"ถ้าสมองกลวงๆ ของคุณยังพอมีรอยหยักเหลืออยู่บ้าง ช่วยกรุณาหุบปากแล้วใช้ตามองรอบตัวให้มากกว่าใช้ปากเห่าสักนิดนะครับ หัวหน้าเรย์"
น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาแต่บาดลึกถึงกระดูกดำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วห้องโถงใต้ดินของสถานีรถไฟร้าง ความมืดมิดถูกฉีกกระชากด้วยแสงสีฟ้าจางๆ จากยันต์เนตรวิญญาณที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ คีย์ยืนกอดอกพิงเสาปูนซีเมนต์ผุกร่อน นัยน์ตาคมกริบมองร่างสูงของเรย์ที่กำลังหอบหายใจแรงด้วยความโกรธจัด
เรย์กัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน มือหนาที่กำด้ามมีดอาคมแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวคนตัวบางกว่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เกือบจะทำให้ทีมเสียจังหวะเมื่อครู่... ใช่ พวกเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเงาอาฆาตที่พุ่งออกมาจากความมืด เพียงเพราะไอ้ท่าทีอวดดีและคำพูดกวนประสาทของคนตรงหน้านี่แหละ
"นายว่าใครเห่า ห่ะ คีย์!" เรย์กระชากเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าประชิดจนคีย์ต้องขยับถอยหลังเล็กน้อย แต่แววตาสีเข้มของคนถูกต้อนกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างท้าทาย
"ก็คนที่กำลังยืนหายใจทิ้งขว้างแล้วทำหน้าเหมือนหมาบ้าจะกัดคนแถวนี้ไงครับ" คีย์สวนกลับทันควัน ดวงตาคมกวาดมองสำรวจแผลถลอกที่ต้นแขนของอีกฝ่ายด้วยความรำคาญแกมเป็นห่วงลึกๆ "ถ้าตะกี้นี้คุณไม่วู่วามพุ่งเข้าไปฟันเงาวิญญาณตัวนั้นอย่างไร้แผน ทีมเราคงไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในซอกตึกมืดๆ นี่หรอกครับ... จำไม่ได้หรือไงว่าผมเตือนแล้วว่าพลังงานตรงนั้นมันผันผวน"
"ฉันเป็นหัวหน้าทีม! คำสั่งของฉันคือเด็ดขาด ไม่ใช่ให้มายืนสั่งสอนเหมือนพวกครูระเบียบจัดแบบนาย!" เรย์ตะคอกกลับด้วยความโมโห ความกดดันจากอดีตที่เคยสูญเสียลูกน้องผสมโรงเข้ามาในหัวจนเขาควบคุมอารมณ์แทบไม่อยู่ มือหนาเอื้อมไปคว้าปกเสื้อของคีย์เข้าหาตัวอย่างแรงจนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง แต่ทว่า... ในระยะประชิดที่ใกล้จนเกินความจำเป็นนี้ กลิ่นกายสะอาดเจือจางของคีย์ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดกลับทำให้เรย์ชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะบู๊กลับกระหน่ำรัวผิดคาด
คีย์ไม่ได้ดิ้นรน เขากลับเงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ตรงๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าบึ้งตึงของหัวหน้าทีมหนุ่มอย่างชัดเจน ริมฝีปากบางเฉียบขยับยิ้มเยาะอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลัว
"โมโหเหรอครับ... หรือว่าผมพูดจี้ใจดำเรื่องที่คุณเคยทำพลาดในอดีตกันแน่"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง เรย์โกรธจนหน้ามืดตามัว สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้เขาอยากจะจัดการคนอวดดีคนนี้ให้หลาบจำ แต่ก่อนที่หมัดหนักๆ จะได้ซัดเข้าที่ใบหน้าคมคายนั้น เสียงคำรามต่ำทึบจากความมืดเบื้องล่างก็ดังสนั่นสะเทือนไปทั่วโครงสร้างคอนกรีต
ก๊าซพิษสีดำสนิทพวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากท่อระบายน้ำกลางห้องโถง แรงดันมหาศาลซัดกระหน่ำจนทั้งเรย์และคีย์กระเด็นแยกออกจากกันตามแรงระเบียบอากาศ
"ระวัง!" คีย์ตะโกนลั่น พร้อมกับสะบัดมือซัดยันต์สกัดวิญญาณออกไปสามทิศทางเพื่อคุ้มกันเรย์โดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะร้ายกาจใส่กันเมื่อครู่ แต่ยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ความเป็นมืออาชีพก็ทำงานทันที
เรย์ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ เขากัดฟันกรอด สะบัดมีดอาคมในมือจนเกิดประกายไฟสีแดงฉาน "ฝากไว้ก่อนเถอะนายปากเสีย!"
