กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 15

จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรยุคใหม่

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกคุณยังคิดว่าการก้มหัวยอมจำนนให้พ่อค้าคนกลางกดราคาคือนิสัยของคนทำเกษตร ฉันเกรงว่าบนผืนดินนี้คงเหลือแค่ซากกระดูกของพวกเราที่ถูกสูบเลือดสูบเนื้อจนแห้งเหี่ยวแล้วค่ะ!" เสียงกังวานเด็ดเดี่ยวของรินรดาดังสะท้อนก้องไปทั่วศาลาประชาคมหมู่บ้าน แววตาคู่คมกวาดมองกลุ่มชาวบ้านนับสิบชีวิตที่นั่งหน้าเคร่งเครียด บางคนก้มหน้ามองมือหยาบกร้านของตัวเองด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่บางคนแอบเหลือบมองป้านงար หญิงเจ้าหนี้หน้าเลือดประจำตำบลที่ยืนกอดอกแค่น "ฮึ" อยู่มุมห้องด้วยท่าทางเย้ยหยัน กระดาษสัญญาทาสฉบับแล้วฉบับเล่าที่รินรดากวาดต้อนมาจากพวกญาติเปรตสูบเลือดสูบเนื้อเมื่อวันก่อน ถูกวางกองรวมกันไว้บนโต๊ะไม้ไผ่กลางวงประชุม มันไม่ใช่แค่หลักฐานความอยุติธรรม แต่คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะจุดไฟเผาระบบนายทุนท้องถิ่นให้เป็นจุล "คุณรินพูดถูก... ปีนี้ต้นทุนปุ๋ยก็แพง ค่าขนส่งก็ขูดรีด ผักคะน้าออร์แกนิกงามแทบตาย โดนกดราคาเหลือโลละสบาทึง สองบาท แบบนี้มีแต่ตายกับตาย!" ลุงมั่น เกษตรกรอาวุโสผู้เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา ทุบกำปั้นลงบนเข่าตัวเองด้วยความแค้นเคือง "ดังนั้น... เราจะไม่ขายส่งให้พวกพ่อค้าหน้าเลือดอีกต่อไปแล้วค่ะ" รินรดาย่างสามขุมเข้าไปยืนกลางวง ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งสงบแต่ทรงพลัง เธอยกกระดานไวท์บอร์ดที่ร่างแผนผังการรวมกลุ่มขึ้นมา "เราจะจดทะเบียนจัดตั้ง 'กลุ่มเกษตรกรยุคใหม่ ไร่รินรดา' อย่างเป็นทางการ เราจะคุมราคาเอง สร้างมาตรฐานเกรดพรีเมียม และที่สำคัญ... เราจะส่งตรงถึงมือผู้บริโภคกระเป๋าหนักในเมืองหลวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ฉันเตรียมไว้" ป้านงเยาว์หัวเราะร่วนออกมาเสียงดังจนคนในศาลาสสะดุ้ง "นังเด็กนี่เพ้อเจ้ออะไร! แกคิดว่าการทำเกษตรมันง่ายเหมือนเล่นขายของหรือไงวะ? ผักออร์แกนิกเน่าคาต้นมานักต่อนักแล้ว แกไม่มีเส้นสายในตลาดใหญ่ ไม่มีทางรอดหรอก!" รินรดาไม่ได้โกรธ เธอเพียงแต่ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ผู้กองภูผา ซึ่งยืนพิงเสาไม้ไผ่คุมเชิงอยู่เงียบๆ ถึงกับแอบอมยิ้มด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มรู้ดีว่าเวลาภรรยาสาวมีสีหน้าแบบนี้ แปลว่าเหยื่อกำลังจะเดินเข้าตาข่าย "เส้นสายเหรอคะป้า?" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสูงวัย ช1ายตาประเมินด้วยความเยียบเย็น "ลองเปิดโทรศัพท์มือถือดูสิคะ ตอนนี้ยอดพรีออร์เดอร์ผักสลัดชุดแรกของกลุ่มเรา ทะลุห้าพันแพ็กภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีหลังจากที่ฉันกดโพสต์ลงเพจ 'ครัวรินรดา' แล้วค่ะ" เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของชาวบ้านหลายคนดังระรัวขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย ทุกคนหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูด้วยความงุนงงระคนตื่นตะลึง ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลและยอดเงินโอนมัดจำล่วงหน้าที่ถูกส่งเข้ามาจริงๆ "นี่มัน... เงินอะไรกันวะเนี่ย? สองหมื่น... สามหมื่น?!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังเซ็งแซ่ "เงินมัดจำล่วงหน้าไงคะ" รินรดาหันกลับมาประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "และนี่คือบทพิสูจน์ว่า คุณภาพและแบรนด์ที่พวกเราสร้างร่วมกัน จะมีค่ามากกว่าเศษเงินที่พวกพ่อค้าคนกลางเคยโยนให้เหมือนทานทาน!" ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือแรกจะดังขึ้นจากลุงมั่น ตามด้วยเสียงเฮลั่นศาลาประชาคมที่ดังกระหึ่มจนนกบนหลังคาบินหนีแตกตื่น แววตาของชาวบ้านที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายแห่งความหวังและไฟนักสู้ ผู้กองภูผาส่งสายตาชื่นชมมาให้ภรรยา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกระซิบบอกเบาๆ ข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุก "เก่งมากครับภรรยา... แบบนี้คงต้องฉลองความสำเร็จชุดใหญ่แล้วกระมัง" รินรดาปรายตามองสามีหนุ่มคลั่งรักแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยความคล่องแคล่ว "ทุกคนคะ! เย็นนี้เราจะมาประชุมเรื่องการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ปลูกผักตามออเดอร์ แต่ก่อนอื่น... เพื่อเป็นการฉลองการถือกำเนิดของแบรนด์เรา ข้าพเจ้าในฐานะเชฟประจำกลุ่ม จะขอโชว์ฝีมือทำอาหารต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยเมนูพิเศษจากผักออร์แกนิกแปลงแรกของเราเองค่ะ!" กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรพื้นบ้านลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณทันทีที่รินรดาเปิดมิติลับหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาสมทบกับพืชผักสดๆ จากแปลงของชาวบ้าน เสียงฉ่าของน้ำมันกระทบกระทะเหล็กเคล้ากับกลิ่นหอมของหมูสามชั้นคั่วน้ำปลาสูตรโบราณและแกงเขียวหวานยอดมะพร้าวอ่อนปลุกเร้าความหิวโหยของทุกคนในรัศมีร้อยเมตร ภายในเวลาไม่นาน อาหารรสเลิศนับสิบเมนูถูกจัดเรียงบนใบตองกว้างกลางศาลา ทุกคนต่างล้อมวงเข้ามาตักข้าวและชิมอาหารด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข บรรยากาศความสามัคคีและกลิ่นอายธรรมชาติฮีลใจอบอวลไปทั่วทิศทาง ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับความสำเร็จและรสชาติอาหารอันโอชะ เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันหรูติดฟิล์มดำสนิทก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าศาลาเสียงดังสนั่น ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของกำนันผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นก้าวลงมา ใบหน้าบึ้งตึงถมึงทึง พร้อมกับชายฉกรรจ์อีกสี่คนเดินตามหลังมาติดๆ กำนันชี้หน้ามาทางรินรดาด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังเด็กนี่! กล้าดียังไงมาตั้งกลุ่มตัดหน้าฉัน! แกคิดว่าประกาศอิสรภาพแบบนี้แล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือฉันไปได้เร่งั้นเรอะ!" รินรดาวางช้อนในมือลงช้าๆ เช็ดริมฝีปากด้วยกระดาษทิชชูอย่างใจเย็น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองผู้มาใหม่โดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็สุนัขรับใช้ที่เพิ่งตื่นจากการจำศีลนี่เองค่ะ" รินรดายิ้มหวานหยด แต่คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูก "ถ้าไม่อยากให้ฉันถอนรากถอนโคนธุรกิจใต้ดินของแกจนไม่เหลือซากละก็... เชิญไสหัวออกไปจากเขตไร่ของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะเสิร์ฟยาพิษสูตรพิเศษต้อนรับแขกไม่เชิญให้พวกแกได้ลิ้มลองยมบาลกันเดี๋ยวนี้!" กำนันหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ลูกน้องชักอาวุธขึ้นมาขู่ แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว ผู้กองภูผาก็เคลื่อนตัวด้วยความเร็วแสง มือหนากระชากคอเสื้อลูกน้องคนสนิทของกำนันกดลงกับพื้นด้วยท่าทางล็อกตัวระดับมืออาชีพ พร้อมกับเสียงเหล็กขึ้นลำปืนพกสั้นที่ดังคลิก ชวนให้ขนหัวลุกชันไปตามๆ กัน บรรยากาศนิ่งง็งันราวกับเวลาหยุดเดิน รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ขณะที่สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่การเผชิญหน้าอันดุเดือดตรงหน้า ...และในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินรดาก็ดังขึ้นพร้อมข้อความแจ้งเตือนด่วนจากระบบโลจิสติกส์ในเมืองหลวง: "แจ้งเตือน: ออเดอร์ล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ถูกยกเลิกกระทันหัน... เนื่องจากมีบุคคลปริศนาสั่งระงับการส่งออกสินค้าของไร่รินรดาอย่างเป็นทางการ!" (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%