“คุณจะขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกนิดไม่ได้หรือไง รินรดา? หรือกลัวว่าสีสเปรย์ราคาถูกพวกนี้จะทำให้ชุดดีไซเนอร์ของคุณแปดเปื้อนจนหมดราคากันคะ?”
น้ำเสียงกวนประสาทของฟ้าใสลอยมากระทบหู ท่ามกลางเสียงพ่นสเปรย์ฟู่ซ่าที่สม่ำเสมอ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังบานประตูห้องเก็บของเก่าท้ายสตูดิโอ เธอตั้งใจจะมาตามอีกฝ่ายไปตรวจแบบโปรเจกต์มิวเซียมที่ค้างคา แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาต้องชะงักงัน
ภาพตรงหน้าไม่ใช่กองขยะหรืออุปกรณ์กราฟิกที่ยุ่งเหยิงอย่างที่เธอคิด แต่มันคือผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่ถูกวางพิงกับผนังห้องที่เต็มไปด้วยคราบสี ฟ้าใสในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งเปื้อนสีอะคริลิกกำลังตวัดมืออย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าของเธอดูอ่อนช้อยและทรงพลังอย่างประหลาด ไม่เหลือเค้าของกราฟิกดีไซเนอร์จอมกวนคนเดิมที่ชอบเอ่ยปากแซะเธอทุกเช้าค่ำ
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคอ ความเนี้ยบในหัวที่มักจะสั่งให้เธอจัดระเบียบทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางกลับถูกสั่นคลอนด้วยองค์ประกอบศิลป์ที่อยู่ตรงหน้า สีสเปรย์ที่ฟ้าใสใช้ถูกไล่เฉดอย่างวิจิตรบรรจง ผสมผสานกับลายเส้นพู่กันที่ดูดิบเถื่อนแต่กลับลงตัวจนน่าประหลาดใจ
“ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่เห็นต้องยืนทำหน้าเหมือนเห็นผีเลยค่ะคุณสถาปนิก”
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อคนตรงหน้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากงานของตัวเอง ฟ้าใสมีรอยเปื้อนสีสีครามแต้มอยู่ที่ปลายจมูก ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายเหมือนทุกครั้ง แต่ในนั้นมีประกายบางอย่างที่รินรดาไม่เคยอ่านออกมาก่อน
“ฉันไม่ได้พิศวาสความรกรุงรังนี่หรอกนะ แค่...แค่สงสัยว่าทำไมคนที่มีงานล้นมือถึงเอาเวลามาเสียกับอะไรแบบนี้” รินรดาพยายามดึงมาดนิ่งขรึมกลับมา แม้ใจจะเต้นผิดจังหวะเพราะแววตาที่จ้องมองมานั้นราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงความคิดของเธอ
ฟ้าใสหัวเราะในลำคอ เธอวางกระป๋องสเปรย์ลง ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ระยะห่างที่ลดลงทำให้รินรดาได้กลิ่นหอมจางๆ ของสีผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ซึ่งมันช่างย้อนแย้งกับบุคลิกห้าวๆ ของอีกฝ่ายเสียจริง
“งานอดิเรกที่ไม่มีใครเห็น... บางทีมันก็เป็นเซฟโซนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนบางคนนะคะ” ฟ้าใสลดเสียงลง สายตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า “เหมือนกับที่คุณชอบสวมเกราะความสมบูรณ์แบบไว้ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าถ้าใครเห็นความผิดพลาดเพียงนิดเดียว เขาจะเลิกชื่นชมคุณใช่ไหมคะ?”
รินรดานิ่งงัน คำพูดนั้นเหมือนลูกดอกที่ปักเข้ากลางใจ เธอเม้มปากแน่น พยายามจะเถียงกลับแต่กลับไร้เสียง “คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินฉัน ฟ้าใส”
“งั้นลองมาสัมผัสดูไหมล่ะคะ?”
ฟ้าใสคว้าข้อมือของรินรดาแล้วดึงเข้าไปใกล้ผืนผ้าใบนั้น รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างเมื่อปลายนิ้วของเธอสัมผัสถูกพื้นผิวที่ขรุขระของสีที่เพิ่งแห้งหมาด ความอบอุ่นจากฝ่ามือของฟ้าใสที่ยังคงกุมข้อมือเธออยู่ส่งกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นผ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องรีบชักมือออก
“อย่าทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้สิ!”
“รุ่มร่าม? ฉันแค่อยากแบ่งปันความลับ... หรือคุณกลัวความลับของฉันจะทำให้คุณเริ่มรู้สึก ‘ชอบ’ ฉันขึ้นมาจริงๆ?”
บรรยากาศในห้องแคบๆ เริ่มหนักอึ้งและร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที ฟ้าใสขยับเข้ามาจนแผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับชั้นวางของ เธอถูกต้อนเข้ามุมโดยสมบูรณ์ สายตาของฟ้าใสที่มองมานั้นลึกซึ้งและจริงจังจนน่าใจหาย ความซึนเดเระที่เคยเห็นหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่ชัดเจนจนรินรดาแทบจะหยุดหายใจ
“คุณมันบ้า ฟ้าใส...” รินรดากระซิบ สองมือพยายามจะดันไหล่อีกฝ่ายออก แต่กลับถูกฟ้าใสคว้าเอาไว้แล้วรวบตึงไปไว้เหนือหัว
ใบหน้าของฟ้าใสโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ข้างแก้ม รินรดาหลับตาลงแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบงันในห้องมีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากหน้าประตูสตูดิโอ
“ริน! ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน เปิดประตูให้ผมหน่อย!”
น้ำเสียงที่คุ้นเคยของพศินทำเอาทั้งคู่ชะงัก รินรดาลืมตาขึ้นและสบตากับฟ้าใสที่หุบยิ้มกวนๆ ลงทันที แววตาของฟ้าใสในตอนนี้เปลี่ยนเป็นความดุดันและหวงแหนอย่างเปิดเผย
“ดูเหมือนศัตรูหัวใจจะมาผิดเวลาไปหน่อยนะคะ” ฟ้าใสกระซิบชิดใบหู ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รินรดายืนตัวสั่นด้วยความโกรธปนความตื่นเต้นที่ยังค้างคา เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะก้าวไปยังประตู ทว่าก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปถึงลูกบิด ฟ้าใสก็คว้าต้นแขนเธอไว้แล้วดึงกลับมาประกบจูบที่ข้างขมับเบาๆ จนรินรดาเซไปปะทะอกแกร่ง
“อย่าลืมนะคะ... เรื่องของเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
ฟ้าใสเดินไปเปิดประตูสตูดิโอทิ้งไว้ให้พศินเห็นภาพความใกล้ชิดที่ยังหลงเหลือกลิ่นอายความลับเอาไว้ รินรดามองดูพศินที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และมองเลยไปที่งานศิลปะบนผืนผ้าใบที่เพิ่งถูกเปิดเผย... นี่ไม่ใช่แค่ความลับเรื่องงานอดิเรก แต่มันคือปมที่กำลังจะผูกชีวิตของเธอและฟ้าใสเข้าด้วยกันอย่างไม่มีวันแยกออก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับรินรดาและฟ้าใสนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 6
ความลับใต้สีสเปรย์
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!