"นั่นมัน... ผักบ้าอะไรวะนั่น! ผักวิเศษเหรอ?! ส่งมาให้ฉันนะยะอีนังเด็กเปรต!"
เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ตัวแสบที่ดังแว่วมาจากแปลงผักฝั่งโน้น ไม่ได้ทำให้รินรดาต้องชายตาแลแม้แต่น้อย มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายยังคงตวัดเคียวเกี่ยววัชพืชออกจากแนวคันดินอย่างคล่องแคล่ว แววตาสีเข้มฉายแววเยື้ยว e เย็นชาปนขบขันระคนสมเพช ร่างเพรียวระหงในชุดทะมัดทะแมงเหยียดตรงขึ้นช้าๆ ปัดเศษดินตามเรียวขา ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองร่างอวบอ้วนที่กำลังดิ้นเร่าๆ อยู่ริมรั้วลวดหนามด้วยความอิจฉาริษยาจนหน้าดำหน้าแดง
อยากได้งั้นหรือคะ? ของดีมีราคาแบบนั้น ต่อให้เอาเงินกองเท่าภูเขาก็ไม่มีทางซื้อหยาดเหงื่อแรงงานและความลับจากมิติวิเศษของฉันได้หรอกนะคะ
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ปล่อยให้ป้าสะใภ้ผู้โลภมากโวยวายเรียกเสียงหัวเราะจากชาวบ้านละแวกนั้นต่อไป วันนี้ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำกับคนไร้ค่า เพราะเป้าหมายใหญ่ที่เธอกับสามีวางแผนร่วมกันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ นั่นคือการ "ขยายอาณาจักรไร่ผักออร์แกนิก" บนพื้นที่รกร้างผืนใหญ่หลังเนินเขา
"เหนื่อยไหมริน"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูลอยมาพร้อมกับไออุ่นจากร่างหนาของภูผา อดีตทหารหนุ่มที่สลัดเครื่องแบบมาสวมเสื้อกล้ามสีเข้มเผยกล้ามเนื้อแน่นตึงตามแรงงานหนัก เขาเดินถือจอบด้ามยาวมาหยุดยืนซ้อนด้านหลัง มือใหญ่หยาบกร้านเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากแก้มเนียนอย่างเบามือ สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้น้ำในอกของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่คุ้นชินเสียที แม้จะแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันมาพักใหญ่แล้วก็ตาม
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่ภูผา แค่นี้สบายมาก... ว่าแต่ ทางฝั่งแปลงใหม่ที่ให้คนมาช่วยเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยดีไหมคะ?" รินรดาหันไปยิ้มหวานให้สามี ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายความมุ่งมั่น
"เรียบร้อยดีครับ รถไถเข้าเคลียร์พื้นที่หมดแล้ว ดินตรงนั้นอุดมสมบูรณ์ดีมาก เหมาะแก่การทำสวนผสมผสานอย่างที่เราตั้งใจไว้ทุกประการ" ภูผายิ้มตอบ รอยยิ้มของชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุในอดีต แต่กลับอ่อนโยนและยอมสยบให้ภรรยาเพียงคนเดียว ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานละมุนจนน่าอิจฉา
สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันไปยังพื้นที่ใหม่ที่อยู่ถัดจากแปลงเดิม พื้นที่รกร้างกว่าสิบไร่ที่เคยเต็มไปด้วยวัชพืชและตอไม้ บัดนี้ถูกปรับแต่งจนกลายเป็นดินราบเรียบสีดำสนิท ส่งกลิ่นอายความอุดมสมบูรณ์ของอินทรียวัตถุตีขึ้นมาแตะจมูก ทัศนียภาพกว้างไกลสุดสายตา ทำให้รินรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ด้วยความสดชื่น
นี่คือผืนแผ่นดินที่จะสร้างความมั่งคั่งและรากฐานชีวิตที่มั่นคงให้กับพวกเขาค่ะ!
