กลิ่นกระดาษไขราคาแพงเคลือบกลิ่นอายชาเขียวอุ่นๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนแทบทำให้รินรดาลืมความเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ไปชั่วขณะ นิ้วเรียวยาวที่มักจะถือปากกาเขียนแบบอยู่ตลอดเวลา กำลังหมุนดินสอไม้ในมือเล่นเบาๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตสลับกับกระดาษร่างตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
ประโยคท้าทายจากตอนที่แล้วยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท—*"ว่าไงคะ? กลับไปทำงานแบบเดิม... มันยังเวิร์กอยู่หรือเปล่าล่ะ?"*
มันไม่เวิร์ก... รินรดาตอบตัวเองในใจอย่างไม่ลังเล ตั้งแต่วันที่ฟ้าใสเข้ามาปأسัดชีวิตอันเป็นระเบียบเรียบร้อยจนยุ่งเหยิง โลกการทำงานของสถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกต่อไป ความสมบูรณ์แบบที่เธอเคยโหยหา ถูกแทนที่ด้วยความสดใหม่ ทว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดว่ามันคืออะไร
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าของประโยคคำถามเมื่อวาน
ฟ้าใสไม่ได้เดินเข้ามามือเปล่า ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีขาวกับกางเกงสแลคเข้ารูปดูทะมัดทะแมง กำลังถือกระบอกใส่แบบแปลนขนาดใหญ่ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างถือกล่องเบเกอรี่สีพาสเทล ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์เปี่ยมความมั่นใจ แบบฉบับของกราฟิกดีไซเนอร์ติสต์แตกที่ชอบทำให้คนอื่นคาดเดาไม่ได้อยู่เสมอ
"ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาจับผิดแบบนั้นหรอกค่ะคุณสถาปนิก วันนี้ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง แต่เอา 'คำตอบ' มาส่งต่างหาก" ฟ้าใสวางกล่องเบเกอรี่ลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองแบบแปลน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "คำตอบอะไรของเธอคะ? งานโปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าโซนใหม่ เราเพิ่งตกลงดีเทลกันไปเมื่อมะليวนี้เองนะ"
"ดีเทลในกระดาษน่ะมันเรื่องของสมองค่ะคุณริน แต่สิ่งที่ฉันเอามาวันนี้... มันคือเรื่องของ 'หัวใจ'" ฟ้าใสอมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะหมุนกระบอกใส่แบบแปลนแล้วดึงกระดาษแผ่นใหญ่ออกมาคลี่แผ่ลงบนโต๊ะทำงาน
ทันทีที่เส้นสายและสีสันบนกระดาษปรากฏชัดเจนต่อสายตา ลมหายใจของรินรดาก็พลอยสะดุดกึก
มันไม่ใช่แค่แบบแปลนกราฟิกทั่วไป แต่มันคือการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างโครงสร้างสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่เน้นความเฉียบคมของเส้นสาย กับงานศิลปะภาพวาดสีน้ำและดิจิทัลอาร์ตที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ 'ธรรมชาติและความอบอุ่น' ได้อย่างน่าทึ่ง แสงเงaที่ตกกระทบผ่านระแนงไม้จำลองในแบบแปลน ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเฉดสีที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ในยามบ่าย ทว่ายังคงความหรูหราและใช้งานได้จริงในทางวิศวกรรม
นี่คือสิ่งที่รินรดาเคยพูดเปรยไว้เมื่อนานมาแล้ว—ในวันที่เธอกล่าวว่าอยากเห็นงานออกแบบที่ไม่ได้มีแค่ความแข็งกระด้างของปูนและเหล็ก แต่มี 'ชีวิตชีวา' และ 'ความอบอุ่น' เหมือนเซฟโซนที่แท้จริง
"นี่มัน..." รินรดาเผลออุทานออกมา เสียงแผ่วเบatจนแทบจะกลืนหายไปกับอากาศ เธอลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวแตะสัมผัสลงบนผิวกระดาษอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะสลายหายไปหากจับแรงเกินไป
"ชอบใช่ไหมล่ะคะ?" ฟ้าใสโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ จากตัวของอีกฝ่าย "ฉันนั่งแก้เจ้านี่ติดต่อกันสามวันสามคืนเต็มๆ เพื่อให้มันเข้ากับโครงสร้างบ้างานของเธอ โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของฉันไว้ได้... บอกแล้วไงคะ ว่าถ้าให้กลับไปทำงานแบบเดิมน่ะ มันน่าเบื่อตาย"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคนพูด แววตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและกำแพงหนาเตอะ บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความตื้นตันที่ปิดไม่มิด ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดกวนประสาทของฟ้าใส มันชัดเจนเสียจนเธอหาข้อแก้ตัวมารองรับความรู้สึกอัดแน่นในอกไม่ได้เลย
"เธอ... ทำไมถึงจำรายละเอียดพวกนี้ได้ล่ะคะ" เสียงของรินรดานุ่มนวลกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ความเกร็งขืนในตัวมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ
"เพราะคนที่ละเอียดลออจนน่าปวดหัวอย่างคุณรินน่ะ... เวลาตั้งใจพูดอะไรออกมา มันมักจะทิ้งร่องรอยไว้ในความทรงจำของคนฟังเสมอแหละค่ะ" ฟ้าใสขยับเข้ามาประชิดอีกนิด ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความรักที่เอ่อล้นจนแทบจะหยดออกมา "และที่สำคัญ... ฉันไม่อยากเห็นคุณรินต้องแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียวอีกแล้ว เซฟโซนที่ดีที่สุด มันไม่ควรเป็นแค่ตึกสวยๆ หรอกนะคะ แต่มันควรจะเป็นที่ที่เราได้เป็นตัวเอง... และได้อยู่กับคนที่เรารักต่างหาก"
คำว่า *'คนที่เรารัก'* ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศระหว่างคนทั้งคู่ ทิ้งแรงกระแทกเบาๆ ไว้ที่กลางหัวใจของสถาปนิกสาว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงให้เงียบงัน เหลือเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นโครมครามแข่งกับนาฬิกาบนผนัง
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้ม แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะทันที ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อินทีเรียร์หรือเจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'พศิน' หุ้นส่วนบริษัทคู่แข่งทางการค้า ก็ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาที่เคลือบด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"ขอโทษทีนะครับที่รบกวนเวลาหวานชื่น... แต่พอดีผมมีข่าววงในสำคัญเกี่ยวกับโปรเจกต์ห้างสรรพสินค้า ที่คุณรินรดากับคุณฟ้าใสอาจจะอยากฟังตอนนี้เลยล่ะครับ"
รินรดาชะงักค้าง สายตาคมตวัดมองผู้มาใหม่ทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่ฟ้าใสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี" เสมอมานะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 21
สารภาพด้วยการกระทำ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!