กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 16

เมื่อศัตรูเก่าวนกลับมาพบกัน

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ฉันไม่คิดเลยนะคะว่าเชฟมือหนึ่งแห่งภัตตาคารหรู ‘Aroma de Luxe’ จะลดตัวลงมาซุกหัวนอนอยู่ในบ้านไม้เก่าๆ โทรมๆ กลางป่าเขลำไพรแบบนี้... รินรดา เธอนี่มันตกต่ำได้ยอดเยี่ยมจริงๆ" น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความเย้ยหยันดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของไร่ผักออร์แกนิก รินรดาชะงักมือที่กำลังคัดแยกเมล็ดพันธุ์ผักสลัดลงในตะกร้าไม้ไผ่ หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคู่คมกริบไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ราวกับเธอกำลังมองดูตัวตลกที่เดินเข้ามาแสดงละครสัตว์ในพื้นที่ส่วนตัว ผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ 'กานดา' อดีตรองเชฟใหญ่ผู้เคยพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมขโมยสูตรอาหารซิกเนเจอร์ของเธอในอดีต สมัยที่รินรดายังคงยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของวงการอาหารในเมืองกรุง ด้านข้างของกานดามีชายร่างท้วมสวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับยืนตีหน้ายำเกรงอยู่ นั่นคือ ‘คุณพงษ์พัฒน์’ นักลงทุนหน้าเลือดที่เคยพยายามซื้อกิจการร้านของเธอด้วยราคาถูกราวกับเศษเงิน "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนใจแคบและไร้รสนิยมอย่างพวกคุณควรจะก้าวเข้ามาเหยียบนะคะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เธอจะสวมเพียงชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายสำหรับทำสวน แต่มารยาทและออร่าความเย่อหยิ่งทระนงที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีกลับทำให้ผู้มาเยือนทั้งสองชะงักถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "อีกอย่าง... บ้านไม้หลังนี้ต่อให้เก่าแค่ไหน ก็สร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและความสุจริต ดีกว่าคอนโดหรูที่ได้มาจากการโกงเงินค่าวัตถุดิบชาวบ้านหลายเท่าตัวนักค่ะ" กานดาหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อถูกจี้ใจดำ หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยขาว "ปากดีนักนะ! แกคิดเหรอว่าหนีมาอยู่ชนบทแล้วจะพ้นเงื้อมมือพวกฉัน ข่าวลือเรื่องพืชผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียมที่ส่งตรงให้ภัตตาคารดังในเมืองหลวงกำลังทำลายตลาดของพวกฉันรู้บ้างไหม? แกแอบก๊อปปี้สูตรลับอะไรมาขายอีก ถึงได้กล้าตั้งราคาสูงลิ่วขนาดนั้น!" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่กลับสร้างความหนาวเยือกให้กับสันหลังของคนฟัง "สูตรลับเหรอคะ? กานดา... สมองระดับเธอน่ะ คงเข้าใจได้แค่การลอกเลียนแบบสินะคะ ผักพวกนี้เติบโตขึ้นมาด้วยดินที่ดี น้ำที่บริสุทธิ์ และความใส่ใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอย่างพวกเธอไม่มีวันซื้อได้ด้วยเงินสกปรกหรอกค่ะ" บรรยากาศรอบตัวเริ่มคุกรุ่นจนแทบจะจุดไฟติด ทว่าก่อนที่กานดาจะได้กรีดร้องระบายความโกรธออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเรือนพัก ผู้กองภูผาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มและกางเกงคาร์โก้ทหารให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย รังสีความกดดันระดับนายทหารหน่วยรบพิเศษถูกแผ่ออกมาโดยอัตโนมัติ จนคุณพงษ์พัฒน์ที่ยืนเงียบมานานต้องรีบยกมือขึ้นปาดเหงื่อเม็ดโตที่ผุดขึ้นตามไรผม "มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับริน?