เอกสารแปลนโครงการรีโนเวทห้องพักสามสิบชุดถูกกวาดมากองรวมกันบนโต๊ะทำงานไม้สนตัวยาว จนส่งเสียงทึบหนักหน่วง รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดผ่านริมฝีปากสีพีชที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองความหายนะย่อมๆ ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แทบอยากจะกุมขมับให้รู้แล้วรู้รอด
"คุณฟ้าใสคะ... นี่คือแบบที่ฉันอุตส่าห์จัดหมวดหมู่ตามโซนการใช้งาน และเรียงลำดับความสำคัญตามไทม์ไลน์การก่อสร้างไว้อย่างดีเยี่ยมตั้งแต่เมื่อคืน แต่คุณกลับ..." รินรดาเว้นจังหวะ กลืนก้อนความหงุดหงิดลงคอพร้อมกับชี้ไปยังกองกระดาษที่ตอนนี้กระจัดกระจายราวกับผ่านสนามรบขนาดย่อม
"โอייה คุณสถาปนิกคนเก่งคะ อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายแบบนั้นสิคะ" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากโซฟาเบดมุมห้อง ฟ้าใสในชุดเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์ตัวโคร่งกำลังนั่งไขว่ห้าง มือเรียวถือแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราว ก่อนจะส่งยิ้มพรายแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวมาให้ "ฉันแค่หากระดาษสเกตช์รูปแมวที่วาดไว้ไม่เจอ ก็เลยรื้อหานิดหน่อยเองน่า"
"นิดหน่อย?" รินรดาทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความเหลืออด เธอก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ร่างระหงภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบแสดงถึงความเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ตรงกันข้ามกับเจ้าของห้องที่นั่งทำหน้าลอยชายราวกับไม่ได้ทำความผิดมหันต์อะไรเลย "นี่มันคือตารางงานของทั้งเดือนนะคะคุณฟ้าใส! ถ้าผู้รับเหมาเข้ามาดูแล้วเห็นแบบนี้ เขาคงคิดว่าเรากำลังเปิดสำนักพิมพ์การ์ตูนช่อง ไม่ใช่บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน!"
ฟ้าใสวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังเบาๆ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยประกายเจ้าเล่ห์ เจ้าตัวค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ช้าๆ ย่างสามขุมเข้ามาใกล้สถาปนิกสาวผู้เคร่งเครียด จนรินรดาเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกรั้นของอีกฝ่ายแทบจะชนกับสันจมูกของเธออยู่รำไรหากเธอไม่เอียงหน้าหลบเสียก่อน
"ก็เพราะว่าระเบียบจัดเกินไปนี่แหละค่ะ ชีวิตมันถึงได้ไร้สีสัน" ฟ้าใสโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงนุ่มชิดริมใบหู จนรินรดาต้องแกล้งทำเป็นเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความปั่นป่วนที่จู่ๆ ก็ตีรวนขึ้นมาในอก "ลองปล่อยให้มันยุ่งเหยิงดูบ้าง เผื่อคุณจะเจอไอเดียเจ๋งๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความรกพวกนั้นนะคะ สถาปนิกคนสวย"
"ฉันไม่ต้องการไอเดียจากความมักง่ายค่ะ สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คือ 'ระบบ' และ 'กฎเกณฑ์'" รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงน้ำเสียงจริงจังและอำนาจของหัวหน้าโปรเจกต์กลับคืนมา มือเรียวคว้าสมุดโน้ตปกหนังสีดำสนิทขึ้นมาถือไว้ "และตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดระเบียบชีวิตการทำงานให้คุณเองค่ะ ฟ้าใส เตรียมตัวรับมือกับ 'กฎเหล็กสี่ข้อ' ของฉันได้เลย"
ฟ้าใสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏชัดเจนขึ้นราวกับกำลังสนุกสนานกับการเห็นแมวเหมียวพยายามขู่ฟ่อ "โอ้โห ถึงกับมีกฎเหล็กเลยเหรอคะเนี่ย ไหนลองว่ามาซิ ฉันคนนี้แหละที่จะเป็นผู้ทำลายสถิติแหกกฎทุกข้อของคุณเอง"
รินรดาไม่ตอบคำถาม เธอเปิดสมุดโน้ตหน้าแรกที่จดบันทึกด้วยลายมือบรรจง อ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงกังวานชัดถ้อยชัดคำ
"ข้อแรก! ห้ามวางแก้วเครื่องดื่มหรืออาหารใดๆ ทับบนแบบแปลนสถาปัตยกรรมเด็ดขาด ถ้ามีคราบกาแฟหรือรอยหยดน้ำแม้แต่หยดเดียว คุณจะต้องเป็นคนเขียนแบบแผ่นนั้นใหม่ด้วยมือตัวเองทั้งหมด"
ฟ้าใสทำเสียงจิ๊ปากในลำคอ "โหดร้ายจังเลยนะคะ แค่กาแฟหกหยดเดียวถึงกับต้องวาดใหม่เลยเหรอ"
"ข้อสอง! อุปกรณ์วาดภาพและแท็บเล็ตทุกชิ้น จะต้องถูกเก็บเข้าที่เดิมในกล่องเก็บอุปกรณ์หลังเลิกงาน ห้ามทิ้งเรี่ยราดไว้บนโซฟาหรือพื้นห้องเด็ดขาด"
"อันนี้เริ่มละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วนะคะ โซฟามันเป็นเซฟโซนของฉันนะ" กราฟิกดีไซเนอร์สาวทำหน้ามุ่ย
"ข้อสาม! เวลาที่เราประชุมงานร่วมกัน คุณต้องเลิกเล่นโทรศัพท์มือถือหรือวาดรูปเล่นนอกประเด็น และต้องสบตาฉันเวลาที่ฉันกำลังอธิบายดีเทลสำคัญ"
เมื่อได้ยินข้อนี้ ฟ้าใสก็หุบยิ้มลงชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของรินรดา ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วอึดใจ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความขบขันเป็นความตึงเครียดที่เจือด้วยกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาด สายตาของฟ้าใสที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด จนรินรดาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อนด้วยหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ
"...และข้อสุดท้าย" รินรดาแกล้งกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "คุณต้องส่งไฟล์งานทั้งหมดให้ฉันตรวจสอบภายในเวลาสิบแปดนาฬิกานาฬิกาตรงของทุกวัน ห้ามเลทแม้แต่วินาทีเดียวค่ะ!"
