กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 20

เหตุการณ์ไม่คาดฝันในไร่

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
กลิ่นน้ำมันก๊าดฉุนจัดที่ลอยปะทะนาสิกอย่างกะทันหัน ทำให้รินรดาที่กำลังงละมุนอยู่กับการเคี่ยวซอสหมูย่างสไตล์โฮมเมดในห้องครัว ชะงักมือทันที ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเชฟสมองเพชรตื่นตัวขึ้นในเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างเย็นเยียบ กลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นสำหรับการทำอาหารอย่างแน่นอน มันคือกลิ่นสารเคมีไวไฟที่ถูกราดรดลงบนแปลงผักออร์แกนิกโซนแปลงสี่ ซึ่งเป็นแปลงกะหล่ำปลีหัวใจและสลัดแก้วล็อตพรีเมียมที่เตรียมส่งให้ลูกค้าวีไอพีในวันพรุ่งนี้ "ใคร..." เสียงพึมพำลอดไรฟันของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ มิติเก็บของวิเศษในห้วงความคิดสั่นไหว พร้อมจะปลดปล่อยมีดแล่เนื้อสแตนเลสสตีลชั้นดีออกมาใช้งานได้ทุกเมื่อ ทว่า ยังไม่ทันที่รินรดาจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตู ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มของภูผาก็พุ่งทะยานผ่านหน้าเธอไปด้วยความเร็วราวกับเสือดาวหนุ่ม อดีตนายทหารฝีมือฉกาจไม่แม้แต่จะเอ่ยถามคำถาม เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอันตรายนี้ก่อนใคร ทักษะการเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันถูกงัดมาใช้จนหมดสิ้น "ริน อยู่ข้างใน ล็อกประตูให้แน่น!" เสียงทุ้มต่ำตวาดสั่งเฉียบขาด ก่อนที่แผ่นหลังกว้างจะหายลับไปท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาลที่โรยตัวลงมาแล้ว แสงไฟสีส้มวาบขึ้นพร้อมกับเสียง "พรึบ!" เปลวเพลิงสีแดงฉานโหมกระหน่ำลุกท่วมแปลงผักออร์แกนิกในชั่วพริบตา ความร้อนระอุแผ่ซ่านเข้ามาจนกระจกหน้าต่างห้องครัวขึ้นฝ้า รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธแค้นพุ่งทะยานถึงขีดสุด แปลงผักเหล่านี้ไม่ใช่แค่ผลผลิตทางการเกษตร แต่มมันคือหยาดเหงื่อ แรงกาย และความฝันที่เธอกับสามีร่วมกันสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ใครหน้าไหนกล้าดียังไงถึงมาทำลายมัน! ภายนอกบ้าน ภูผาไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างหนาพุ่งเข้าประชิดถังดับเพลิงเคมีที่ติดตั้งไว้ตามจุดยุทธศาสตร์ของไร่ สลักนิรภัยถูกดึงออกด้วยมือเดียว สายยางฉีดพ่นสารเคมีดับเพลิงพุ่งเข้าสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกลามอย่างแม่นยำ ท่ามกลางควันโขมงและประกายไฟที่แตกปะทุ สายตาคมกริบทอ2ประกายดุดันดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อ เขาไม่ได้ดับไฟเพียงอย่างเดียว แต่กวาดสายตามองหาผู้ไม่ประสงค์ดีที่อาจจะยังซ่อนตัวอยู่หลังแนวรั้วไม้ไผ่ และเขาก็พบ... เงาร่างของใครบางคนกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตมุ่งหน้าไปยังชายป่าหลังไร่ "คิดจะหนีงั้นรึ?" มุมปากของอดีตนายทหารยกยิ้มเย็นเยียบ ภูผาทิ้งถังดับเพลิงในมือลงทันที ขายาวก้าวทะยานติดตามเงานั้นไปอย่างรวดเร็วราวกับเงาตามตัว เสียงฝีเท้าเหยียบย่ำกิ่งไม้แห้งดังกรอบแกรบท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน การเคลื่อนไหวของเขาเงียบเชียบและทรงพลัง จนกระทั่งกระชากคอเสื้อของคนร้ายที่สะดุดล้มหัวคะมำเข้าให้ "โอ๊ย! ช่วยด้วย! อย่าทำฉัน!" เสียงแหลมสูงโอดครวญด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น ภูผากระชากร่างนั้นให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แสงจันทร์สาดส่องลงมาพอดี ทำให้เห็นใบหน้าภายใต้หมวกไหมพรมชัดเจน รินรดาที่ถือกระบองไฟฉายตามออกมาสมทบถึงกับอุทานชื่อนั้นออกมาด้วยความตกใจ "น้าสำลี...?" หญิงวัยกลางคน ญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่เคยมาอาละวาดไถเงินในไร่บ่อยครั้ง บัดนี้กำลังตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือกด้วยความตกใจกลัว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า ขณะที่มือข้างหนึ่งยังถือกระป๋องน้ำมันก๊าดเปล่าเอาไว้แน่น เป็นหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุด สำลีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หลบสายตาดุดันราวกับพญายมของภูผาและแววตานิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตของรินรดา ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ "แก..." รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นดินดังสะท้อนความเย็นชาในหัวใจ "ฉันคิดไว้แล้วเชียวว่าพวกปรสิตอย่างพวกแกไม่มีทางรามือไปง่ายๆ แต่ไม่นึกเลยว่าความโลภจะทำให้พวกแกหน้ามืดตามัวถึงขั้นคิดจะเผาไร่ให้วอดวายทั้งเป็น!" "ริน... รินหลานรัก น้า... น้าไม่ได้ตั้งใจนะ!" สำลีละล่ำละลักแก้ตัว น้ำตาไหลพรากอย่างน่าสมเพช "มันเป็นเพราะ... เป็นเพราะหนี้สินต่างหาก! พวกเจ้าหนี้บอกว่าถ้าไม่ได้เงินก้อนโตคืนภายในสัปดาห์นี้ พวกมันจะเอาชีวิตน้า! น้าไม่มีทางเลือก น้าแค่อยากแกล้งขู่ให้พวกแกกลัว แล้วเผื่อจะฉวยโอกาสเข้ามาหยิบเงินในบ้าน... ฮือๆ น้าไม่ได้ตั้งใจจะเผาให้ตายจริงๆ นะ!" ภูผาแค่นเสียงหึในลำคอ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "ข้อแก้ตัวของป้า ฟังไม่ขึ้นหรอก การกระوضعนี้มันคือการพยายามฆ่าและทำลายทรัพย์สิน มีโทษทางอาญาหนักหนาพอสมควร เตรียมตัวไปอธิบายให้ร้อยเวรฟังที่สถานีตำรวจก็แล้วกัน" สิ้นคำพูดของสามี รินรดาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมกดเบอร์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ทว่า ในวินาทีที่นิ้วเรียวกำลังจะกดโทรออกนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าและเสียงตะโกนโกลาหลก็ดังแว่วมาจากทางถนนลูกรังหน้าไร่ "เกิดอะไรขึ้นวะ! ทำไมควันโขมงอย่างนี้!" เสียงทุ้มห้าวของชายแปลกหน้าคนหนึ่งตะโกนก้อง พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงสาดส่องเข้ามาภายในบริเวณไร่ ก่อนที่ร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวจะพากันกรูเข้ามาอย่างไร้รมารยาท นำหน้ามาโดยลุงเฉื่อยและสมชาย ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของรินรดา ที่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ราวกับรอจังหวะเวลานี้มานานแล้ว สมชายกวาดตามองแปลงผักที่เสียหายสลับกับร่างของแม่ตัวเองที่ถูกภูผากระชากคออยู่ ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆ! เกิดอะไรขึ้นเนี่ยแม่? ไหนบอกว่าจะมาคุยเรื่องยืมเงินผู้กองเขานุ่มๆ ทำไมถึงกลายเป็นไฟไหม้ไร่ไปได้ล่ะแบบนี้?" รินรดาลดโทรศัพท์มือลงช้าๆ ดวงตาคู่สวยหรี่มองกลุ่มคนที่ดาหน้าเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดหมายกันไว้ สมองเพศประมวลผลสถานการณ์ในเสี้ยววินาที... นี่ไม่ใช่แค่การกระทำของคนสติแตกคนเดียว แต่มันคือแผนการสมคบคิดเพื่อบีบให้เธอจนมุมต่างหาก! สมชายเดินเข้ามาใกล้ แปลงผักที่ถูกไฟไหม้ส่งกลิ่นคละคลุ้ง แต่เขากลับทำทีเป็นยกมือปิดจมูกแล้วถอนหายใจยาวเหยียด "เฮ้อ... น่าสงสารจริงๆ ไผ่ผักออร์แกนิกราคาแพงระยับ เสียหายหมดเกลี้ยงแบบนี้ คงไม่มีปัญญาpowered ส่งสินค้าให้ลูกค้าวีไอพีพรุ่งนี้แล้วสินะครับคุณเชฟคนเก่ง แบบนี้... ทางออกเดียวที่จะรักษาชื่อเสียงของไร่ไว้ได้ คือต้องยกกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดให้ตระกูลเราดูแลแทน... ดีไหมล่ะ?" ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะเก็ดไฟที่ยังคงปะทุเบาๆ จากซากกะหล่ำปลีที่ถูกเผาไหม้ ภูผาก้าวขยับขึ้นมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งตัว กล้ามเนื้อทุกมัดตึงเครียด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนกลุ่มคนด้านหน้าต้องผถอยกรูดไปคนละก้าวด้วยความหวาดกลัว ทว่า รินรดากลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิ้มเยาะหยันขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว เธอก้าวออกมาเผชิญหน้ากับสมชายตรงๆ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของญาติผู้พี่ที่กำลังซ่อนความกระวนกระวายใจไว้ภายใต้รอยยิ้มเสแสร้ง "ยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้พวกแกงั้นรึ?" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น "ฝันไปเถอะ... เพราะสิ่งที่พวกแกจะได้เห็นต่อจากนี้ ไม่ใช่การเซ็นสัญญาโอนที่ดิน... แต่มันคือหมายจับข้อหาสมรู้ร่วมคิดกันวางเพลิงและทำลายทรัพย์สินต่างหากล่ะ!" พูดจบ รินรดาก็ดีดีดนิ้วมือข้างหนึ่งเบาๆ *ติ๊ง!* เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากมิติเก็บของวิเศษดังขึ้นในหัว พร้อมกับภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่เธอบินโดรนอัจฉริยะแอบติดไว้ตามต้นไม้รอบไร่ ปรากฏภาพเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่วินาทีที่สำลีราดน้ำมันก๊าด จนกระทั่งกลุ่มของสมชายแอบยืนซุ่มดูลาดเลาอยู่หลังแนวรั้ว... ถูกฉายสะท้อนขึ้นบนหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเธออย่างชัดเจนทุกระเบียดนิ้ว! สีหน้าของสมชายและลุงเฉื่อยเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อรู้ว่าแผนการชั่วร้ายทั้งหมดถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนา... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%