รินรดากวาดสายตาสำรวจพื้นที่อย่างนักวางแผนมืออาชีพ ในสมองประมวลผลแปลนการจัดสรรพื้นที่อย่างรวดเร็ว โซนนี้จะปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ผสมดินธรรมชาติ โซนโน้นจะทำโรงเรือนสมุนไพรพื้นบ้าน และที่สำคัญ... เธอยังแอบเตรียมเมล็ดพันธุ์พิเศษที่ดึงออกมาจาก "มิติเก็บของวิเศษ" ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์เก่าๆ อีกด้วย เมล็ดพันธุ์เหล่านี้เมื่อนำมาปลูกในดินจริง จะเติบโตเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า และให้รสชาติหวานกรอบอร่อยล้ำชนิดที่ต่อให้เป็นเชฟมิชลินสตาร์ก็ยังต้องยอมสยบ
"พี่ภูคะ เดี๋ยวเราแบ่งพื้นที่ตรงมุมเนินดินนั้นทำแปลงสมุนไพรตระกูลขิง ข่า และตะไคร้ พร้อมกับแปลงผักสวนครัวพื้นบ้าน ส่วนตรงกลางเราจะขุดสระน้ำขนาดเล็ก เลี้ยงปลาตะเพียนและปลาช่อนออร์แกนิก ระบบน้ำหยดที่เราออกแบบไว้พร้อมติดตั้งหรือยังคะ?" รินรดาหันไปถามพลางใช้มือเรียวแตะคางอย่างใช้ความคิด
"เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ ช่างทางใต้หมู่บ้านเพิ่งเดินระบบท่อเสร็จเมื่อเช้า เหลือแค่รอให้เราลงมือปลูกเท่านั้น" ภูผาตอบเสียงหนักแน่น แววตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความชื่นชมและคลั่งรัก "ไม่ว่าเธออยากทำอะไร พี่จะคอยสนับสนุนและลงแรงให้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องเหน็ดเหนื่อยเลย"
"รู้แล้วน่า ปากหวานตลอดเลยนะคะสามีคนนี้" รินรดาแกล้งค้อนใส่ค้อนหนึ่ง หมั่นไส้ความเอาอกเอาใจที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยตั้งแต่แต่งงานกันมา แต่ริมฝีปากอิบอิ่มกลับยกยิ้มกว้างอย่างปิดไม่มิด
ทันใดนั้นเอง ขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันวางแนวเขตแปลงปลูก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยเอะอะโهاกก็ดังขึ้นจากทางเข้าไร่ ขัดจังหวะเวลาอันแสนสงบสุข
"เฮ้ย! ทางนี้หรือเปล่าวะไอ้เก่ง ที่ไอ้แก่บ้านนั้นบอกว่าพวกมันมาบุกเบิกที่ดินผืนใหม่กันน่ะ ดูท่าทางจะลงทุนไม่น้อยเลยนี่หว่า!"
ร่างสูงโปร่งของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง หน้าตาไม่น่าคบหาและมีรอยสักยDกย่องตามลำตัว เดินลัดเลาะเข้ามาในเขตพื้นที่ใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต นำหน้ามาโดยชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ท่าทางเจ้าเล่ห์ ซึ่งรินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็น "ลุงแท้ๆ" ผู้เคยพยายามฮุบที่ดินมรดกของเธอก่อนหน้านี้
รินรดาสطตาขัดเคืองขึ้นทันที รอยยิ้มหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยแววตาเย็นชาคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบยาพิษ
อ๋อ... ส่งหมาป่าเข้ามาลองเชิงอีกแล้วสินะคะ ท่าทางบทเรียนครั้งก่อนยังเจ็บไม่พอใช่ไหมถึงได้กล้าบุกรุกเข้ามาถึงถิ่นเธอบسนี้
"พวกแกเป็นใคร เข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลของฉันได้อย่างไร ออกไปเดี๋ยวนี้!" ภูผาก้าวออกไปบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังกดดันจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ รังสีอำมหิตของอดีตทหารหาญแผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก
ทว่าชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นกลับหัวเราะรơiร่าอย่างไม่เกรงกลัว โดยเฉพาะลุงตัวแสบที่ย่างสามขุมเข้ามาด้วยท่าทางกร่างสุดขีด
"พื้นที่ส่วนบุคคลอะไรกันวะนัยน์ตาถั่ว! ที่ดินผืนนี้มันเคยเป็นของตระกูลเรา แกสองคนมันแค่พวกหัวขโมยที่แอบอ้างสิทธิ์! วันนี้พวกฉันมาทวงคืนสมบัติของครอบครัว และถ้าไม่อยากเจ็บตัว ส่งโฉนดที่ดินพร้อมกับเคล็ดลับการปลูกผักประหลาดของแกมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้น... ไร่สวยๆ นี่ได้กลายเป็นจุลแน่!"
