หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 11

สัมผัสที่เกินเลย

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
"ไง... น้องชาย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของดันเจี้ยนเขตสูญพันธุ์ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวขึ้นเท่ากับการปรากฏตัวของร่างโปร่งแสงที่ก้าวทะลุกำแพงศิลาเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง เงาสีดำทมิฬแผ่ขยายไอเย็นจัดจนลมหายใจของเรย์กลายเป็นไอสีขาว ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณนักล่ากำลังแผดเสียงเตือนภัยสีแดงฉาน เรย์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังอดีตสหายร่วมรบที่แปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณอาฆาต มือหนากำด้ามมีดอาคมแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ไอพลังงานความมืดรอบตัวพวกเขากำลังกดทับลงมาดั่งภูเขา ลมพิษจากเขตแดนตายกัดกินผิวหนังจนแสบร้อน "หุบปากซะ แกไม่ใช่พี่ชายฉัน... มันตายไปตั้งแต่วันที่เลือกหันหลังให้หน่วยแล้ว!" เรย์ตะคอกกลับเสียงกร้าว น้ำเสียงเจือความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดชนวนขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว "ใจร้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เรย์... แต่อย่างน้อย นายก็ไม่ได้มาคนเดียวสินะ" วิญญาณตัวนั้นเบนสายตาไปยังร่างที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นของคีย์ เนตรวิญญาณอัจฉริยะกำลังสั่นสะเทือน เปลือกตาปิดสนิท ริมฝีปากซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด พิษจากวิญญาณระดับสูงกำลังกัดกินอุณหภูมิในร่างกายของคีย์อย่างรวดเร็ว ปลายเล็บเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ "คีย์!" เรย์สบถออกมาอย่างหัวเสีย ทิ้งมาดหัวหน้าทีมผู้เยือกเย็นลงทันที เขาลืมเรื่องการต่อสู้เบื้องหน้าไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างโปร่งบางของคู่กัดตัวแสบกำลังสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บจากภายใน อากาศรอบตัวลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง คีย์พยายามจะลืมตาขึ้นมามอง แต่สติกลับเลือนรางเต็มที ความหนาวเหน็บระดับติดลบนี้ไม่ใช่ความหนาวทางกายภาพ แต่มันคือการที่วิญญาณอาฆาตกำลังดูดกลืนพลังชีวิตของคนตรงหน้าทีละน้อย "ถ้านายยังยืนบื้ออยู่แบบนี้... หมอนั่นได้กลายเป็นน้ำแข็งสลักวิญญาณแน่" เสียงหัวاเยาะเย้ยดังขึ้นจากเงาดำเบื้องหน้า พร้อมกับไอความมืดที่พุ่งตรงเข้ามาหมายจะฉีกกระชาก "ไสหัวไปซะ!" เรย์สะบัดมีดอาคมวาดวงโค้งเป็นเส้นแสงสีแดงฉานเข้าปะทะกับไอความมืดจนเกิดประกายไฟวาบ แรงกระแทกทำให้เขากระเด็นถอยหลังไปสองก้าว แต่เขาไม่อาจสนใจมันได้อีกต่อไปเมื่อหันกลับมาเห็นสภาพของคีย์ อุณหภูมิในตัวคีย์ต่ำเกินไป หากปล่อยไว้แบบนี้ หัวใจจะหยุดเต้น คาถาถ่ายเทความร้อนทั่วไปใช้ไม่ได้ผลในดันเจี้ยนนี้ มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะช่วยดึงความอบอุ่นกลับคืนมาได้... วิธีที่เรย์ไม่อยากยอมรับ แต่มันเป็นทางรอดเดียว เรย์พุ่งเข้าไปหาร่างที่กำลังจะหมดสติ เขาทิ้งอาวุธในมือแล้วทรุดตัวลงคุกเข่า ประคองร่างของคีย์เข้าสู่อ้อมแขนอย่างไม่ลังเล ร่างกายของคีย์เย็นเฉียบราวจับก้อนน้ำแข็ง ขาลำตัวสั่นเทาจนน่าตกใจ "คีย์! ได้ยินฉันไหมวะ อย่าเพิ่งหลับนะ!" เรย์เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดัง พยายามตบแก้มเบาๆ เพื่อเรียกสติ แต่ไม่มีการตอบรับใดๆ นอกจากเปลือกตาที่ขยับน้อยมาก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหยิ่งยศและกวนประสาทตอนนี้ปิดสนิท เมื่อไม่มีทางเลือก เรย์จึงตัดสินใจทำตามตำราโบราณที่เคยถูกมองข้าม เขาปลดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวออก เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่ยังมีไอร้อนจากเลือดนักรบสูบฉีด จากนั้นจึงดึงร่างของคีย์เข้ามาชิดแนบอก กระชับวงแขนโอบกอดอีกฝ่ายให้แนบแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อส่งถ่ายพลังงานความร้อนจากร่างกายของตนเองผ่านชั้นเสื้อผ้าและผิวสัมผัส "อือ..." เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาของคีย์ เมื่อแผ่นหลังและร่างกายสัมผัสกับความอบอุ่นอันร้อนระอุจากเรย์ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้ร่างบางขยับเข้าหาแหล่งความร้อนโดยอัตโนมัติ ใบหน้าเนียนซบลงกับลาดไหล่กว้างอย่างไร้การป้องกัน เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อผิวเนื้อสัมผัสกัน กลิ่นอายเฉพาะตัวของคีย์ผสมผสานกับกลิ่นอายความตายในดันเจี้ยนสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดที่สั่นคลอนหัวใจ ความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมทีมหรือคู่กัดทำให้หัวใจของเรย์เต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงคำรามของวิญญาณร้ายรอบด้าน "อุ่น... ขึ้นไหม" เรย์กระซิบถามชิดริมใบหูของอีกฝ่าย เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความนุ่มนวลที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวขัดกับภาพลักษณ์ดุดันของหัวหน้าทีมล่าวิญญาณสิ้นเชิง คีย์ไม่ได้ตอบคำถามด้วยคำพูด แต่เรียวแขนที่เคยไร้เรี่ยวแรงกลับยกขึ้นมาโอบรอบลำคอของเรย์ไว้โดยสัญชาตญาณ ฝ่ามือเย็นเฉียบแนบลงบนท้ายทอยของคนตัวโตกว่าเพื่อดึงรั้งให้เข้ามาใกล้กันยิ่งขึ้น ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้เรย์สะท้านเฮือก ท้องน้อยร้อนวูบวาบอย่างประหลาด ท่ามกลางความเป็นความตายและความหนาวเหน็บ เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากลับพุ่งพล่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบหลอมละลาย "นาย... มันบ้า..." คีย์ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววระάอและขัดเขินเจือความอ่อนล้า แม้จะอยู่ในสถานการณ์วิกฤต แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็ยังไม่วายติดนิสัยปากดี "ทำไม... ต้องกอดแน่นขนาดนี้ด้วยเล่า ฉันหายใจ... ไม่ค่อยจะออก..." "ถ้าไม่กอดแน่นขนาดนี้ นายคงแข็งตายไปแล้ว ปากเก่งนักนะไอ้คุณเนตรวิญญาณ" เรย์สวนกลับทันควัน ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากริมฝีปากของคีย์เพียงแค่คืบ สายตาของทั้งคู่สบประสานกันท่ามกลางความมืดมิดและไอความร้อนที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเชื่อมโยงหัวใจสองดวงเข้าด้วยกัน ความเงียบงันชั่วขณะทำให้เสียงหัวใจเต้นรัวดังก้องอยู่ในโสตประสาทของกันและกัน ทว่า ช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นและเคมีที่กำลังสุกงอมกลับถูกกระชากกระชั้นด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนมาจากทางเข้าประตูมิติเบื้องหลัง เงาดำมหึมาที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่เคลื่อนตัวเข้ามาขวางทางหนีทีไล่ทั้งหมด เรย์ตวัดสายตากลับไปมองด้วยความตกใจ ขณะที่คีย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างที่สามก้าวพ้นม่านหมอกควันเข้ามาอย่างชัดเจน แสงสลัวจากคบเพลิงอาคมเผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่—คนที่เรย์คิดว่าตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน และเป็นต้นเหตุของแผลเป็นในใจเขา "เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ... หัวหน้าทีมเรย์" เสียงเยือกเย็นเอ่ยทัก พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้เลือดในกายของเรย์เย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับตัวละครด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%