กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของซากอิฐปูนหักพัง เสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ร่วงหล่นลงบนพื้นคอนกรีตดัง ‘ติ๊ง... ติ๊ง...’ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย ในมิติสนธยาแห่งนี้ ไม่มีที่ว่างให้กับความลังเลหรือความอ่อนแอ
เรย์ขยับตัวเข้ามายืนบังหน้าคีย์โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่าวิญญาณสายบู๊ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด ดาบอาคมในมือถูกกระชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่า... บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังการจัดฉากทั้งหมด ไม่ใช่ใครอื่นไกลเลย!
"มึง..." เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างหนาสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านจนแทบจะแผดเผาทุกสิ่ง "ทำไมถึงเป็น... นาย?"
บุคคลที่ก้าวออกมาจากเงาดำสนิทไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปากของคนที่พวกเขากล่าวหาว่าเป็น ‘สหายร่วมรบ’ มาโดยตลอด สายตาคู่นั้นกวาดมองสภาพสะินทสะทอนความเหนื่อยล้าของทั้งสองคนด้วยความสมเพชเวทนา
"ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณหัวหน้าหน่วย? โลกนี้น่ะ ไม่มีคำว่ามิตรแท้หรอกนะ มีแต่ผลประโยชน์ที่ลงตัวเท่านั้นแหละ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นชาบาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น
คีย์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง กัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก เนตรวิญญาณของเขาที่ยังคงเปิดค้างไว้เพื่อวิเคราะห์ค่ายกลเริ่มส่งเสียงร้องเตือนภัยแหลมสูง แรงกดดันมหาศาลจากไสยเวทย์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาทำให้หูอื้อตาลาย อาการปวดแปลบแล่นริ้วจากขั้วประสาทตาขึ้นสู่สมองราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทง
"ไอ้... ไอ้สารเลว!" เรย์คำรามลั่น เตรียมพุ่งตัวออกไปหมายจะซัดหมัดใส่ไอ้ทรยศให้จมดิน
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับเรย์..." คีย์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือเรียวคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของคนตัวโตกว่าไว้แน่น แรงดึงนั้นเบาหวิวแต่กลับหยุดการเคลื่อนไหวของเรย์ได้อย่างชะงักงัน
เรย์ชะงัก เหลียวกลับมามองคนด้านหลังด้วยความตกใจ ใบหน้าขาวซีดเผือดของคีย์ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ดวงตาคู่สวยที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้มีเลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากหางตาซ้ายหยดลงสู่พื้นอย่างน่ากลัว
"คีย์! ตาเธอ..." เรย์เบิกตากว้าง ความโกรธแค้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง เขาทิ้งความสนใจจากศัตรูเบื้องหน้า หันมาประคองร่างบางที่กำลังทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนทันที
"ฉัน... ยังไหว..." คีย์ฝืนยืนด้วยเรียวขาที่สั่นเทา ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าสวย การฝืนใช้เนตรวิญญาณทะลวงผ่านม่านอาคมระดับปรมาจารย์ติดต่อกันเกินขีดจำกัด ทำให้พลังชีวิตของเขาถูกสูบฉีดออกไปจนเกือบหมดสิ้น
"ไหวบ้าอะไรเล่า! เลือดออกขนาดนี้ยังจะปากแข็งอีก!" เรย์ตวาดเสียงดังลั่น ความร้อนรนฉายชัดในแววตา ดุจดังไฟบรรลัยกัลป์ที่แผดเผาความเยือกเย็นทั้งหมดของเขาจนมลายหายไป มือหนารวบเอวบางเข้ามาชิดแนบกาย ลืมสิ้นทุกสิ่งรอบตัวแม้กระทั่งเงาทรยศที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
"แ하... ซึ้งจังเลยนะครับ ความรักของเพื่อนร่วมทีมเนี่ย..." เสียงหัวsาะเยาะเย้ยดังขึ้น พร้อมกับเงาดำที่ขยับเข้าประชิด
"หุบปาก!" เรย์ตวัดสายตาดุดันกลับไปมอง พร้อมกับตวัดดาบอาคมในมือปล่อยคลื่นพลังดาบซัดเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่ลังเล แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหวทำให้เศษปูนปลิวว่อน แต่เป้าหมายกลับหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงเสียงหัวเราะก้องกังวานในความมืด
"หนีเร็วจริงนะ..." เรย์สบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่เริ่มหมดสติ
"เรย์..." เสียงกระแอมแผ่วเบาดังเล็ดลอดริมฝีปากบาง คีย์ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของคนตัวโต ความอบอุ่นจากร่างกายของเรย์เป็นสิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งเขาไว้จากความมืดมิดที่กำลังกลืนกิน "อย่า... ปล่อยฉันนะ"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง แฝงไปด้วยความเปราะบางที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน หัวใจของนักล่าวิญญาณสายบู๊กระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นเข้าสู่ทรวงอก เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าร่างในอ้อมแขนจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"ไม่ปล่อย... ฉันไม่ปล่อยเด็ดขาด นายต้องรอดไปกับฉัน ได้ยินไหมคีย์!" เรย์กระซิบแนบขมับชื้นเหงื่อ น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เคมีที่เคยเต็มไปด้วยการปะทะคารมและความกวนประสาท บัดนี้กลับถูกหลอมรวมด้วยความห่วงใยและแรงปรารถนาที่จะปกป้องอย่างสุดหัวใจ
ทว่า... ในวินาทีที่เรย์กำลังจะอุ้มร่างของคีย์เพื่อพารอดออกไปจากพื้นที่อันตรายนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องตรงมายังพวกเขา
เรย์หันขวับไปมองด้วยความระแวดระวัง ดาบในมือถูกยกขึ้นเตรียมพร้อมรับมือกับการจู่โจมระลอกใหม่ แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาต้องสะดุดกึก
บุคคลที่ก้าวพ้นกลุ่มควันพิษออกมา ไม่ใช่สมุนของศัตรู... แต่เป็นหน่วยสนับสนุนพิเศษที่ควรจะประจำการอยู่นอกเขตแดนสนธยาเมื่อสามชั่วโมงก่อน! และที่สำคัญที่สุด... ผู้นำทีมหน่วยสนับสนุนนั้น คือคนที่ควรจะตายในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อสามปีก่อน... คนที่เป็นปมในใจของเรย์มาตลอดกาล!
"ไง... น้องชาย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ!
— ชาโดว์ฮันเตอร์
หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 10
เสียงกระซิบจากเงามืด
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!