"ถ้าคุณรินรดาแก้แบบตรงนี้ตามใจชอบอีกแค่เซนติเมตรเดียว อาคารหลังนี้ได้กลายเป็นงานประติมากรรมโมเดิร์นคลาสสิกที่พร้อมจะถล่มลงมาทับหัวคนงานก่อนส่งมอบแน่ค่ะ"
น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่แต่จริงจังจนน่าหมั่นไส้ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของฟ้าใสที่ก้าวเข้ามาประชิดแผ่นหลังของรินรดา สถาปนิกสาวผู้กำลังขมวดคิ้วมุ่นอยู่หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะสนามชั่วคราวกลางไซต์งานก่อสร้าง ฝุ่นปูนและกลิ่นสีใหม่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ไม่มีอะไรน่าปวดหัวเท่ากับปัญหาโครงสร้างเฉพาะหน้าที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองค้อนเจ้าของคำพูดทันที มือเรียวสวยที่ถือม้วนแบบแปลนอยู่ถึงกับกำแน่นด้วยความหงุดหงิด
"นี่ฟ้าใส ถ้าไม่มีอะไรสร้างสรรค์จะพูด กรุณาเอาปากไปอมตะปูแถวนี้เล่นก่อนดีไหมคะ? นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้น แบบแปลนนี้ฉันคำนวณมาอย่างดีตามหลักวิศวกรรมทุกกระเบียดนิ้ว ไม่มีทางที่เสาหลักต้นนี้จะรับน้ำหนักส่วนเกินไม่ได้หรอกค่ะ"
"อ๋อเหรอคะ สถาปนิกคนเก่งผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ..." ฟ้าใสโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มคลอเคลียข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นอายความลุยของไซต์งานตีรวนอยู่ในจมูกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "แต่ความจริงตรงหน้าคือ เหล็กเสริมคอนกรีตตรงมุมตึกมันร้าวค่ะคุณรินรดา รอยร้าวแนวเฉียงที่ฟ้องชัดเจนว่าฐานรากกำลังขยับตัว... และถ้าคุณยังดื้อดึงจะวางผนังกระจกบานใหญ่ยักษ์ตามดีไซน์มินิมอลจอมปลอมของคุณละก็ เตรียมตัวเห็นตึกนี้ทรุดก่อนเปิดตัวได้เลยนะคะ"
คำพูดของฟ้าใสไม่ใช่เรื่องล้อเล่น รินรดารู้ดีแก่ใจเพราะภาพหน้างานจริงกับตัวเลขในกระดาษกำลังขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ความเครียดพุ่งพล่านขึ้นมาจุกอก ดวงตากลมโตฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่ความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยคือสิ่งที่เธอถือ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบตัดเฉือนได้ พศิน หุ้นส่วนจากบริษัทคู่แข่งตัวฉกาจก็ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในเขตก่อสร้างด้วยท่าทางมาดมั่น รอยยิ้มเยาะหยันฉาบอยู่บนใบหน้าคมคายราวกับจงใจมาซ้ำเติม
"อุ๊ย ดูท่าทางโปรเจกต์เรือธงของบริษัทคุณรินรดาจะเจอ 'รอยร้าว' เข้าให้แล้วสินะครับ แบบนี้ถ้าส่งมอบไม่ทันกำหนด ค่าปรับมหาศาลคงทำให้สถาปนิกคนสวยต้องนั่งกุมขมبارไปอีกนาน หรือจะยอมยกโปรเจกต์นี้ให้ทางเราเข้าไปดูแลแทนดีล่ะครับ ผมยินดีสงเคราะห์นะ"
พศินจงใจเน้นเสียงคำว่า "ครับ" เพื่อกวนประสาท แต่สรรพนามชายหนุ่มถูกเพิกเฉยโดยสิ้นเชิงเมื่อฟ้าใสขยับตัวเข้ามาขวางหน้าพศินไว้ทันที ร่างบางแผ่รังสีความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาเรียวรีจ้องมองคู่แข่งตัวแสบด้วยแววตาดุดัน
"เชิญคุณพศินเอาเวลาว่างไปเช็คสมองของตัวเองก่อนจะมายุ่งเรื่องของคนอื่นนะคะ ไซต์นี้ยังอยู่ในความรับผิดชอบของเรา และต่อให้มีรอยร้าวหรือปัญหาใหญ่แค่ไหน ทางเราก็แก้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนหน้าตัวเมียที่จ้องแต่จะเลื่อยขาเก้าอี้ชาวบ้านหรอกค่ะ!"
