เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 10

คำกวนที่แฝงความห่วงใย

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
กระดาษรายงานบนโต๊ะทำงานยับยู่ยี่จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม น้ำเสียงร้อนรนของลูกน้องในสายเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าสิ่งเดียวที่ดังก้องยิ่งกว่ากลับเป็นเสียงเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน บอร์ดบริหารหลักประกาศยกเลิกการพรีเซนต์รอบพิเศษกะทันหัน... นั่นหมายความว่าความเหนยากลำบากตลอดสามเดือนที่ผ่านมา งานออกแบบทุกเส้นที่เธอทุ่มเททั้งหยาดเหงื่อและลมหายใจกำลังจะกลายเป็นอากาศธาตุ เพียงเพราะเกมการเมืองสกปรกของพศินที่เข้ามาแทรกแซงเบื้องหลัง "คุณรินรดาคะ... ไหวไหมเนี่ย หน้าซีดเป็นกระดาษไขแล้วนะ" เสียงห้าวติดกวนประสาทยืนหยัดอยู่ตรงขอบประตูห้องทำงาน พร้อมกับถาดกระดาษใส่แก้วกาแฟร้อนและ... ซองยาพาราเซตามอล ฟ้าใสปรายตามองสภาพหญิงสาวผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมระดับท็อปของบริษัทด้วยแววตาที่ฉายความกังวลลึกซึ้ง แม้ริมฝีปากจะยังคงเคลือบด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ตามนิสัย รินรดาเงยหน้าขึ้น ช้อนนัยน์ตาคู่สวยที่แดงก่ำจากการฝืนกลั้นความรู้สึกขึ้นมอง กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "ฉันไม่เป็นไร... งานพรุ่งนี้เราต้องหาทางแก้ไข คุณช่วยออกไปก่อนเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว" "คนเดียวพะยะค่ะ? อ้อ ไม่ได้สิ... ฉันใช้คำว่าคะสินะ" ฟ้าใสหัวנסในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาใกล้โดยไม่สนท่าทีผลักไส มือเรียวบางวางถาดกาแฟลงบนกองแบบแปลน ก่อนจะยื่นมืออุ่นจัดมาแตะเข้าที่หน้าผากมนของคนดื้อรั้นโดยพลการ "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ยังจะปากแข็ง งานน่ะมันไม่หนีไปไหนหรอค่ะคุณสถาปนิกจอมเนี้ยบ แต่ถ้าคุณช็อกคาโต๊ะไปตอนนี้ ฉันต่างหากล่ะที่จะซวยต้องแบกคุณไปโรงพยาบาล" "ฟ้าใส... ฉันบอกว่า..." รินรดาพยายามจะปัดมืออีกฝ่ายออก แต่ความวิงเวียนที่ตีต้อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วทำให้โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ร่างเพรียวบางเซถลาเกือบจะล้มพับลงไปกับพื้น หากไม่มีอ้อมแขนแข็งแรงของกราฟิกดีไซเนอร์สาวเข้ามาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันท่วงที กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ ที่คุ้นเคยลอยแตะจมูก รินรดาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวฟ้าใสช่างสวนทางกับท่าทางกวนบาทาโดยสิ้นเชิง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและแบกรับความคาดหวังของคนทั้งตระกูลไว้บนบ่า คล้ายจะหลอมละลายลงตรงซอกคอฟคนตรงหน้าอย่างง่ายดาย "เห็นไหมล่ะ เก่งนักนะเรื่องงาน แต่เรื่องดูแลตัวเองติดลบยิ่งกว่าเด็กอนุบาล" ฟ้าใสถอนหายใจยาวด้วยความระอา แต่กระนั้นอ้อมแขนที่โอบกอดประคองร่างอีกฝ่ายไว้กลับกระชับแน่นขึ้น หล่อนช้อนตัวรินรดาขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของหญิงสาว "นี่! ปล่อยฉันนะ ฉันเดินเองได้..." รินรดาประท้วงเสียงแผ่วเบา