ลุงตัวแสบยะยิ้มเยาะอย่างได้ใจ ชูท่อนไม้ในมือขึ้นข่มขู่ ขณะที่สมุนโจรด้านหลังต่างพากันแยกเขี้ยวหัวเราะอย่างน่ารังเกียจ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ความโกรธระอุขึ้นในอก แต่สมองกลับแล่นฉิวด้วยความรวดเร็ว เธอก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของสามี ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งสงบไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มเยาะเย้ยที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับผะงะ
ทวงคืนงั้นหรือคะ? หน้าด้านหน้าทนเสียจริงนะตาแก่...
"อยากได้ที่ดินและเคล็ดลับผักวิเศษนักใช่ไหมคะ?" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก มือเรียวสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ราวกับกำลังหยิบจับอะไรบางอย่าง "งั้นก็รับสิ่งนี้ไปเป็นของกำนัลต้อนรับการมาเยือนก็แล้วกันนะคะ!"
ฟึ่บ!
ขวดแก้วทรงเล็กที่บรรจุของเหลวสีเขียวมรกตส่งกลิ่นหอมฉุนรุนแรงถูกปาลงกับพื้นเบื้องหน้ากลุ่มคนร้ายอย่างแม่นยำ ทันทีที่กระทบกับพื้นดิน ปฏิกิริยาเคมีประหลาดจากสมุนไพรในมิติวิเศษก็ระเบิดควันสีเขียวข้นคลั่กพวยพุ่งขึ้นปกคลุมร่างของพวกมันจนมองไม่เห็นทาง!
"อ๊ก! อะไรวะเนี่ย! แสบตาชะมัด! หายใจไม่ออก!" เสียงร้องโหยหวนและเสียงสำลักดังระงมขึ้นทันทีท่ามกลางกลุ่มควัน
รินรดายกมุมปากขึ้นรอยยิ้มสะใจ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความเฉียบขาด เธอกระซิบเบาๆ ข้างหูสามีที่เตรียมพร้อมพุ่งเข้าจัดการ
"พี่ภูคะ... จัดการกวาดขยะพวกนี้ออกจากไร่ของเราให้สะอาดทีค่ะ"
ภูผายิ้มมุมปากรับคำสั่งอย่างรู้ใจ ร่างหนากำหมัดแน่นพร้อมซัดพวกมันให้กระเด็นออกนอกรั้วในพริบตา
ทว่า... ในจังหวะที่กลุ่มควันสีเขียวเริ่มจางลง และร่างของชายฉกรรจ์กำลังล้มลุกคลานคลอนหนีตายนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างปริศนาอีกคนหนึ่งที่ยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ด้านนอกรั้ว—ร่างนั้นสวมชุดสูทหรูหราผิดวิสัยคนชนบท และกำลังจ้องมองมาที่รินรดาด้วยรอยยิ้มลึกลับน่าขนลุก พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงชั่วขณะ:
"น่าสนใจจริงๆ... ไม่คิดเลยว่าเชฟสาวตกอับ จะกลายเป็นแม่มดครองไร่ผักวิเศษไปเสียแล้ว... คุณรินรดา เราคงต้องคุยกันยาวหน่อยแล้วล่ะครับ"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ
กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 8
ขยายพื้นที่ไร่ด้วยน้ำพักน้ำแรง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!