"ถ้าข้อเสนอของท่านมีค่าแค่นี้ ก็เชิญยกเลิกสัญญาทาสฉบับนี้แล้วไสหัวออกจากไร่ของฉันไปซะค่ะ"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังสะท้านก้องห้องรับรองเรือนไม้ไผ่ รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนลินินสีครีมสะอาดตา ยืนกอดอกมองชายวัยกลางคนสวมสูทแบรนด์ดังระดับโลกที่กำลังหน้าถอดสี เอกสารสัญญาฉบับหนาถูกผลักกลับไปตรงหน้าตัวแทนบริษัทนำเข้าอาหารออร์แกนิกรายใหญ่จากเมืองหลวงด้วยปลายนิ้วเรียวอย่างไม่ไยดี
นายวิวัฒน์ นักเจรจาธุรกิจมือทองที่ใครๆ ต่างเกรงกลัว ถึงกับเหงื่อตกซึกระหว่างคอเสื้อ เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากตอนแรกที่คิดว่าเป็นเพียงแค่เกษตรกรสาวบ้านนอกไร้พิษภัย กลับกลายเป็นว่าเธอกุมจุดตายทางธุรกิจของเขาทั้งหมดไว้ในกำมือ ผักเคลและมะเขือเทศราชินีในไร่ของรินรดาไม่ได้มีดีแค่ความสด แต่กลิ่นหอมและรสชาติหวานล้ำที่ติดปลายลิ้นนั้น เป็นวัตถุดิบระดับตำนานที่เชฟมิชลินสามดาวต่างแย่งชิง หากเขาทำดีลนี้หลุดมือไป ตำแหน่งรองประธานบริษัทที่เขากำลังหมายปอดคงสลายกลายเป็นอากาศธาตุแน่นอน
"คุณรินรดาครับ... เอ่อ ใจเย็นๆ ก่อนสครับ" นายวิวัฒน์เปลี่ยนท่าทีจากเสือร้ายกลายเป็นแมวน้อยทันที "เรื่องส่วนแบ่งกำไรแปดต่อสองที่เราคุยกันเมื่อครู่ มันอาจจะดูน้อยไปหน่อยสำหรับผลผลิตเกรดพรีเมียมเช่นนี้ เอาเป็นว่า... ผมเสนอให้เป็นหกต่อสี่ แถมเรายังยินดีลงทุนสร้างโรงเรือนอัจฉริยะให้คุณเพิ่มอีกสองหลังด้วย ดีไหมครับ?"
รินรดาเลิกคิ้วเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทัน เธอย่อมรู้ดีว่าผักจากมิติพิเศษในกำมือของเธอนั้นทรงคุณค่าเพียงใด ไม่เพียงแต่รสชาติที่อร่อยล้ำ แต่ยังมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูร่างกายอย่างน่าอัศจรรย์ หากเธอยอมจำนนด้วยเงื่อนไขกระจ่อยร่อยนี้ ก็คงเสียชื่ออดีตเชฟสมองเพชรผู้เคยฟาดฟันกับกลุ่มทุนใหญ่มานักต่อนักหมดสี่
"หกต่อสี่เหรอคะ? น่าสนใจดีค่ะ... แต่เสียดายที่ฉันไม่ได้ต้องการแค่เงินลงทุน" รินรดาแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายเจ้าเล่ห์อย่างนายวิวัฒน์ถึงกับขนลุกซู่ "สิ่งที่ฉันต้องการคือ 'ความจริงใจ' และ 'ความเคารพ' ในหยาดเหงื่อของเกษตรกร ซึ่งดูท่าทาง... บริษัทของคุณจะขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ไปเสียหน่อยนะคะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันที จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของรินรดา พร้อมกับกลิ่นอายความอบอุ่นคุ้นเคยที่แผ่ซ่านเข้ามา ผู้กองภูผาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมชายชาตรี เขายกถาดไม้ที่มีกระเบื้องเคลือบโบราณส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจมาวางคั่นกลางระหว่างโต๊ะเจรจา กลิ่นหอมของสมุนไพรพื้นบ้านที่ผสานเข้ากับความหวานฉ่ำของเนื้อสัตว์ชั้นดีลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องจนทุกคนต้องกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าการเจรจามันทำให้ภรรยาของผมต้องเหนื่อยยากจนเสียเวลาทำอาหาร..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงอำนาจจนนายวิวัฒน์สะดุ้ง "งั้นเรามาเปลี่ยนบรรยากาศจากการคุยธุรกิจเครียดๆ มาตัดสินกันที่จานนี้ดีกว่าครับ... ว่าผักและวัตถุดิบจากไร่ของเรา คู่ควรกับข้อเสนอระดับไหนกันแน่"
รินรดาปรายตามองสามีหนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นด้วยความพึงพอใจ เธอย่อมรู้ว่าภูผากำลังทำอะไร ผู้ชายคนนี้นอกจากจะคลั่งรักเธอจนยอมทำทุกอย่างแล้ว เรื่องการอ่านจังหวะเกมธุรกิจและการใช้จิตวิทยาเหนือชั้น เขาก็ทำได้ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว
