อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ•ตอนที่ 10

ทัศนคติที่เริ่มเปลี่ยน

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
เสียงคลิกของเมาส์ไร้สายดังขึ้นเป็นจังหวะที่สาม... สี่... และหยุดลงอย่างไร้ระเบียบในห้องทำงานกระจกใสที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดากำลังยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้าจอโปรเจกเตอร์ แสงสีฟ้าอมเขียวจากบรรทัดโค้ดนับร้อยที่กำลังรันอยู่สะท้อนลงบนแว่นตาเลนส์ใสของกวินท์ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานราคาแพง สีหน้าเรียบเฉยราusbตู้เซฟที่ไม่มีใครล่วงรู้รหัสผ่าน ทว่าดวงตากลับจับจ้องอยู่ที่ภาพร่างนิทรรศการศิลปะดิจิทัลบนผนังฝั่งตรงข้าม มากกว่าจะสนใจตัวเลขตรรกะในจอของตัวเอง "คุณกำลังพยายามบังคับให้งานศิลปะ... ยอมจำนนต่อตรรกะทางคณิตศาสตร์" รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเციรราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการถกเถียงกันมาร่วมสามชั่วโมงเต็ม กวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเบาๆ สองครั้ง เป็นภาษาโมสส์เชิงสัญลักษณ์ที่เขาชอบทำเวลาใช้ความคิด "ผมไม่ได้บังคับให้มันจำนนครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง... ผมไม่ได้บังคับให้มันจำนน รินรดา แต่ผมกำลังจัดระเบียบให้ความไร้ระเบียบของคุณมันสามารถจับต้องได้ในเชิงโครงสร้างต่างหาก" เขาแก้คำสรรพนามในใจทันทีที่เผลอหลุดปากพูดคุยด้วยความคุ้นชิน "ความไร้ระเบียบที่คุณว่า มันคือหัวใจของความรู้สึกมนุษย์นะคะ กวินท์" เธอหันขวับมามองเขา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววไม่ยอมแพ้ "ถ้าทุกอย่างต้องถูกคำนวณด้วยอัลกอริทึมความน่าจะเป็น ความบังเอิญอันงดงามที่ทำให้คนเราตกหลุมรักภาพวาดสักภาพ คงไม่เกิดขึ้นหรอกค่ะ" กวินท์ถอนหายใจยาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเสี้ยววินาทีอย่างที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวยาวที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอ ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวเธอลอยมาแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นจากแก้วบนโต๊ะ "คุณคิดว่าผมไม่เคยสัมผัสความรู้สึกพวกนั้นเลยเหรอ รินรดา" เสียงของเขาเบาลง แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ห้องทั้งห้องแคบลงถนัดตา "ทุกบรรทัดโค้ดที่ผมเขียน ทุกฟังก์ชันที่ผมออกแบบ... มันถูกสร้างขึ้นมาจากความเจ็บปวดของการคาดเดาไม่ได้ทั้งสิ้น คนเรากลัวความไม่แน่นอนที่สุด และสิ่งที่ผมทำ คือการสร้างเกราะป้องกันให้คนเราไม่ต้องเจ็บปวดจากการคาดหวังผิดๆ ต่างหาก" รินรดาชะงักไป ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความดื้อรั้นกะพริบถี่ขึ้น ความคมกริบในแววตาของวิศวกรหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ซ่อนความเย่อหยิ่งไว้เหมือนวันแรก แต่มันกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวลึกที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ยอมลดการตั้งรับลงทีละน้อย นิ้วเรียวเอื้อมไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาเปิดไฟล์ภาพร่างชุดใหม่ที่เพิ่งปรับแก้ตามข้อเสนอแนะเรื่องโครงสร้างดาต้าเบสของเขาเมื่อคืนนี้ "ถ้าอย่างนั้น..." รินรดาเว้นจังหวะ เสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เรามาลองแบบนี้กันไหมคะ แทนที่คุณจะบังคับให้งานศิลปะชิ้นนี้วิ่งตามอัลกอริทึม... ทำไมเราไม่เขียนอัลกอริทึมที่คอย 'รับฟัง' จังหวะการเต้นของหัวใจผู้ชมล่ะคะ?" กวินท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย สมองอัจฉริยะของเขาเริ่มประมวลผลข้อเสนอที่อยู่นอกกรอบนั้นทันที "หมายความว่า... ให้ตัวแปรของโค้ดปรับเปลี่ยนตามปฏิกิริยาทางชีวภาพของคนดูแบบเรียลไทม์อย่างนั้นหรือ?" "ใช่ค่ะ" รินรดายิ้มจางๆ รอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหยัน "อัตราการเต้นของชีพจร อุณหภูมิร่างกาย หรือแม้แต่ความลังเลในการก้าวเดิน... ให้สิ่งเหล่านี้เป็นคำสั่งที่เข้าไปปรับเปลี่ยนโทนสีและจังหวะการแสดงผลของภาพดิจิทัล คุณทำมันได้ไหมล่ะคะ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่" ความท้าทายในน้ำเสียงนั้นจุดประกายไฟบางอย่างในดวงตาสีเข้มของกวินท์ มุมปากของวิศวกรหนุ่มกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งชัยชนะ แต่เป็นรอยยิ้มของการยอมจำนนต่อความคิดที่ยอดเยี่ยมกว่า "มันซับซ้อนเกินไป... และเสี่ยงต่อการที่ระบบจะล่มสูงมาก" กวินท์ตอบเสียงพร่า เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่จนแทบจะแนบชิด "แต่... มันน่าสนใจพอที่จะทำให้ผมนอนไม่หลับไปอีกสามคืนเลยทีเดียว" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้เกินกว่ามารยาททางธุรกิจจะอนุญาต กลิ่นอายความเป็นชายและความเฉียบคมทางปัญญาจากตัวเขากำลังสร้างสนามแม่เหล็กบางอย่างที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ เธอกำแท็บเล็ตในมือแน่นขึ้นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทั้งคู่ต่างยืนนิ่งอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างตรรกะและอารมณ์ กำแพงที่เคยสร้างไว้เพื่อปกป้องอีโก้ของแต่ละฝ่ายค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงความเข้าใจอันเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางแสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ยากจะต้านทานนั้นเอง... เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากเซิร์ฟเวอร์สำรองชั้นใต้ดินก็ดังสนั่นขึ้นลั่นตึก! จอคอมพิวเตอร์หลักทั้งหมดดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด ก่อนที่หน้าจอสีดำสนิทจะปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานขึ้นมาทีละบรรทัดด้วยฝีมือของผู้บุกรุกนิรนาม *“ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบจริง... รินรดา และ กวินท์ ข้อมูลโปรเจกต์ทั้งหมดถูกเข้ารหัสใหม่แล้ว และกุญแจถอดรหัสชิ้นสุดท้าย อยู่ในสถานที่ที่พวกคุณไม่มีวันนึกถึง”* แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%