เส้นตารางสถาปัตยกรรมสีฟ้าบนหน้าจอไอפาดสว่างวาบ ตัดกับความมืดสลัวภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบกริบ รินรดากำด้ามปากกาแอปเปิลเพนซิลไว้แน่นจนข้อนิ้วเรียวขาวซีด สายตาคู่คมที่เคยเฉียบคมและแม่นยำในทุกมิลลิเมตร บัดนี้กลับกวาดมองเส้นสายที่เธอเพิ่งวาดลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางโครงสร้าง... แต่มัน ‘ว่างเปล่า’
สถาปนิกสาวผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ปลายเล็บเรียวเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะทำงานไม้สักทองที่เธอเคยรักนักหนา ทุกอย่างบนโต๊ะจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามหลักฮวงจุ้ยและตามความคุ้นชิน กองแบบแปลน แฟ้มโครงการพาร์ทเนอร์ชิป และถ้วยกาแฟเซรามิกสีขาวสะอาดตา แต่ทำไม... หัวใจของเธอกลับรู้สึกเหมือนมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้
ร่างบางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืน เธอกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความจริง โลกที่เธอคุ้นเคยก่อนที่ ‘ใครบางคน’ จะก้าวเข้ามาในชีวิต โลกที่เธอไม่ต้องคอยพะวงว่าใครจะมานั่งไขว่ห้างกินขนมเลย์รสโนוריบนโซฟาหนังราคาแพง หรือส่งเสียงบ่นง้องแง้งเรื่องดีไซน์โทนสีห้องที่จริงจังเกินไปจนเหมือนห้องประชุมบริษัทประกัน
"ตั้งสติหน่อยสิรินรดา..." เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามบังคับให้สมองโฟกัสกับโปรเจกต์รีโนเวทคอมเพล็กซ์มูลค่าหลายร้อยล้านตรงหน้า งานระดับเรือธงที่เธอไขว่คว้าและภาคภูมิใจนักหนา
แต่นิ้วเรียวกลับกดลบเส้นผนังห้องนั่งเล่นที่เพิ่งร่างไปอย่างไร้เหตุผล
ภาพของห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบดและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสตรอว์เบอร์รีผุดขึ้นมาในหัวสมองอย่างไม่ยอมรับคำสั่ง กลิ่นอายความอบอุ่นที่ไร้ระเบียบแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะส่งมาพร้อมคำแซวแสบๆ คันๆ และดวงตาส่อประกายระยิบระยับทุกครั้งที่อีกฝ่ายจงใจกวนประสาทเธอให้สติหลุด
ให้ตายเถอะ... เธอเสพติด ‘ความวุ่นวาย’ นั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
รินรดาสายหัวแรงๆ เพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เธอหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านเพื่อเรียกสมาธิ แต่ตัวหนังสือภาษาอังกฤษนับร้อยบรรทัดกลับกลายเป็นภาพเบลอ ความเงียบเชียบในห้องทำงานส่วนตัวที่เคยเป็นเซฟโซนอันสงบสุข บัดนี้มันกลับกลายเป็นความอ้างว้างที่น่าหงุดหงิดใจที่สุดในรอบปี
แกร๊ก!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างโปร่งของเลขาฯ สาวที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลใจเล็กน้อย
"คุณรินคะ เอกสารสรุปงบประมาณของไตรมาสนี้จากฝั่งพศินส่งมาแล้วค่ะ... เขาบอกว่าถ้าคุณรินมีข้อสงสัยตรงไหน ให้ติดต่อคุยกับเขาโดยตรงได้เลยค่ะ"
แค่ได้ยินชื่อ ‘พศิน’ คิ้วเรียวสวยก็ได้รูปก็ขมวดเข้าหากันทันที หุ้นส่วนบริษัทคู่แข่งที่ชอบทำตัวน่าหมั่นไส้คนนั้นยังคงหาเรื่องมากวนใจเธอได้ไม่เว้นแต่ละวัน แต่กระนั้น... ความเกลียดชังหรือความหมั่นไส้ในตัวผู้ชายคนนั้น ก็ยังน้อยกว่าความรู้สึกหงุดหงิดที่เธอกำลังเผชิญอยู่กับตัวเองในตอนนี้
"วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ เดี๋ยวฉันดูต่อเอง" รินรดาตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาار์ทของสถาปนิกสาวผู้ทรงอิทธิพลเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"เอ่อ... สีหน้าคุณรินดูไม่ค่อยดีเลยนะคะ พักผ่อนก่อนดีไหมคะช่วงนี้ดูคุณรินเครียดกว่าปกติมากเลย" เลขาฯ สาวเอ่ยด้วยความหวังดี
"ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณมาก คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ"
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบก็โรยตัวกลับมาอีกครั้ง รินรดาก้มมองหน้าจอไอแพดที่มีเส้นแปลนบ้านหลังเดิมค้างอยู่ เธอพยายามลากเส้นต่อ แต่มือมันกลับแข็งทื่อ ราวกับว่ากล้ามเนื้อทุกมัดจดจำสัมผัสและทิศทางใหม่ไปเสียแล้ว... ทิศทางที่ไม่ได้มีไว้เพื่อความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่เป็นทิศทางที่เว้นพื้นที่ว่างไว้ให้คนซุ่มซ่ามคนหนึ่งได้เข้ามาปأسป่วนหัวใจ
เธอกลับไปยืนจุดเดิมไม่ได้อีกแล้ว จุดที่หัวใจด้านชาและมีแต่ระเบียบวินัย เพราะตอนนี้ทุกตารางเมตรในชีวิตของเธอถูกรุกรานด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของใครบางคนจนหมดสิ้น
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ขัดจังหวะความฟุ้งซ่านของหญิงสาว
"บอกแล้วไงคะว่าไม่อยากให้รบ...!" รินรดาตวาดออกไปอย่างหงุดหงิด โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
"โห... ต้อนรับขับสู้ได้น่ารักประทับใจเหมือนเดิมเลยนะคะ สถาปนิกคนเก่ง"
เสียงทุ้มหวานที่คุ้นเคยจนหัวใจกระตุกวูบดังขึ้นขัดจังหวะ รินรดานิ่งงั้น ลมหายใจสะดุดกึก เธอกวาดสายตาเงยขึ้นมองไปยังร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบประตู กราฟิกดีไซเนอร์สาวติสต์แตกกำลังยืนกอดอก ส่งยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำมาให้ พร้อมกับถุงกระดาษใส่ขนมปังร้านโปรดที่ชูขึ้นทักทาย
ฟ้าใสไม่ได้เดินเข้ามามือเปล่า แถมยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนคุมกฎอย่างเธอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที
"คุณ... มาทำอะไรที่นี่?" รินรดาถามเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่หัวใจข้างในเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ก็แค่อยากรู้ว่า... คนที่บอกว่าอยากกลับมาทำงานคนเดียวแบบเดิม จะนั่งเหงาจนบ้านเกือบพังไปถึงไหนแล้วน่ะสิคะ" ฟ้าใสยกยิ้มกว้าง ก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานหรูทีละก้าวอย่างถือวิสาสะ "แล้วดูหน้าคุณตอนนี้สิคะ... เหมือนคนกำลังจะขาดใจตายเพราะคิดถึงใครบางคนอยู่เลยนะคะ รินรดา"
สายตาคู่คมของฟ้าใสจ้องลึกเข้ามาในดวงตาสั่นไหวของสถาปนิกสาว ขณะที่ร่างโปร่งเดินตรงเข้ามาหยุดยืนชิดขอบโต๊ะทำงาน พร้อมกับโน้มตัวลงมาประชิดใบหน้าสวยหวานที่กำลังตื่นตระหนก...
"ว่าไงคะ? กลับไปทำงานแบบเดิม... มันยังเวิร์กอยู่หรือเปล่าล่ะ?"
ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ :)
เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 20
ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!