เกลือเม็ดหยาบถูกขยี้เข้ากับเนื้อหมูสามชั้นสไลด์บางเฉียบในอ่างผสมดินเผา เสียงเนื้อกระทުރเบาๆ เคล้ากับกลิ่นหอมหวลของกระเทียมดองและรากผักชีที่โขลกจนละเอียด เป็นจังหวะดนตรีแห่งการเตรียมทำศึกในยามรุ่งสางที่รินรดาตั้งใจไว้แล้ว
"ถ้าขนไปแค่นี้ เกรงว่าจะไม่พอกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนในตลาดบ้านหนองผักกาดนะคะ คุณภรรยา"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งของอดีตนายทหารหนุ่มที่โน้มลงมาโอบเอวเธอไว้หลวมๆ ภูผาในยามนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเครื่องแบบตึงเปรี๊ยะ หากแต่สวมเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนและหยาดเหงื่อบางเบาจากการช่วยเธอขนลังไม้บรรจุผักออร์แกนิกขึ้นท้ายรถกระบะคันเก่า
รินรดาไม่สะดุ้งสะเทือน เธอยังคงใช้ทัพพีไม้คนส่วนผสมหมักหมูต่อด้วยความนิ่งสงบ สมาธิของเชฟสาวสมองเพชรถูกตรึงไว้กับสัดส่วนเครื่องเทศที่แม่นยำราatจับวาง
"ถ้าเตรียมไปเยอะแล้วขายไม่ออกสิคะถึงจะน่าห่วง แต่นี่... ฉันมั่นใจว่าผักไร่เราไม่ได้มีดีแค่หน้าตา" รินรดาเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผ่านหัวไหล่ มุมปากหยักยิ้มร้ายกาจแบบฉบับเชฟมือฉมัง "อีกอย่าง ฉันอยากไปดูปฏิกิริยาของป้าสะใภ้ตัวแสบกับพวกพ้องเสียหน่อย เห็นว่าช่วงนี้ตั้งวงนินทาฉันกับคุณไว้สนุกปากนักนี่คะ"
ภูผาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นสะเทือนแผ่นอกกว้างที่แนบชิดกับแผ่นหลังของเธอ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของหญิงสาวอย่างห้ามไม่อยู่ "ตามใจคุณทุกอย่างค่ะ อยากตบหน้าใครด้วยผักคะน้าสดๆ หรืออยากสาดน้ำพริกใส่หน้าพวกปากหอยปากปู สามีคนนี้ก็พร้อมถือกระบะคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลังเสมอ"
คำพูดติดตลกแต่แววตาจริงจังคู่นั้นทำให้รินรดาอดไม่ได้ที่จะศอกกลับเบาๆ ที่หน้าท้องแกร่งอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปจัดการห่อหมูหมักใบตองที่เพิ่งหยิบออกมาจากมิติเก็บของวิเศษ—ความลับสุดยอดที่ช่วยยกระดับวัตถุดิบของเธอให้สดใหม่และมีพลังงานชีวภาพเหนือกว่าพืชผลทั่วไปในท้องตลาดหลายเท่าตัว
รถกระบะแล่นฝุ่นตลบมาจอดบริเวณลานกว้างหน้าศาลาประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งวันนี้ถูกเนรมิตให้เป็นตลาดนัดชุมชนประจำสัปดาห์ ผู้คนจอแจ เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนแข่งกันเรียกลูกค้าดังระงม ทว่าทันทีที่ท้ายรถของรินรดาเปิดออก กลิ่นอายบางอย่างก็เริ่มดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
"นั่น... ยัยรินรดากับผัวทหารตกอับไม่ใช่เหรอ? หอบเอาผักอะไรมาขาย หน้าตากล้านๆ กรอบๆ แบบนั้น ใครจะไปซื้อกิน"
เสียงแหลมสูงของป้าทิพย์ ป้าสะใภ้จอมสูบเลือดสูบเนื้อที่เคยยกพวกมาบุกบ้านเพื่อหวังฮุบที่ดินดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงจอแจ นางเดินนصفนวยนาดเข้ามาพร้อมกับกลุ่มแม่บ้านขาเม้าท์ สายตากวาดมองลังผักออร์แกนิกของรินรดาด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "อุ๊ยตาย! ผักใบคะน้าอะไรเนี่ย รูปร่างประหลาด ใบสีเขียวเข้มเป็นมันเงาเชียว ไปแอบใช้สารเร่งอะไรมาหรือเปล่าสะใภ้รอง ถึงได้โตวันโตคืนนัก หน้าด้านเอามาขายชาวบ้านระวังจะพาคนอื่นท้องร่วงตายคาตลาดนะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นชั่วขณะ สายตาหลายคู่หันมามองตามเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รินรดายืนนิ่ง ใบหน้าสวยคมเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความหวาดหวั่น เธอค่อยๆ วางกล่องไม้ลงบนโต๊ะพับอย่างใจเย็น ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้เธอต้องเสียเวลาใส่ใจ
"สารเร่งหรือไม่อย่างไร ป้าทิพย์ก็น่าจะใช้สมองที่มีรอยหยักมากกว่านี้คิดสักนิดนะคะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "หรือว่าสมองของป้าถูกใช้ไปกับการคิดวางแผนแย่งสมบัติคนอื่นจนหมดพื้นที่สำหรับความรู้พื้นฐานเรื่องเกษตรออร์แกนิกเสียแล้วคะ?"
