เสียงฝีเท้าคู่โตรangดังก้องสะท้อนไปตามทางเดินหินอ่อนของตึกที่เงียบสงัด มันไม่ใช่เสียงของการย่องเบา แต่เป็นจังหวะก้าวที่มั่นคง เต็มไปด้วยอำนาจ และไร้ความลังเล—ราวกับเจ้าของร่างนั้นรู้ดีว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นอาณาจักรของเขา และไม่มีใครมีสิทธิ์ย่างกรายเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวรากลองศึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวที่ยังคงวางอยู่บนแป้นพิมพ์ค้างนิ่ง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องบอกให้เธอซ่อนตัว แต่แสงไฟนีออนสีนวลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์กลับสาดส่องใบหน้าของเธอให้เด่นชัดเกินกว่าจะหลบซ่อนได้ทัน
กวินท์ขยับตัวอย่างรวดเร็วอย่างที่เธอคาดไม่ถึง ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้ความตื่นตูมครอบงำ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ พร้อมออกแรงดึงเบาๆ ให้เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้หมุน ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปกดปิดสวิตช์หน้าจอหลักด้วยความเร็วแสง ความมืดมิดจึงโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทันที เหลือเพียงแสงเรืองรองจางๆ จากจอเซิร์ฟเวอร์สำรองที่มุมห้อง
"เงียบ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นที่ปัดผ่านแก้วเนียนทำให้ขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกาแฟเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศ สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้รินรดาลืมความกลัวไปชั่วขณะ
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูห้องทำงาน เสียงกุญแจกระทบกันเบาๆ ตามด้วยเสียงโลหะเสียบเข้ากับแม่กุญแจ รินรดากำชายเสื้อเชิ้ตของกวินท์แน่นโดยสัญชาตญาณ เรียวปากเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ในขณะที่กวินท์ยังคงยืนนิ่งสงบ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองไปยังบานประตูไม้เนื้อแข็งอย่างรอจังหวะ ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวสูงสุด
*คลิก...*
เสียงกลอนประตูกดปลดล็อกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
ทว่า ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออก เสียงโทรศัพท์มือถือภายในกระเป๋าเสื้อสูทของกวินท์ก็สั่นครืนขึ้นพร้อมเสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ ชายหนุ่มเหลือบมองหน้าจอขนาดเล็กที่สว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยียบเย็นอย่างไร้ความกลัว เขาสบตากับรินรดากลางความมืด แววตาคู่นั้นสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่คำพูดใดจะอธิบาย—มันคือความท้าทาย และบางสิ่งที่ปกป้องเธออย่างเงียบงัน
"ทางหนีไฟด้านหลัง... ไปซะ รินรดา" เขาเอ่ยสั่งเสียงต่ำ แต่หนักแน่น เด็ดขาด และไม่อนุญาตให้โต้แย้ง
"แล้วคุณล่ะ..." เธอกระซิบถาม เสียงสั่นพร่าด้วยความเป็นห่วงที่เธอเองก็ไม่เข้าใจที่มา
"ผมมีบัญชีที่ต้องสะพัดกับแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้" กวินท์ผละตัวออกจากเธออย่างนกอินทรีย์ที่เตรียมขย้ำเหยื่อ เขาผลักเธอบาดผ่านช่องแคบระหว่างชั้นหนังสือไปสู่ระเบียงเชื่อมต่อด้านหลัง ก่อนจะปิดประตูล็อคจากด้านในด้วยความเร็ว
รินรดายืนหายใจหอบสะท้านอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของระเบียงด้านนอก ลมยามดึกพัดปะทะร่างจนเยียบเย็น แต่ความร้อนรุ่มในอกกลับเดือดพล่าน เธอยังไม่ได้ออกจากห้องของเขาอย่างสมบูรณ์ และที่สำคัญ... หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องหลักที่ดับลงไปเมื่อครู่ ยังมีหน้าต่างโปรแกรมที่เธอบังเอิญเปิดค้างไว้ก่อนที่กวินท์จะเข้ามาดึงเธอหลบซ่อน
หน้าต่างไฟล์งานเก่าที่ถูกเข้ารหัสลับ... ไฟล์ที่ชื่อว่า *‘Project_Solitude.log’*