วาจาเฉียบคมของฟ้าใสทำเอาพศินหน้าชาไปชั่วขณะ แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ รินรดาก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา มือเรียวคว้าแขนของฟ้าใสเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้เสียเวลากับคนไร้สาระ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับปัญหาเฉพาะหน้าด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
"ขอบใจสำหรับความหวังดีประสงค์ร้ายของคุณพศินนะคะ แต่สถาปนิกอย่างฉันไม่เคยหนีปัญหาค่ะ ฟ้าใส... หยิบกล้องเลเซอร์วัดระยะกับประแจวัดรอยร้าวมาให้ฉัน เราจะรื้อแบบแปลนตรงจุดนี้ใหม่เดี๋ยวนี้ ร่วมมือกันแก้ปัญหาให้มันจบๆ ไปซะทีค่ะ"
ฟ้าใสชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาดของคนตรงข้าม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู ภายใต้ความเนี้ยบและดื้อรั้น รินรดากลับมีความมุ่งมั่นที่น่าหลงใหลจนยากจะละสายตา
"รับทราบค่ะท่านสถาปนิกผู้ทรงเกียรติ... ว่าแต่ถ้าเราแก้ปัญหานี้สำเร็จ คืนนี้คุณต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงชาเขียวปั่นร้านโปรดของฉันนะคะ ถือเป็นค่าจ้างที่ฉันยอมมาช่วยกู้หน้าให้คุณ"
"เพ้อเจ้ออะไรตอนนี้คะ ทำงานก่อนเถอะค่ะ!" รินรดาแหวใส่เบาๆ ใบเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัวว่าเป็นเพราะความร้อนของไซต์งานหรือเพราะคำหยอกล้อแพรวพราวกันแน่
ทั้งสองคนก้มหน้าก้มตาลงมือตรวจสอบโครงสร้างร่วมกันอย่างขันแข็ง ความขัดแย้งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร่วมมืออันรู้ใจ มือของฟ้าใสที่ยื่นเครื่องมือมาให้สัมผัสโดนปลายนิ้วของรินรดาโดยบังเอิญ ความอุ่นซ่านแลابผ่านผิวเนื้อจนใจกระตุกวูบ รินรดาชักมือกลับแทบไม่ทัน ขณะที่ฟ้าใสเพียงแค่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้โดยไม่พูดอะไร
เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมงจนแสงแดดยามบ่ายเริ่มคล้อยต่ำ รอยร้าวถูกวัดขนาดและวิเคราะห์ทิศทางการทรุดตัวจนได้ข้อสรุป รินรดากางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราว ดินสอในมือจรดเส้นสายใหม่อย่างคล่องแคล่วเพื่อเสริมคานรับน้ำหนักพิเศษโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างทั้งหมด
"เห็นไหมคะ บอกแล้วว่าฉันเอาอยู่" รินรดาพึมพำกับตัวเองด้วยความโล่งอก พลางเงยหน้าขึ้นเพื่อจะบอกแผนงานให้ฟ้าใสฟัง
ทว่า... ใบหน้าของฟ้าใสกลับอยู่ใกล้เกินกว่าที่คาดคิด ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ดวงตากลมโตสีเข้มจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของรินรดา นิ่งสนิทและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งจนคนถูกมองถึงกับพูดไม่ออก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องแบบแปลนสถาปัตยกรรมอย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงเสียดื้อๆ
"เก่งมากค่ะคนเก่ง..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดริมฝีปากของฟ้าใส น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางกวนประสาทตลอดเวลา "แต่ดูเหมือนว่า... ตอนนี้ไม่ได้มีแค่รอยร้าวในแบบแปลนซะแล้วล่ะค่ะที่น่าเป็นห่วง..."
รินรดากะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรำระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของฟ้าใสเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครถึงกับแข็งค้าง ขยับตัวไปไหนไม่ได้ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจเต้นโครมครามจนแทบหลุดออกมานอกอก เสียงปรบมือดังป้าบจากทางเข้าไซต์งานก็ทำลายทุกอย่างลงในเสี้ยววินาที
"โอ้โห สวีทกันกลางกองก่อสร้างแบบนี้ น่าประทับใจจริงๆ นะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำที่ไม่ได้รับเชิญดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอเต็มๆ ตา รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ฟ้าใสหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อเห็นชัดเจนว่าใครคือผู้มาเยือนขัดจังหวะสำคัญในครั้งนี้!
— สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 5
รอยร้าวในแบบแปลน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!