ใบหน้าของป้าทิพย์เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "นังเด็กปากดี! แกกล้าด่าฉันต่อหน้าคนเยอะๆ อย่างนี้เรอะ!"
"ฉันไม่ได้ด่าค่ะ ฉันแค่พูดความจริงตามหลักการ" รินรดาไม่ปล่อยให้ป้าสะใภ้ได้ตั้งตัว เธอหยิบหัวผักกาดขาวลูกใหญ่ที่เพิ่งหยิบมาจากลัง ผ่าครึ่งด้วยมีดสั้นคมกริบเผยให้เห็นเนื้อในที่ฉ่ำน้ำใสแจ๋ว กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ของผักสดๆ ลอยละลุ้งไปในอากาศทันที "เชิญพิสูจน์ได้เลยค่ะ ผักของฉันไร้สารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ และถ้าใครกินแล้วท้องร่วงอย่างที่ป้าปากพล่อยว่า ฉันยินดีจ่ายค่าทำขวัญให้สิบบาท... อ้อ ไม่สิ ฉันมั่นใจในคุณภาพจนกล้าท้าให้ลองชิมฟรีค่ะ!"
คำว่า "ชิมฟรี" ทำเอาฝูงชนที่ยืนลังเลอยู่รอบนอกฮือฮากันขึ้นมาทันที แม่บ้านหลายคนขยับเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ในจังหวะนั้นเอง ภูผาซึ่งยืนเงียบมาตลอดก็ก้าวออกมารินน้ำชาสมุนไพรสูตรพิเศษที่รินรดาต้มเตรียมไว้ใส่แก้วกระดาษแจกจ่ายให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา กลิ่นหอมของใบเตยและหญ้าหวานผสมผสานกับความสดชื่นของมินต์ป่าเตะจมูกทันทีที่สูดดม
"ลองชิมดูสักนิดเถอะครับ ผักและน้ำชาจากไร่ของเรา ปลูกด้วยความใส่ใจ รับรองว่ารสชาติต่างจากผักตลาดทั่วไปแน่นอน" รอยยิ้มสุภาพและดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์ของอดีตนายทหารหนุ่มทำเอาบรรดาแม่บ้านและสาวๆ ในตลาดถึงกับใจละลาย ยอมยื่นมือมารับแก้วชาและชิ้นผักสดเข้าปากไปโดยปริยาย
ความเงียบงันชั่ววินาทีแรกถูกแทนที่ด้วยเสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึง
"โอ้โห! กรอบมาก! หวานฉ่ำแบบไม่ต้องจิ้มอะไรเลย น้ำก็ไม่เหม็นเขียว!" หญิงสูงวัยคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างเมื่อเคี้ยวคะน้าสดกร้วมในปาก "นี่มันผักอะไรกันเนี่ย ทำไมอร่อยขนาดนี้!"
กระแสความฮือฮาแพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่ง ฝูงชนที่เคยยืนดูอยู่ห่างๆ ต่างเบียดเสียดกันเข้ามาแย่งชิงยื่นมือถือธนบัตรในมือให้รินรดาพัลวัน "ฉันเอาคะน้าสองกิโลฯ! มะเขือเทศด้วย เอาผักสลัดอีกสามถุง!"
ป้าทิพย์อ้าปากค้าง มองภาพลูกค้าที่รุมล้อมแผงขายผักของนังสะใภ้ตัวแสบจนแน่นขนัด ธนบัตรในมือของรินรดาร่วงใส่ตะกร้าดังกรุ๊งกริ๊งไม่ขาดสาย ความอิจฉาริษยาแผดเผาจนหน้าดำคร่ำเครียด แต่นางทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง
รินรดายิ้มรับเงินด้วยท่าทีสุขุม เธอตักผักใส่ถุงส่งให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วตลาดด้วยความพึงพอใจ นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น... ความรุ่งโรจน์ที่เธอวาดฝันไว้ กำลังเบ่งบานงดงามยิ่งกว่าแปลงผักออร์แกนิกเสียอีก
ทว่า ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีและความชุลมุนของการค้าขายที่กำลังไปได้สวยนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งในชุดสูทสีเข้มก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแผงผักของเธอ
ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ถือไม้เท้าหัวมังกรทอง ปรายตามองแปลงผักสดก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตารินรดาด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"คุณรินรดาสินะครับ... ผมได้รับคำสั่งจาก 'นายท่านใหญ่' ให้มาเหมาผักทั้งหมดในร้านนี้ รวมถึง... อยากเชิญคุณไปทำอาหารมื้อพิเศษให้ท่านที่คฤหาสน์เป็นการส่วนตัว"
***
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!)
กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 6
ตลาดนัดในหมู่บ้านกับการเริ่มต้นธุรกิจ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!