เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 19

ความเงียบที่ดังกว่าคำพูด

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มข้นจนเกือบไหม้ลอยอบอวลอยู่กลางห้องประชุมสตูดิโอ แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมระหว่างคนทั้งสองเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาตัดเส้นสถาปัตยกรรมสีดำสนิทขูดขีดลงบนกระดาษไข เกิดเป็นเสียง *แกรก... แกรก...* ที่ดังบาดห้วงประสาทราวกับตั้งใจจะกรีดแทงความเงียบงันให้แตกเป็นเสี่ยงๆ รินรดานั่งหลังตรงแน่วอยู่หลังโต๊ะเขียนแบบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสطิลมินิมอลจับจ้องอยู่ที่แปลนอาคารตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึก นิ้วเรียวยาวตวัดเส้นสเกลอย่างแม่นยำทุกมิลลิเมตร ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนฝั่งตรงข้าม—คนที่สร้างเรื่องปวดหัวไว้มหาศาลเมื่อคืนก่อน ฟ้าใสเท้าคางมองท่าทีนั้นด้วยความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กราฟิกดีไซเนอร์สาวผู้มักจะมีคำพูดจิกกัดแพรวพราวและรอยยิ้มยียวนกวนประสาทติดริมฝีปากเสมอ กลับกลายเป็นใบ้สนิทมานานร่วมสองชั่วโมงเต็ม ความเงียบแบบนี้มันทรมานเสียยิ่งกว่าโดนสาดด้วยคำพูดเผ็ดร้อนเสียอีก รินรดากำลังใช้ความเย็นชาและกำแพงน้ำแข็งที่หนาเตอะลงทัณฑ์เธอ... และเธอก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ดันหาทางเจาะกำแพงนั้นไม่เจอ "ริน..." ฟ้าใสตัดสินใจเปล่งเสียงออกมาในที่สุด แม้จะรู้ว่ามันแหบพร่าและเปราะบางแค่ไหน เสียงขูดปากกาหยุดชะงักลงทันที รินรดายังคงไม่เงยหน้าขึ้น เธอเพียงแค่ขยับมุมปากเล็กน้อยอย่างเยียบเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทที่ชวนให้หนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ "ถ้าเรื่องงานเสร็จไม่ทันเดดไลน์พรุ่งนี้เช้า ฉันเกรงว่าโปรเจกต์ที่เราพยายามร่วมมือกันมาตลอดจะพังไม่เป็นท่า... โฟกัสกับงานตรงหน้าก่อนเถอะค่ะ ฟ้าใส" ประโยคเดิม คำพูดเดิมๆ ที่เน้นย้ำถึง "ความเป็นมืออาชีพ" และ "ขอบเขต" ที่ถูกขีดเส้นไว้อย่างชัดเจน มันไม่ใช่แค่การทำงานร่วมกันที่ไร้บทสนทนา แต่มันคือการสร้างกำแพงกั้นกลางที่สูงเสียดฟ้าจนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของกันและกัน รินรดากำลังถอยร่นกลับเข้าสู่เซฟโซนอันปลอดภัยของตัวเอง—เซฟโซนที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ และไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีก ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกจี๊ดแปลบวิ่งพล่านขึ้นมาที่อกด้านซ้าย ปากที่เคยไวและใจที่เคยกล้า ตอนนี้กลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว เธอรู้ดีว่าต้นเหตุมาจากความปากพล่อยและท่าทีเอาแต่ใจของตัวเองเมื่อวานนี้ ที่เผลอหลุดปากพูดจาทำร้ายความรู้สึกของคนตรงหน้าออกไปเพราะความหึงหวงบ้าบอ และความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุม แต่การลงโทษด้วยความเงียบแบบนี้... มันโหดร้ายเกินไปแล้ว รินรดาช่างเป็นผู้หญิงที่ใจร้ายที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาเลยจริงๆ บรรยากาศภายในห้องเริ่มกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคม ะเกียงตั้งโต๊ะส่องกระทบโครงหน้าด้านข้างของสถาปนิกสาวผู้สมบูรณ์แบบ เส้นผมสีเข้มที่รวบตึงไว้อย่างเรียบร้อยทำให้เธอดูกล้าแกร่งและเปราะบางในเวลาเดียวกัน รินรดากำลังฝืนทนกับอะไรบางอย่าง—ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นความอึดอัดในใจที่เธอพยายามกดทับมันไว้ภายใต้มาLนิ่งเฉย ฟ้าใสขยับตัวเล็กน้อย เก้าอี้ทำงานส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทำลายความเงียบ เธอยื่นมือออกไปหวังจะแตะลงบนหลังมือที่กำลังถือปากกาของอีกฝ่ายเพื่อขอร้องให้หยุดทรมานกันเสียที ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นขัดจังหวะกระชั้นชิด ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิต—หรืออาจจะเป็นเสียงทำลายล้างความสัมพันธ์ที่กำลังเปราะบางนี้ให้พังครืนลงมาในพริบตา ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย รินรดาลดมือลงแล้วหันไปมองทางประตูด้วยแววตาเรียเฉย ขณะที่ฟ้าใสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหัวเสียที่จังหวะเวลาช่างเลวร้ายเสียเหลือเกิน ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่แฝงแววเจ้าเล่ห์ พศิน—หุ้นส่วนบริษัทคู่แข่งที่จ้องจะฮุบโปรเจกต์นี้มาตลอด ปรากฏตัวขึ้นกลางดึกพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ "โอ๊ะ... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาอันแสนหวาน(และอึดอัด)ของสองสาวสินะครับ" พศินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน กวาดสายตามองสภาพบรรยากาศที่มาคุในห้องประชุมด้วยความพึงพอใจ รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเรียบตึงขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำงานเต็มพิกัด เธอก้าวออกมาบังหน้าโต๊ะทำงานราวกับต้องการปกป้องผลงานชิ้นเอกของตัวเองจากผู้บุกรุก "คุณพศินเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเราได้ยังไงคะ รบกวนเชิญออกไปด้วยค่ะ ที่นี่ไม่มีอะไรที่คุณน่าจะสนใจ" รินรดาเอ่ยเสียงแข็ง นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ พศินหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หล่า เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นอีกนิด ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารในมือลงบนแปลนอาคารที่เพิ่งร่างเสร็จของรินรดา เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดัง *ปึก* เรียกให้ฟ้าใสต้องลุกขึ้นยืนตามด้วยความฉุนเฉียว "ไม่มีอะไรน่าสนใจงั้นเหรอครับคุณรินรดา..." พศินยิ้มเหี้ยม เก๊กท่าถือดี "แต่ผมว่าข้อเสนอในแฟ้มนี้... น่าจะทำให้คุณสองคนเลิกทำสงครามเย็นแล้วหันมาคุยกับผมดีๆ ได้นะ โดยเฉพาะคุณฟ้าใส... ถ้าไม่อยากเห็นบริษัทของคนพิเศษของคุณพังคามือล่ะก็ เปิดอ่านดูสิครับ" ฟ้าใสเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจที่เลวร้าย ขณะที่รินรดาหันขวับมามองเธอด้วยแววตาสับสนระคนตกใจ ก่อนที่ความเงียบอันน่ากลัวจะถูกฉีกกระชากด้วยความจริงบางอย่างที่พศินจงใจเอามาเดิมพัน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ :)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%