กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 5

ต้อนรับญาติจอมปลอมด้วยบทเรียนราคาแพง

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
เสียงโลหะกระทบกันดังเคร้ง! ตามด้วยเสียงอุทานด้วยความตกใจจนหน้าซีดเผือดของป้าสมศรี ญาติผู้พี่ฝั่งมารดาที่ถือวิสาสะพังประตูรั้วไม้ไผ่เข้ามาในเขตไร่ "ออร์แกนิกคุณริน" โดยไม่ได้รับเชิญ แกงป่าปลาดุกนาใบยี่หร่าที่กำลังเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมสมุนไพรตลบอบอวลไปทั่วครัวเปิดโล่ง แต่รัศมีอันตรายจากปลายมีดทำครัวสแตนเลสเนื้อดีที่ปักฝังลงไปบนเขียงไม้เนื้อแข็งอย่างแม่นยำ ห่างจากนิ้วอวบๆ ของผู้บุกรุกเพียงไม่กี่เซนติเมตร นั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในไร่นี้ "อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้แกงหม้อนี้กลายเป็นเศษเหล็ก" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามคน—ป้าสมศรีผู้มีใบหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มจอมปลอม, ลุงวิชัยสามีผู้ทำตัวเป็นเงาตามตัว และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างเจ้าชิตที่ถือวิสาสะเอื้อมมือไปหยิบตะกร้าผลไม้ในมิติของเธอขึ้นมาดูหน้าตาเฉย บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ หากไม่ใช่เพราะรินรดายังคงรักษามารยาทด้วยการยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้ด้วยท่าทางสบายๆ สخภาพแวดล้อมคงเหมือนลานประหารย่อมๆ ไปแล้ว "นังริน! นี่แกทำกิริยาแบบนี้กับผู้หลักผู้ใหญ่ได้อย่างไรวะ!" ป้าสมศรีแผดเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาถูกบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "ฉันเป็นป้านะ! มีศักดิ์เป็นถึงพี่สาวแม่แก ถึงพวกเราจะไม่ได้เจอกันหลายปี แต่ดินผืนนี้... และบ้านหลังนี้ มันควรเป็นมรดกตกทอดมาถึงตระกูลเรา ไม่ใช่ให้เด็กกะפoอย่างแกมาฮุบไว้คนเดียวแบบนี้!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวهาะเบาๆ นั้นกลับทรงพลังเสียจนคนที่กำลังโวยวายต้องชะงัก เธอค่อยๆ ดึงมีดสแตนเลสออกจากเขียงอย่างใจเย็น บรรจงหั่นข่าต้มยำชิ้นโตลงหม้อแกงต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น การแสดงออกถึงความไม่แยแสเช่นนี้ ยิ่งสร้างความเดือดดาลให้แก่ผู้บุกรุกมากยิ่งขึ้นไปอีก "มรดกงั้นหรือคะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แววตาดุดั่งเหยี่ยวทำให้ป้าสมศรีถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ที่ดินแปลงนี้ถูกจำนองไว้กับสหกรณ์การเกษตรตั้งแต่วันที่แม่ฉันยังนอนป่วยติดเตียง จำได้ไหมคะว่าตอนนั้นพวกท่านอยู่ที่ไหน? อ้อ... ขอย้อนความทรงจำนิดหนึ่งนะคะ วันนั้นครอบครัวฉันหอบเอกสารวิ่งโร่ไปขอความช่วยเหลือจากบ้านหลังใหญ่ แต่สิ่งที่ท่านตอบกลับมาคือการบอกว่า 'ไม่มีเงิน และอย่าเอาภาระมาให้พวกฉันเดือดร้อน' ไม่ใช่หรือคะ?" ประโยคคำถามที่พรั่งพรูออกมาพร้อมหลักฐานจำจำนองที่รินรดาหยิบออกมาจากลิ้นชักใกล้มือ ทำให้ทั้งสามคนหน้าถอดสี ลุงวิชัยที่ยืนเงียบมานานรีบเข้ามาแก้ตัวเสียงสั่น "เอ่อ... รินรดา หลานรัก ตอนนั้นมันมีเหตุผล... เศรษฐกิจมันไม่ดี พวกป้าก็แค่..." "แค่รอจังหวะให้ฉันหมดตัว แล้วสวมรอยฮุบที่ดินทำกินห้าสิบไร่พร้อมโรงเรือนออร์แกนิกที่ฉันลงหยาดเหงื่อแรงกายสร้างมันขึ้นมาใหม่จากดินแห้งแล้งๆ นี้ต่างหากล่ะคะ" รินรดาตัดบทเสียงเฉียบขาด เธอวางทัพพีลงกระทบขอบหม้อเสียงดังสนั่น ก่อนจะก้าวเดินช้าๆ เข้าไปประชิดตัวป้าสมศรีที่มีท่าทีลนลานอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นอายความกดดันระดับเชฟใหญ่ผู้ผ่านการฟาดฟันในวงการอาหารระดับประเทศแผ่ซ่านออกมาจนผู้บุกรุกไม่กล้าสบตา ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็ดังขึ้นจากทางแปลงผักด้านหลัง ผู้กองภูผาในชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงคาร์โก้ลุยสวน