เรียวหน้าหวานแดงก่ำไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่มากจนเกินขอบเขตหัวใจ "เงียบไปเลยค่ะคุณหญิง ถ้าไม่อยากให้ฉันจับคุณโยนลงโซฟาตัวนั้นแรงๆ" ฟ้าใสปรายตามองโซฟายาวกลางห้องทำงาน ก่อนจะพาคนป่วยจำยอมไปวางลงอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าตุ๊กตาแก้วราคาแพงจะแตกสลาย บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ฟ้าใสเดินหายเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ ประจำสำนักงาน ก่อนจะกลับออกมาพร้อมแก้วน้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็ก หล่อนนั่งลงคุกเข่าข้างโซฟาอย่างเบามือ บรรจงเช็ดตามกรอบหน้าและลำคอของรินรดาด้วยความทะนุถนอมที่เจ้าตัวไม่เคยแสดงออกมาก่อน "ทำไม... ถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยล่ะ" รินรดาเอ่ยถามเสียงสั่นพร่า นัยน์ตาคู่คมมองสำรวจใบหน้าของคนที่กำลังตั้งใจดูแลเธอ "เราเป็นแค่... หุ้นส่วนงานไม่ใช่เหรอ" ฟ้าใสชะงักมือที่กำลังเช็ดหน้าให้อีกฝ่ายเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบตากفاนิ่ง ริมฝีปากที่ชอบพ่นคำพูดกวนประสาทเม้มเข้าหากันครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายออกเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงความจริงจังเกินกว่าทุกที "ก็เพราะไม่ใช่แค่หุ้นส่วนน่ะสิคะ... คุณถึงได้ซุ่มซ่ามทำตัวน่าเป็นห่วงอยู่เรื่อย" ฟ้าใสวางผ้าลงบนโต๊ะข้างเตียงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดรดรดรดแก้วใส "จำไว้เลยนะรินรดา ต่อให้บอร์ดบริหารจะยกเลิกโปรเจกต์บ้าบอนั่น หรือพศินจะเล่นตุกติกอะไรลับหลัง... ฉันนี่แหละที่จะยืนอยู่ข้างคุณเอง ไม่ต้องแบกรับไว้คนเดียวเข้าใจไหมคะ" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนรินรดารู้สึกเหมือนขอบตาร้อนผ่าว เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอบคุณออกมา แต่จังหวะนั้นเอง... *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รออนุญาต ร่างสูงโปรดของพศินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนา "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ไม่คิดว่าสถาปนิกคนเก่งจะกำลังนอนป่วยให้เด็กฝึกงาน... อ้อ กราฟิกดีไซเนอร์ดูแลอยู่ใกล้ชิดขนาดนี้" พศินหยุดยืนที่กลางห้อง สายตากวาดมองท่าทางแนบชิดของทั้งคู่ด้วยแววตาสمเพชแกมเยาะเย้ย "พอดีผมเอาข่าวดีมาฝาก... หรือจะเรียกว่าข่าวร้ายสำหรับพวกคุณดีล่ะ?" ฟ้าใสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของรินรดาเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ **[CLIFFHANGER HOOK]:** พศินชูซองเอกสารในมือขึ้นสูง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏชัดบนใบหน้า "บอร์ดเพิ่งเซ็นอนุมัติให้บริษัทของผมรับช่วงโปรเจกต์นี้แทนแบบเบ็ดเสร็จ... และพวกคุณสองคน ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าเข้าห้องประชุมพรุ่งนี้เช้าแล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของยัยสถาปนิกกับยัยกราฟิกตัวแสบนะคะ! ห้ามพลาดตอนที่ 11 เด็ดขาดค่ะเพราะความบันเทิงกำลังจะทวีคูณขึ้นอีกสิบเท่าเลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%