ฟ้าใสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางยียวนกลับมาอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอีกครั้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มือเรียวเอื้อมไปดึงสมุดโน้ตในมือของสถาปนิกสาวมาถือไว้เสียเอง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากของคนตรงหน้า จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม
"รับทราบค่ะ ท่านผู้ตรวจการ... แต่ถ้าฉันทำตามกฎทั้งหมดนี่ครบทุกข้อ ฉันจะได้รางวัลอะไรเป็นสิ่งตอบแทนคะ?"
รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับความใกล้ชิดที่รุกล้ำเข้ามาอย่างไร้การป้องกัน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของฟ้าใสลอยเข้ามาแตะจมูก ยิ่งทำให้สมาธิที่สะสมมาทั้งวันพังทลายลงในพริบตา "รา... รางวัลอะไรไม่มีทั้งนั้นค่ะ มันคือหน้าที่ที่คุณต้องทำอยู่แล้วในฐานะพาร์ทเนอร์ต่างหาก ปล่อยนะ..."
ก่อนที่รินรดาจะได้ผละตัวหนีจากสถานการณ์ชวนใจเต้นนี้ เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยลูกบิดประตูที่ถูกหมุนเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
ร่างสูงโปรดของพศิน ในชุดสูทเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาดุจเหยี่ยวของเขาชำเลืองมองคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เชิงดูแคลน
"อุ๊ย ผมเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคุณสองคนหรือเปล่าครับเนี่ย..." พศินกวาดสายตามองกองแบบแปลนที่กระจัดกระจายด้วยแวบหนึ่งที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง "ดูท่าทางโปรเจกต์นี้คงจะไปได้สวยนะสิครับ ถึงขนาดต้องมานั่งคลอเคลียกันเคลียร์งานแบบนี้... หวังว่าผลงานที่ออกมาจะดีเหมือนกับปากที่คุยไว้นะครับ คุณรินรดา"
ฟ้าใสถอยหลังห่างจากรินรดาหนึ่งก้าว สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความเย็นชาและดุดันทันทีที่เห็นหน้าคู่ปรับตัวฉกาจ มือเรียวกำหมัดแน่นโดยอัตโนมัติ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เย็นชา และไร้ช่องโหว่ที่สุด ก่อนจะก้าวออกไปยืนบังหน้าโต๊ะทำงานราวกับจะปกป้องผลงานของตัวเองจากสายตาคุกคามนั้น
"ถ้าคุณพศินมาเพื่อดูความคืบหน้าของงาน เกรงว่าคุณคงจะเสียเที่ยวแล้วล่ะค่ะ เพราะห้องนี้ต้อนรับเฉพาะคนที่มีนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น" รินรดาลอยหน้าตอบ เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีด "และที่สำคัญ... งานของเราจะออกมาสมบูรณ์แบบแน่นอนค่ะ ดีกว่างานลอกเลียนแบบของบางบริษัทที่จ้องจะขโมยไอเดียชาวบ้านเสียอีก"
พศินหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อโดนตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบ รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าเลือนหาย เหลือเพียงแววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับ..." พศินยิ้มเหี้ยม ก้าวเข้าไปใกล้ประตูก่อนจะหันกลับมามองทั้งคู่ด้วยสายตาอาฆาต "แล้วคุณจะรู้ว่านรกบนดินของจริง มันหน้าตาเป็นยังไง!"
*ปัง!*
เสียงประตูกระแทกปิดลงอย่างแรงตามแรงอารมณ์ของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รินรดายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม หัวใจยังคงเต้นรัวด้วยความโกรธปนความเครียดที่พศินจตั้งใจเข้ามาปأسวนประสาท
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้หันไปพูดอะไรกับฟ้าใส มืออุ่นจัดของกราฟิกดีไซเนอร์สาวก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ แรงดึงเพียงนิดเดียวนั้นทำให้รินรดาต้องหันกลับไปสบตาเข้ากับนัยน์ตาคู่สวยที่ตอนนี้ไม่มีร่องรอยของความเล่นสนุกหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยและความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนคนมองถึงกับเผลอกลั้นหายใจ
"เมื่อกี้..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ แผ่วเบาราวกับกระซิบแต่ชัดเจนในความเงียบ "ที่คุณรินรดาบอกว่า... จะทำหน้าที่จัดระเบียบชีวิตให้ฉันเนี่ย... พูดจริงหรือเปล่าคะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความวุ่นวายนี้ในตอนนี้นะคะ! — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของความไร้ระเบียบ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!