ความอยากรู้อยากเห็นผสานกับสัญชาตญาณของภัณฑารักษ์ผู้คุ้นเคยกับการแกะรอยความหมายเบื้องหลังชิ้นงานศิลปะ ทำให้รินรดากล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบอที่สุด เธอย่องกลับเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานเกล็ดด้านข้างที่ไม่ได้ลงกลอนสนิท อาศัยความมืดอำพรางร่างเพรียวบาง ค่อยๆ คืบคลานกลับไปยังโต๊ะทำงานของกวินท์ ขณะที่เสียงพูดคุยทุ้มต่ำและเคร่งเครียดของกวินท์กับผู้มาเยือนปริศนาดังแว่วมาจากโซนรับแขกหน้าห้อง
บรรยากาศตึงเครียดราวกำลังเดินอยู่บนเส้นลวด รินรดานั่งคุกเข่าลงเบื้องล่างโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปแตะทัชแพดของแล็ปท็อปสำรองที่ยังเปิดโหมดสแตนด์บายไว้ หน้าจอติดสว่างขึ้นเผยให้เห็นโค้ดภาษาโปรแกรมรengลำดับยาวเหยียด แต่เธอมองข้ามมันไปและคลิกเปิดโฟลเดอร์ซ่อนที่เธอเห็นก่อนหน้านี้
รหัสผ่านสิบสองหลัก... *มันคืออะไรกันนะ?*
สมองของเธอนึกย้อนไปถึงบทสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งคู่ในค่ำคืนก่อนหน้านี้ วันที่ฝนตกหนักและกาแฟรสขมแก้วนั้น วันที่กวินท์พูดถึงความสมบูรณ์แบบที่ไร้หัวใจ รินรดาลองพิมพ์ตัวเลขที่เป็นวันแรกที่หอศิลป์ของเธอจัดนิทรรศการเดี่ยวของเขา—วันที่เขาเดินเข้ามาในชีวิตเธอด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง
*Enter.*
หน้าจอแฟลชสีแดงวาบขึ้นหนึ่งครั้ง... ผิดพลาด
เธอไม่ยอมแพ้ กัดริมฝีปากแน่น ใช้ตรรกะแบบวิศวกรที่กวินท์ชอบนักหนามาวิเคราะห์ วันเกิดของเขา? ไม่... มันง่ายเกินไป วันที่ระบบเซิร์ฟเวอร์ล่มครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์บริษัทเขา? ก็ไม่ใช่...
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก กวาดสายตามองไปรอบโต๊ะ จนกระทั่งสะดุดตากับกรอบรูปโลหะเรียบง่ายคว่ำหน้าอยู่ริมโต๊ะ เธอยื่นมือไปพลิกมันขึ้นมา—รูปถ่ายโพลลาอยด์เก่าๆ ใบหนึ่ง สภาพขอบกระดาษเหลืองซีด แสดงภาพมุมหนึ่งของหอศิลป์ในยามค่ำคืนที่ไม่มีผู้คน มีเพียงเงาร่างของชายคนหนึ่งยืนหันหลังมองภาพวาดสีน้ำมันรูปทะเลสีเทาหม่น
วันที่มุมขวาของภาพถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *04-11-2018*
รินรดานิ่วหน้า วันนั้นคือวันที่เธอจัดแสดงงานศิลปะที่ไม่มีใครสนใจ เป็นวันที่เธอร้องไห้อยู่คนเดียวหลังหอศิลป์ และเธอก็จำได้เลาๆ ว่าเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ตรงมุมเสา... หรือว่าตอนนั้น...
นิ้วเรียวรีบพิมพ์ชุดตัวเลขนั้นลงไปในช่องรหัสผ่านทันที
*0-4-11-2-0-1-8*
*Enter.*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หน้าจอสีดำสนิทจะเปลี่ยนเป็นหน้าต่างข้อความสีเขียวเข้ม โฟลเดอร์ลับถูกปลดล็อก!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบันทึกประจำวัน (Log Files) และโค้ดโปรแกรมชิ้นแรกๆ ที่กวินท์เคยเขียน มันไม่ใช่โค้ดคำนวณธุรกิจที่ไร้หัวใจอย่างที่เธอกล่าวหาเขามาตลอด แต่มันคือ... อัลกอริทึมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ "เรียนรู้ความรู้สึกเหงา"
ทุกบรรทัด ทุกโค้ดคำสั่ง และทุกข้อความบันทึกที่กวินท์พิมพ์ไว้ในยามดึกดื่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ล้วนบันทึกถึงความโดดเดี่ยว การถูกปฏิเสธจากโลกภายนอก และความโหยหาการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณกับใครสักคน—มนุษย์ผู้ชายที่เย่อหยิ่งและเย็นชาคนนี้ ซ่อนหัวใจที่แตกสลายไว้หลังกำแพงตรรกะอันแข็งแกร่งมาโดยตลอด และเธอก็คือคนเดียวที่ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลแห่งความเหงาของเขา
ทว่า ในวินาทีที่รินรดากลังจะเลื่อนอ่านไฟล์ข้อความสุดท้าย บานประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เดินตรงมาหยุดยืนอยู่เหนือศีรษะของเธอ
"คิดจะขโมยข้อมูลอะไรอีกล่ะครับ... ภัณฑารักษ์คนเก่งของผม"
เสียงทุ้มต่ำและเรียบเฉยเอ่ยขึ้นเบื้องบน พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาวางทับลงบนมือของเธอที่ยังคงแตะอยู่บนแป้นพิมพ์ กวินท์ก้มตัวลงมาสบตาเธอนิ่งในระยะประชิด แววตาคมกริบนั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความวับวามบางอย่างที่ลึกล้ำและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ•ตอนที่ 9
ความลับในฐานข้อมูล
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!