดขึ้นในอกจนเขาเผลอยกมือขึ้นคว้าเอวบางของคีย์ไว้โดยสัญชาตญาณ
"อื้อ..." เรย์ส่งเสียงประท้วงในลำคอ แม้ร่างกายจะต่อต้านด้วยสัญชาตญาณความเคยชิน แต่หัวใจกลับทรยศด้วยการเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความร้อนรุ่มจากพิษอาคมภายนอกถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากสัมผัสแนบชิดภายใน ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทกันอย่างไร้ช่องว่าง ท่ามกลางไอหมอกทมิฬที่หมุนวนอยู่รอบตัวราวกับพายุ
ผ่านไปชั่วอึดใจที่ยาวนานราบนิรันดร์ คีย์ค่อยๆ ผละริมฝีปากออกช้าๆ ปลายจมูกยังคงปัดผ่านแก้มสากของเรย์อย่างอ้อยอิ่ง ใบหน้าหวานของคีย์ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้เจ้าตัวจะพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็ตาม
"แฮก... นาย..." เรย์หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าคมคายแดงก่ำ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะพิษกับดักวิญญาณหรือเพราะสัมผัสเมื่อครู่กันแน่ "นายทำบ้าอะไรวะคีย์! ใครใช้ให้ใช้วิธีนี้เล่า!"
"วิธีอื่นมันช้าและเสี่ยงเกินไป นายอยากตายคาตีนวิญญาณพวกนี้รึไง เรย์" คีย์ตอบเสียงหอบเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยตวัดมองค้อนเรย์ด้วยความหมั่นไส้ แต่ใบหูขึ้นสีแดงจัดนั้นฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้นิ่งสงบอย่างที่ปากพูดเลย
"แต่... แต่มัน..." เรย์กัดฟันกรวด รู้สึกเสียหน้าและหงุดหงิดที่ตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับลูกไม้ของอีกฝ่ายอีกครั้ง ทว่าก่อนที่เขาจะได้ต่อว่าอะไรออกไป แรงกระแทกมหาศาลก็พุ่งทะลวงมาจากผนังเบื้องหลัง
*ตูมมมม!*
ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเตอะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษปูนและฝุ่นควันพวยพุ่งตลบอบอวล แรงระเบิดทำให้เรย์และคีย์ต้องผละออกจากกันตามสัญชาตญาณ เรย์กระชับดาบในมือมั่น พุ่งตัวไปยืนบังหน้าคีย์ไว้โดยอัตโนมัติ สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังกลุ่มควันหนาทึบที่ค่อยๆ จางลงเผยให้เห็นร่างของใครบางคนก้าวเท้าออกมาจากความมืด
รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นปูนเกิดเสียงก้องกังวาน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เส้นผมสีดำสนิทลู่ไปตามกรอบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากอันตราย ดวงตาคู่คมกวาดมองเรย์และคีย์ที่ยังคงหายใจหอบกระชั้นด้วยท่าทางแนบชิดเมื่อครู่
"โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานมันหยดของพวกเธอสองคนเข้าสินะครับ?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเยาะหยัน เรย์หรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ทันที สัญชาตญาณนักล่าร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว
บุคคลปริศนารายนี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง และพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว!
"แกเป็นใคร..." เรย์เค้นเสียงถาม ร่างกายเตรียมพร้อมพุ่งเข้าปะทะทุกเมื่อ
ชายในชุดสูทยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"แนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ... ผมคือคนที่ถือตั๋วเที่ยวเดียวส่งพวกคุณไปลงนรกยังไงล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 2
เนตรที่มองเห็นความซวย
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!