ฝาครอบทองเหลืองถูกเปิดออก เผยให้เห็นเมนู "ซี่โครงหมูตุ๋นสมุนไพรป่าในน้ำซุปราชาผักออร์แกนิก" ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวล น้ำซุปใสสีอำพันล้อมรอบด้วยเนื้อซี่โครงหมูที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก สีเขียวสดของผักเคลในชามยังคงความกรอบเด้งราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้นสดๆ ราวกับเวทมนตร์ นายวิวัฒน์และเลขาหนุ่มข้างกายถึงกับเบิกตากว้าง ลืมเรื่องสัญญามูลค่าหลายล้านบาทไปชั่วขณะ จมูกสูดดมกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นเข้าไปเต็มปอดอย่างลืมตัว
"เชิญค่ะคุณวิวัฒน์..." รินรดายื่นช้อนกระเบื้องเคลือบให้ด้วยท่าทางสง่างาม "ลองชิมดูสักคำค่ะ แล้วคุณค่อยตอบฉันว่า... หุ้นส่วนร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มที่คุณเสนอมาเมื่อครู่ มันคู่ควรกับรสชาตินี้หรือยัง"
นายวิวัฒน์รับช้อนมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความหิวโหยที่ถูกปลุกเร้าด้วยกลิ่นหอมระดับปรมาจารย์ทำให้เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ เขาตักน้ำซุปสีอำพันเข้าปากคำโต ความหวานละมุนจากกระดูกหมูที่เคี่ยวจนได้ที่ผสานกับความสดชื่น หอมหวาน กลมกล่อมของสมุนไพรและผักออร์แกนิกพุ่งชนต่อมรับรสในทันที รสชาติที่ซับซ้อนแต่สะอาดบริสุทธิ์นี้ ทำให้เขารู้สึกราวกับร่างกายที่เหนื่อยล้ามาแรมปีได้รับการชำระล้างจนสะอาดหมดจด ดวงตาของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่เบิกกว้างด้วยความทึ่ง นํ้าตาแทบไหลออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความประณีตบรรจงในอาหารจานนี้
"นี่มัน... นี่มันรสชาติอะไรกันเนี่ย!" นายวิวัฒน์อุทานออกมาเสียงดังลั่น ลืมมาดนักเจรจาผู้เย่อหยิ่งไปจนหมดสิ้น "อร่อยจนบรรยายไม่ถูก! มันไม่ใช่แค่ผักธรรมดา แต่มันคือ... ศิลปะ!"
"ถ้าคุณคิดว่าอร่อย วันนี้เราคงตกลงกันได้ง่ายขึ้นนะคะ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีด "เงื่อนไขใหม่คือ กำไรแปดต่อสอง... โดยที่ฝ่ายคุณเป็นผู้ลงทุนและกระจายสินค้าทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนสิทธิ์ขาดในการควบคุมคุณภาพและราคาเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว หากยอมรับได้ เราก็เซ็นสัญญา แต่ถ้าไม่ได้... ประตูทางออกอยู่ตรงนั้นค่ะ"
นายวิวัฒน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเหลียวมองชามซี่โครงหมูตรงหน้าสลับกับรอยยิ้มเยือกเย็นของสองสามีภรรยา ในใจรู้ดีว่าหากปล่อยดีลนี้หลุดมือไป เขาคงไม่มีวันได้พบกับวัตถุดิบวิเศษเช่นนี้อีกชั่วชีวิต
ในจังหวะที่นายวิวัฒน์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำว่าตกลง ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูไม้ไผ่จะถูกผลักเปิดออกโดยร่างของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี—ป้าเพ็ญ ญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่เคยพยายามฮุบที่ดินไร่แห่งนี้ วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่นห้อง
"รินรดา! แกอย่าเพิ่งเซ็นอะไรบ้าๆ นะเว้ย! ที่ดินแปลงนี้และความลับเรื่องผักวิเศษของแก... ฉันขายให้คนอื่นไปเรียบร้อยแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 17
กับดักความอร่อย
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!