กลิ่นคาวเลือดจางๆ กับกลิ่นอับชื้นของซากคอนกรีตเก่าคือสิ่งที่ต้อนรับผู้มาเยือนในห้องคัดเลือกใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบเข้ากับรอยแผลเป็นบนสันจอกของเรย์ ร่างสูงโปร่งในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งบางของใครบางคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างเช็ดมีดสั้นอาคมด้วยผ้าไหมสีขาวอย่างใจเย็น
"ถ้าฝีมือแกมีดีแค่การนั่งเช็ดใบมีดสำอางๆ แบบนั้น... แนะนำให้เก็บกระเป๋าแล้วไสหัวกลับบ้านไปซะ คีย์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด เรย์เค้นหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน สายตาคมดุราวกับเสือป่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจคู่ปรับตัวฉกาจตั้งแต่หัวจรดเท้า ความหมั่นไส้พุ่งทะยานขึ้นจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
ชายหนุ่มที่ชื่อคีย์ไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงก้มหน้าก้มตาบรรจงเช็ดคราบพลังงานวิญญาณสีดำที่ติดอยู่บนคมมีดอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย มุมปากหยักยกยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า เป็นรอยยิ้มที่เรย์อยากจะใช้หมัดหนักๆ ซัดให้ร่วงลงไปนอนกับพื้นนัก
"ถ้าสมองของหัวหน้าทีมสายบู๊อย่างคุณมีไว้แค่คิดเรื่องใช้กำลังพังประตู... ผมว่าคนที่ควรไสหัวออกไปจากดันเจี้ยนระดับ D นี้น่าจะเป็นคุณมากกว่านะครับ, คุณเรย์"
คีย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเรย์ทีละน้อยอย่างไร้ความเกรงกลัว แรงกดดันมหาศาลจากเนตรวิญญาณอัจฉริยะแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนาวเยือก
เรย์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดรอยยิ้มอวดดีนั่น เกลียดท่าทางสุขุมเยือกเย็นที่เหมือนรู้ทันเขาไปเสียทุกเรื่อง ยิ่งอีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้เท่าไหร่ กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดที่คล้ายกับดอกไม้ป่าหลังฝนตกก็ยิ่งลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเขามากขึ้นเท่านั้น มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้ไขว้เขวและหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน
"ปากดีนักนะ..." เรย์พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกทางจมูก ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนอกเกือบชนกัน ความต่างของส่วนสูงทำให้ก้มมองลงไปสบตาคนตรงหน้าได้อย่างถนัดถนี่ "แกคิดว่าตัวเองแน่มาจากไหน คีย์? แค่มีเนตรวิญญาณมองเห็นจุดอ่อนของมอนสเตอร์ระดับ D ได้ แกก็คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าแล้วงั้นสิ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าในดันเจี้ยนจริง ไม่มีใครมานั่งใจเย็นให้แกวางแผนสวยๆ หรูๆ หรอกนะ!"
คีย์ไม่ถอยหนี แถมยังเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ลดละ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยันชัดเจน นิ้วเรียวยาวข้างที่ถือมีดสั้นยกขึ้นแตะเบาๆ ที่อกเสื้อด้านซ้ายของเรย์ ตรงตำแหน่งที่หัวใจกำลังเต้นระรัวด้วยความเดือดดาล
"ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรอกครับ... แต่ผมก็ไม่เคยโง่เอาชีวิตทีมตัวเองไปทิ้งขว้างเพราะความมั่นใจโง่ๆ เหมือนหัวหน้าทีมบางคน ที่ปล่อยให้ลูกน้องต้องตายคาซากดันเจี้ยนเมื่อสามปีก่อนหรอกนะ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เรย์ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวที่เคยพุ่งพล่านมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดและแผลเป็นในอดีตที่ถูกกรีดซ้ำอย่างไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกผิดและภาพความทรงจำอันมืดมนไหลทะลักเข้ามาในหัวจนแทบหายใจไม่ออก
คีย์เห็นประกายความเจ็บปวดในแววตานั้น ทว่าใบหน้าสวยยังคงนิ่งเฉย แม้ในใจจะแอบรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูด แต่ถ้าไม่ทำให้อีกฝ่ายหลุดจากความมั่นใจบ้าบิ่นนั้น เรย์ก็อาจจะพาตัวเองและคนอื่นๆ ไปตายในดันเจี้ยนจริงๆ
"แก..." เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนาเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของคีย์อย่างแรงจนมีดสั้นร่วงหลุดจากมือตกลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เขากระชากร่างบางเข้ามาประชิดตัวจนแนบชิด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่อันตรายทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นผิดจังหวะ "อย่ามาล้ำเส้น... คีย์ อย่ามาพูดจาอวดดีในเรื่องที่แกไม่รู้เรื่อง!"
คีย์นิหน้าน้อยๆ ด้วยความเจ็บที่ข้อมือ แต่ริมฝีปากยังคงเหยียดยิ้มท้าทาย ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบขาดใจ เคมีบางอย่างระหว่างความเกลียดชังและการดึงดูดพุ่งพล่านขึ้นในอากาศอย่างเงียบเชียบ เรย์จ้องมองริมฝีปากสีระเรื่อที่เอาแต่ต่อปากต่อคำกับเขาด้วยความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม
ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันสว่างวาบขึ้นทั่วห้องคัดเลือก เสียงไซเรนดังลั่นสนั่นหู พร้อมกับประตูเหล็กกล้าบานยักษ์เบื้องหน้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดและเสียงคำรามต่ำๆ ของฝูงอสูรวิญญาณกระหายเลือดที่รออยู่ด้านใน
ในวินาทีที่เรย์กำลังจะผลักร่างของคีย์ออกเพื่อเตรียมตั้งรับศึกแรก เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากทางด้านหลัง พร้อมกับน้ำเสียงเยียบเย็นคุ้นเคยที่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักค้าง
"วะ... ว่าไงครับเด็กๆ ดูท่าทางพวกเธอสองคนจะสวีทกันเกินไปหน่อยแล้วมั้งครับ ก่อนจะไปเคลียร์กันในดันเจี้ยน... ช่วยหันมาดูนี่ก่อนดีกว่าไหมครับว่าใครมาเยี่ยม?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาสัมผัสความระอุในตอนแรกนี้นะครับ รับรองว่าตอนต่อไปเดือดและฟินกว่านี้แน่นอนครับ
หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 1
กฎเหล็กของคนเป็น
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!