เดินถือจอบด้ามยาวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไหล่กว้างและกล้ามเนื้อที่ไหวตามจังหวะการเดินบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของอดีตนายทหาร สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่านทันทีเมื่อเห็นคนแปลกหน้ากำลังยืนล้อมภรรยาของเขาอยู่ ภูผาไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ ออกมาสักคำ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่และความนิ่งสงบดั่งพายุตั้งเค้า ทำให้ลุงวิชัยถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ ชายหนุ่มเดินมาหยุดยืนเคียงข้างรินรดา พร้อมกับวางมือหนาลงบนไหล่บางของภรรการาวกับการแสดงความเป็นเจ้าของและพร้อมจะสนับสนุนเธอในทุกสถานการณ์ "มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับที่รัก?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยา แต่สายตากลับคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ไม่มีอะไรมากหค่ะคุณภูผา แค่ญาติผู้ใหญ่ใจดี... ที่หวังดีจนตัวสั่น อยากจะมาช่วย 'บริหาร' ไร่ของเราฟรีๆ เสียหน่อย" รินรดาตอบกลับสามีด้วยรอยยิ้มหวานหยด เคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวระหว่างภรรยาสาวสมองเพชรและสามีหนุ่มมาดนิ่งผู้คลั่งรัก ทำให้ป้าสมศรีรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตัวตลกในสายตาของคนทั้งคู่ "ถ้าอยากได้ที่ดินนัก ทำไมไม่ลองอ่านเอกสารฉบับนี้ให้ละเอียดเสียก่อนล่ะคะ" รินรดาตวัดมือโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ไผ่ตรงหน้าผู้บุกรุก "นั่นคือโฉนดฉบับจริงที่ปลอดภาระหนี้สินทุกประการ และที่สำคัญ... ชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในตอนนี้ คือ 'รินรดา' และ 'ภูผา' หาใช่ตระกูลของคุณป้าไม่ค่ะ" ป้าสมศรีรีบคว้าแฟ้มขึ้นมาเปิดดูด้วยมืออันสั่นเทา ไล่สายตาอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเพราะความโลภค่อยๆ ซีดเผือดลงทีละน้อย จนกลายเป็นสีขาวราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ จะหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก "ส่วนเรื่องที่พวกท่านบุกรุกเข้ามาในยามวิกาล... เอ๊ย... ยามวิกคลิกแบบนี้ พร้อมกับท่าทีคุกคาม..." รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า เธอหันไปสบตากับสามีที่เป็นใจรู้กัน "ผู้กองคะ คิดว่าเราควรปล่อยให้แขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้ กลับออกไปมือเปล่า หรือควรให้ทางผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบไร่ที่บันทึกพฤติกรรมพังทรัพย์สินเมื่อครู่ดีล่ะคะ?" "ผมว่า... ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์น่าจะยุติธรรมที่สุดครับ" ภูผาตอบเสียงเรียบพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมกดโทรออก ท่าทีจริงจังไร้ความปรานีนั้นทำให้ลุงวิชัยถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นดิน ป้าสมศรีหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม รีบเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ยกมือขึ้นพนมไหว้ปะหลกๆ อย่างน่าสมเพช "นัง... เอ๊ย! รินรดาหลานรัก ป้าแค่ล้อเล่นเองนะ ลูกหลานตระกูลเดียวกัน ไยต้องใจร้ายกันขนาดนี้ด้วยเล่า..." รินรดาแค่นยิ้มเยาะให้กับความหน้าหนาของคนตรงหน้า เธอสะบัดหน้าหนีอย่างไร้เยื่อใย ขณะที่กลิ่นหอมกรุ่นของแกงป่าปลาดุกนาในหม้อกำลังส่งกลิ่นเย้ายวนตัดกับบรรยากาศตึงเครียดได้อย่างน่าประหลาด ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกลไกอัตโนมัติหน้าไร่ก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารลับในมือ บุคคลมาใหม่คนนั้นคือทนายความมือหนึ่งประจำจังหวัดผู้กุมความลับทางธุรกิจทั้งหมดของตระกูลป้าสมศรี ซึ่งกำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาหารินรดาด้วยรอยยิ้มเคารพ... และสิ่งที่เขาเอמהออกมาในวินาทีต่อมา ก็พลิกเกมทุกอย่างจนตระกูลจอมสูบเลือดสูบเนื้อถึงกับดิ่งลงเหวในพริบตาเดียว! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%