เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 2

สงครามบนจอโปรเจกต์เตอร์

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากโปรเจกต์เตอร์สะท้อนกระทบกรอบแว่นสายตาของรินรดาจนประกายวาววับ ราวกับคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคำวิจารณ์ให้ขาดวิ่นเป็นจุล นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะประชุมไม้มะค่าแผ่นใหญ่เป็นจังหวะกระชั้นชิด บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ขณะที่ร่างโปร่งของฟ้าใส—กราฟิกดีไซเนอร์สาวมาPแนวติสต์แตกในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีเขียวมรกต—กำลังทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หมุนอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับหมุนปากกาในมือเล่นราวกับเรื่องตรงหน้าเป็นเพียงละครสัตว์ยามดึก "ถ้าคอนเซปต์ที่คุณรินรดาพูดเมื่อครู่คือ 'ความสมบูรณ์แบบที่ไร้ที่ติ' ฉันก็คงต้องบอกตามตรงนะคะว่า มันช่าง... น่าเบื่อและไร้จิตวิญญาณสิ้นดีค่ะ" น้ำเสียงเนิบนาบแต่เชือดเฉือนของฟ้าใสลอยละลิ่วกลางห้องประชุมที่เงียบสงบ รินรดาถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เธอวางแท่งเลเซอร์พอยเตอร์ลงบนโต๊ะเสียงดัง *‘กริ๊ก’* จนอีกฝ่ายชะงัก "ไร้จิตวิญญาณอย่างนั้นหรือคะ คุณฟ้าใส? แต่สิ่งที่ฉันออกแบบและคำนวณมาอย่างดี มันคือความปลอดภัย ความยั่งยืน และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ลูกค้าระดับพรีเมียม ไม่ใช่แค่ภาพวาดสีน้ำมันเพ้อเจ้อที่คุณเอาแต่ใจจะใส่ลงไปในพรีเซนเทชันนี้!" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน "งานสถาปัตยกรรมไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะคะ งานนี้เดิมพันด้วยชื่อเสียงของบริษัทเรา และถ้าพศินจากบริษัทคู่แข่งรู้เข้า เขาคงหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแน่ ที่เราเถียงกันเรื่องไร้สาระแบบนี้" ฟ้าใสแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมปลาวาฬไหวระริกด้วยประกายความท้าทาย เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับสถาปนิกสาวจอมเนี้ยบเช่นกัน ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นขึ้นมาทันตาเห็น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ความกว้างของโต๊ะประชุมตัวยาว "คุณพศินจะหัวเราะหรือเปล่าฉันไม่รู้หรอกค่ะ... แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้คนที่กำลังหัวเสียจนหูแดงแจ๋ ก็คือคุณต่างหากล่ะคะ คุณสถาปนิกคนเก่ง" ฟ้าใสลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วโมโห ก่อนจะก้าวเท้าอ้อมโต๊ะเข้ามาประชิดโดยไม่มีทีท่าเกรงกลัว "คุณเอาแต่ท่องจำตำรา ยึดติดกับเส้นกริดและตัวเลข จนลืมไปว่ามนุษย์เราไม่ได้อาศัยอยู่ในกล่องคอนกรีตไร้ความรู้สึกนะคะ พื้นที่สีเขียวที่ฉันเสนอ... แสงธรรมชาติที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างโค้ง... มันคือหัวใจที่จะทำให้โปรเจกต์นี้มีชีวิต! หรือว่า... คุณกลัวคะ?" "ฉันเนี่ยนะกลัว?" รินรดาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าสวยเฉียบเชิดขึ้นด้วยความถือดี แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวผิดจังหวะเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลาเจือกลิ่นสตรอว์เบอร์รีจางๆ ที่ลอยมาจากตัวของฟ้าใส "ฉันไม่มีทางกลัวไอדתไอเดียฟุ้งซ่านไม่มีรากฐานของคุณหรอกค่ะ ถ้างั้นเรามาลองพิสูจน์กันไหมล่ะคะ บนจอโปรเจกต์เตอร์นี้ ใครที่นำเสนอแผนงานแล้วคะแนนโหวตจากทีมบริหารพรุ่งนี้ต่ำกว่า คนนั้นต้องเป็นคนเลี้ยงกาแฟพรีเมียมทั้งแผนกติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็ม!" "ข้อเสนอน่าสนใจดีนี่คะ..." ฟ้าใสโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนชิด กลิ่นลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของคนตัวเล็กกว่าอย่างจงใจ รอยยิ้มเจ้าเลيشปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย "แต่ถ้าฉันชนะ... ฉันไม่ได้อยากกินแค่กาแฟหรอกนะคะ" "แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะคะ?" รินรดาเผลอหลุดปากถามด้วยความระแวง ทว่าดวงตากลับไม่ยอมหลบสายตาที่พราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้า "อยากได้... คำขอโทษจากปากคุณ ว่างานของฉัน 'มีจิตวิญญาณ' มากกว่ากล่องสี่เหลี่ยมของคุณยังไงล่ะคะ" ฟ้าใสกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนใจสั่นทำเอารินรดาถึงกับชะงักค้าง สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างแม่นยำกลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนจากสนามรบเดือดดาลกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าประหลาด ทั้งสองยืนประจันหน้ากันภายใต้แสงไฟสลัวจากจอโปรเจกต์เตอร์ที่ฉายภาพแปลนอาคารสีฟ้าครามทาบทับลงบนไหล่ของทั้งคู่ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อตระหนักว่าระยะห่างระหว่างเธอกับฟ้าใสนั้นใกล้เกินไป ใกล้จนเห็นแพขนตางอนงามและเงาจางๆ ของความเอาจริงเอาจังในดวงตาส่อประกายคลั่งรักที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีทะ้นทะย "ตกลงตามนี้ค่ะ..." รินรดาพยายามดึงสติแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ามือที่ประสานกันไว้ข้างลำตัวจะชื้นเหงื่อเล็กน้อย "พรุ่งนี้เช้า... เราจะได้รู้กันว่าใครจะต้องเป็นคนยอมจำนน" ฟ้าใสไม่ตอบคำทำนาย เพียงแต่ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ดวงตากลมโตสำรวจใบหน้าเรียบตึงที่พยายามซ่อนความเขินอายไว้อย่างรู้ทัน ทว่าก่อนที่สงครามฝีปากบนจอโปรเจกต์เตอร์จะดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย รินรดาถอยหลังออกห่างหนึ่งก้าวเพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ขณะที่ฟ้าใสถอนหายใจยาวด้วยความขัดใจที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของ **พศิน** หุ้นส่วนหนุ่มหล่อจากบริษัทคู่แข่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ในมือถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิท สายตากราดมองทั้งสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ชิดกันเกินความจำเป็นด้วยแววตาสمเพชแกมสนุกสนาน "ขอโทษที่ขัดจังหวะสุนทรียภาพในการทะเลาะกันของพวกคุณนะครับ..." พศินกวาดสายตามองจอโปรเจกต์เตอร์ที่มีร่องรอยการถกเถียงทิ้งไว้ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "แต่ดูเหมือนว่า... ข้อมูลลับสุดยอดของโปรเจกต์นี้ จะไม่ได้อยู่แค่บนจอโปรเจกต์เตอร์ในห้องนี้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ" รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นเอกสารในมือของชายหนุ่ม... มันคือแปลนโครงสร้างหลักที่เธอเพิ่งอัปเดตลงระบบคลาวด์เมื่อหนาวนี้เอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%