แสงไฟสีนวลจากจอคอมพิวเตอร์พกพา สาดกระทบสันกรามคมคายที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เงียบสงบในยามวิกาล ถูกครอบงำด้วยเสียงเคาะแป้นพิมพ์ถี่รัวราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะของกวินท์ วิศวกรหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตรรกะและตัวเลขอย่างไร้ข้อกังขา ทว่าในยามนี้ แววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับฉายแววความสั่นไหวที่เขาพยายามควบคุมมันอย่างยากลำบาก
"ประวัติศาสตร์ของคุณไม่ได้ถูกลบด้วยความผิดพลาดของระบบหรอกนะคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความกังวลระคนสงสัย เธอยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงาน ตัวเว้นระยะห่างที่พอดีตามมารยาททางสังคม แต่สายตากลับจดจ้องไปยังหน้าจอที่เต็มไปด้วยชุดคำสั่งโค้ดสีเขียวเรืองแสง ซึ่งเธอยอมรับตามตรงว่าในตอนแรกมันช่างไร้ความหมายสำหรับเธอเสียเหลือเกิน
กวินท์หยุดนิ้วที่กำลังพิมพ์ เขาไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอทันที แต่สันจมูกโด่งเป็นสันและไหล่ที่เกร็งขึ้นเล็กน้อยนั้น ฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังต่อสู้กับบางสิ่งที่อยู่ลึกในความทรงจำ
"คุณคิดว่ามันเป็นฝีมือใครล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบจนน่ากลัว แต่หากฟังให้ดี จะสัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะป้องกันอันหนาทึบ "ระบบไม่เคยโกหก... แต่คนที่สร้างระบบขึ้นมาต่างหาก ที่รู้วิธีบิด
เบือนความจริงให้กลายเป็นเรื่องโกหกที่แนบเนียนที่สุด"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด สัญชาตญาณความเป็นภัณฑารักษ์ที่คุ้นเคยกับการตีความ "ความหมายที่ซ่อนอยู่" หลังชิ้นงานศิลปะเริ่มทำงาน เธอมองหน้าจอที่มีบรรทัดโค้ดวิ่งผ่านไปมา ไม่ใช่ในฐานะชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ แต่มันคือ "ภาษา" ชนิดหนึ่ง—ภาษาที่กวินท์ใช้ระบายความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร
"แต่มันกำลังบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างนะคะ..." รินรดาเอื้อมมือไปชี้ที่หน้าจอ ปลายนيةเรียวหยุดอยู่ห่างจากกระจกจอเพียงเล็กน้อย "โครงสร้างของฟังก์ชันนี้... มันซ้ำซ้อนอย่างไร้เหตุผลในมุมมองของวิศวกร แต่มันกลับมีความสมมาตรที่เจ็บปวด เหมือนกับ... เหมือนกับคนพยายามสร้างห้องเก็บของที่ไม่มีทางออก เพื่อขังความรู้สึกบางอย่างไว้ไม่ให้ใครหาเจอ"
กวินท์หันขวับมามองเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายชัดในแววตา เธอกำลังอ่านเขาออก—อ่านทะลุผ่านตรรกะและโค้ดโปรแกรมที่เขาคิดว่ามันปลอดภัยที่สุด
"คุณเข้าใจมันเหรอครับ?" กวินท์ถามเสียงพร่า ราวกับไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครแปลรหัสความโดดเดี่ยวของเขาได้
"ฉันไม่ได้เข้าใจโค้ดหรอกค่ะ..." รินรดาตอบเบาๆ สายตาประสานกับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง "แต่ฉันเข้าใจความรู้สึกของคนที่พยายามปกป้องบางสิ่ง... ด้วยการซ่อนมันไว้ในที่ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องต่างหาก"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างระหว่างคนสองคนที่มีอุดมการณ์ต่างกันสุดขั้ว กลับหลอมรวมเข้าหากันด้วยความเปราะบางภายในจิตใจ กวินท์ไม่เคยเปิดช่องให้ใครเข้าใกล้ปมในอดีตของการถูกหักหลัง แต่รินรดากลับใช้ความอ่อนโยนและความเข้าใจที่เฉียบคม พังทลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นทีละน้อย
กวินท์ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเริ่มพิมพ์ชุดคำสั่งใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้พิมพ์มันด้วยความเร็วเพื่อหนีความจริง แต่พิมพ์มันช้าๆ ราวกับกำลังบรรจงเขียนจดหมายสารภาพผิด
`if (memory.isCorrupted && trust.isBroken) { return the_pain; }`
"นี่คือโค้ดที่ผมเขียนขึ้นในคืนนั้น..." กวินท์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาทอดมองไปที่บรรทัดโค้ดบนจอ "คืนที่คนที่ผมไว้ใจที่สุดพิสูจน์ให้เห็นว่า... ข้อมูลที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับความโลภของมนุษย์ ผมคิดว่าถ้าผมเขียนให้อัลกอริทึมมันตัดสินใจแทนความรู้สึกได้ ผมจะไม่เจ็บปวดอีก... แต่เปล่าเลยครับ รินรดา มันยิ่งทำให้ผมติดอยู่ในลูปเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
รินรดารู้สึกได้ถึงก้อนสะท้อนในลำคอ ความเย็นชาของกวินท์ที่เธอเคยสัมผัสในวันแรก แท้จริงแล้วเป็นเพียงเกราะเหล็กที่ห่อحุ้มดวงใจที่แตกสลายไว้ต่างหาก เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้นอีกนิด ตัดสินใจยื่นมือไปวางทับบนหลังมือหนาที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยบนโต๊ะ
สัมผัสอุ่นจากเธอนั้นหยุดชะงักทุกการเคลื่อนไหวของเขา กวินท์สะดุ้งเล็กน้อย แต่มันไม่ได้ถูกชักมือหนี เขากลับเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง เนิ่นนาน... จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นทำลายความเงียบ
*Ting!*
หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เคยแสดงชุดคำสั่งของกวินท์ จู่ๆ ก็กะพริบวูบ หน้าต่างโปรแกรมทั้งหมดถูกปิดลงอัตโนมัติ ก่อนที่หน้าจอสีดำสนิทจะปรากฏข้อความบรรทัดใหม่ขึ้นมาทีละตัวอักษร ราวกับมีใครกำลังพิมพ์ตอบโต้พวกเขาสดๆ จากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
`[WARNING]: You are not looking for a corrupted file. You are looking at a trap.`
ทั้งคู่ชะביค้าง กวินท์รีบดึงมือกลับเพื่อควบคุมแป้นพิมพ์ตรวจสอบ IP Address ต้นทางทันที สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด
"ไม่ใช่แค่การลบประวัติศาสตร์แล้ว..." กวินท์พึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "มีใครบางคนกำลังนั่งดูเราผ่านกล้องวงจรปิดในห้องนี้... และมันกำลังเข้าถึงฐานข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของหอศิลป์ที่คุณดูแลอยู่ด้วยครับ รินรดา!"
ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะ จะดังขึ้นก้องกังวานมาจากโถงทางเดินมืดสนิทด้านนอกประตูห้องทำงาน—เสียงที่บ่งบอกว่า กำลังมีผู้มาเยือนยามวิกาลก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และพวกเขากำลังตกเป็นเป้าหมายของบางสิ่งที่อันตรายเกินกว่าจะคาดคิด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขรหัสหัวใจไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ
อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ•ตอนที่ 8
อัลกอริทึมแห่งความเศร้า
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!