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามภรรยา แต่สายตากลับคมกริวราวกับใบมีดที่กวาดมองผู้บุกุกทั้งสองคนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ไม่มีอะไรมากหค่ะคุณ แค่มีแขกไม่ได้รับเชิญหลงทางมาเยี่ยมชมแปลงผักออร์แกนิกของเราเฉยๆ ค่ะ" รินรดายิ้มหวานให้สามี ก่อนจะหันกลับไปสบตากานดาด้วยแววตาท้าทาย "ถ้าพวกคุณมาเพื่อดูความล่มจมของฉันล่ะก็... คงต้องผิดหวังกลับไปแล้วล่ะค่ะ เพราะผลผลิตล็อตนี้ของฉันถูกจองเต็มล่วงหน้าไปจนถึงปีหน้าเรียบร้อยแล้ว" กานดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า ภายในใจเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาที่แผดเผา เธอลงทุนสืบเสาะจนรู้ว่ารินรดาย้ายมาอยู่ที่นี่กับอดีตนายทหารหนุ่ม และตั้งใจจะมาทำลายชื่อเสียงของรินรดาให้ป่นปี้ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับบรรยากาศและความเหนือชั้นของหญิงสาวที่เคยถูกมองว่าไร้อำนาจ "แก... แกจำไว้เลยนะรินรดา เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่!" กานดาชี้หน้าคาดโทษด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะลากคุณพงษ์พัฒน์ที่หน้าซีดตัวสั่นให้เดินหนีออกไปจากไร่ด้วยความทุกลักทุเล รินรดามองตามแผ่นหลังที่กำลังเดินหนีหายไปอย่างไม่ยี่หระ หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะรู้สึกถึงความอบอุ่นของฝ่ามือใหญ่ที่เอื้อมมาโอบไหล่เธอไว้ "ต้องการให้พี่จัดการอะไรพวกมันไหมครับ?" ผู้กองภูผาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความอันตรายที่พร้อมจะปกป้องภรรยาเสมอ "ไม่ต้องหรอกค่ะคุณ ปล่อยให้พวกเขากลับไปดิ้นรนในทางของตัวเองเถอะค่ะ คนพวกนั้นไม่มีทางชนะเราได้หรอก" รินรดาหันไปยิ้มกว้างให้สามี ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายความมั่นใจ "อีกอย่าง... วันนี้ฉันอุตส่าห์ได้หมูป่าเนื้อนุ่มจากชาวบ้านมา และคิดว่าจะลองทำเมนู ‘แกงคั่วป่าใบยี่หร่า’ สูตรโบราณที่ใส่พริกแกงตำเองกับมือมาทานกันให้หายเหนื่อยดีกว่าค่ะ" กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศป่าและใบยี่หร่าที่ลอยโชว์ห่วยขึ้นมาจากห้องครัวในเวลาต่อมา ช่างเยียวยาทุกความเหนื่อยล้าและปัดเป่าความวุ่นวายภายนอกให้ปลิดปลิวหายไปจนหมดสิ้น รินรดากำลังบรรจงตักแกงคั่วสีสันน่ารับประทานใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ขณะที่ผู้กองภูผากำลังจัดโต๊ะอาหารริมระเบียงที่มองเห็นวิวแปลงผักเขียวขจีทอดยาวไปจนถึงแนวภูเขา ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะยกหม้อแกงออกจากเตาถ่าน เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ที่หน้าบ้านก็ดังขึ้น ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ทั้งคู่ชะงัก รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เพราะในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่เคยมีชาวบ้านคนไหนมาหาพวกเขาที่บ้านพักลึกเข้ามาในไร่แบบนี้ ผู้กองภูผาสส่งสัญญาณมือให้ภรรยาถอยไปอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยความระมัดระวัง ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำค้างและโคลนตมก้าวเซถลาเข้ามาด้านใน แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าที่ซีดเซียวและดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ชายคนนั้นหอบหายใจอย่างรุนแรง ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าของผู้กองภูผา และเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดาต้องหน้าถอดสี "ผู้กองครับ... ช่วยผมด้วย! ขบวนการลักลอบขนของเถื่อนที่ชายแดนกำลังเคลื่อนย้าย ‘บางอย่าง’ เข้ามาในพื้นที่ไร่ของคุณ... และเป้าหมายแรกของมัน คือแปลงผักออร์แกนิกแปลงนี้!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%