"เก็บแรงไว้จัดการกับไอ้ตัวข้างหน้าดีกว่าครับ หัวหน้าสมองกล้าม!" คีย์สวนกลับเสียงเรียบ ขณะที่ดวงตาคู่สวยฉายแววระแวดระวังขั้นสุดเมื่อเบื้องหน้าของพวกเขา ปรากฏเงาร่างมหึมาของวิญญาณเดรัจฉานที่มีดวงตาสีแดงฉานนับสิบดวงกำลังคืบคลานเข้าหาทั้งคู่ด้วยความกระหายเลือด
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบจนติดลบ ไอเย็นยะเยือกเสียดแทงกระดูกดำ ความตายอยู่ห่างออกไปแค่เอื้อมมือ แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เรย์ต้องพุ่งเข้าปะทะกับศوత్రเบื้องหน้า สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นรอยแผลที่ต้นแขนของคีย์จากการกระแทกเมื่อครู่ เลือดสีสดซึมผ่านเสื้อผ้าสีเข้มออกมาเล็กน้อย
หัวใจของเรย์กระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมากลบความโมโหจนหมดสิ้น
"คีย์... ถอยไปข้างหลัง!" เรย์ตะโกนสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับก้าวเท้าออกไปยืนขวางหน้าอีกฝ่ายไว้โดยไม่ลังเล แม้ว่าเมื่อกี่เพิ่งจะเกือบซัดหน้ากันไปหมาดๆ ก็ตาม
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมให้ตนเองอย่างคาดไม่ถึง ริมฝีปากที่เคยเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างอ่อนใจ
"อย่ามาทำเป็นเท่หน่อยเลยครับ... หันไปจัดการข้างซ้ายของคุณดีกว่าน่า" คีย์กระซิบเสียงเบาข้างหูเมื่อเรย์ขยับเข้ามายืนชิด ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บ เคมีอันตรายที่ผสมผสานระหว่างความเกลียดชังและความเร่าร้อนพุ่งพล่านขึ้นอีกครั้งในยามที่ความตายรายล้อม
ทว่า... ก่อนที่คมมีดของเรย์จะได้ปะทะเข้ากับกรงเล็บของวิญญาณร้าย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์มืดเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่เยือกเย็นและชวนขนหัวลุก
แปะ... แปะ... แปะ...
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... คู่กัดคู่ซี้แห่งหน่วยล่าท้าวิญญาณ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกความโกลาหลขึ้น เรย์และคีย์ต้องผละออกจากกันทันทีโดยอัตโนมัติ หันขวับไปมองยังต้นเสียงด้วยความตกตะลึง
ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาดำ รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแต่ไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองทั้งคู่ด้วยสายตาสมเพชแกมสนุกสนาน
"คุณ..." เรย์เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง
คีย์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก "เป็นไปไม่ได้... นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!"
บุคคลลึกลับยกยิ้มมุมปาก ชูวัตถุเรืองแสงสีแดงฉานในมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"ก็มา... เพื่อดูจุดจบของพวกคุณไงครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าดงผีดิบไปกับความเดือดระอุของคู่นี้ด้วยกันนะครับ!
หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 3
ปากเสียแลกกำปั้น
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!