ตราประทับสีชาดบนม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่า ส่งกลิ่นอายอับชื้นของกาลเวลาและคาวเลือดจางๆ มันไม่ใช่รอยประทับของตระกูลขุนนางท้องถิ่น หรือแม้แต่ตราเสนาบดีในราชสำนักที่มิลินเคยคุ้นตา หากแต่เป็นรูป ‘มังกรห้าเล็บซ่อนลายเมฆา’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ต้องห้ามที่ถูกประกาศว่าสูญสิ้นไปพร้อมกับเหตุการณ์นองเลือดเมื่อสามปีก่อน
ความเงียบงันปกคลุมเรือนไม้หลังน้อยชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำในกาต้มยาและเสียงลมหายใจติดขัดของอดีตองครักษ์ผู้บาดเจ็บ ศิลาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเขี่ยกระดาษแผ่นนั้นให้กางออก ดวงตาคมกราบกวาดมองตัวอักษรหวัดๆ ที่เขียนด้วยลายมือรีบเร่ง ก่อนที่สันจรามของเขาจะขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
"จักรพรรดิองค์ก่อนไม่ได้ประชวรจนสวรรคตในห้องบรรทม..." มิลินพึมพำ น้ำเสียงของนางราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่แววตากลับไหวระริกด้วยประกายแห่งความเข้าใจ "แต่พระองค์ถูกกักบริเวณ และนี่คือ... จดหมายร้องขอความช่วยเหลือจากเงาที่เหลือรอด"
"ไม่ใช่แค่การแย่งชิงบัลลังก์ธรรมดาค่ะ มิลิน" ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นคมืดมนลงราวกับรัตติกาลไร้ดาว "คนที่ตามล่าคนกลุ่มนี้คือคนคนเดียวกับที่ส่งเงามาขัดขวางการค้าขายของเราในเมืองหลวง และตอนนี้... มันกำลังใช้วิธีสกปรกที่สุดเพื่อทำลายรากฐานของเราที่นี่"
ยังไม่ทันที่มิลินจะได้เอ่ยคำใด เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียด สาวใช้ประจำเรือนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
"คุณหนูคะ!แย่แล้วค่ะ! ที่ตลาดกลางตำบล... มีพ่อค้าแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งมาเปิดแผงขาย ‘ผักกาดหอมหิมะ’ และ ‘แตงกวาสวรรค์’ ชนิดเดียวกับที่เราเพิ่งเก็บเกี่ยว... แต่พวกมันขายในราคาเพียงเศษเสี้ยวเดียวของพวกเราค่ะ! ตอนนี้ชาวบ้านแห่กันไปรุมซื้อจนแผงของเราแทบร้างแล้วนะคะ!"
มิลินมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่สาวใช้คาดคิด นางเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มของนางร้ายผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และรู้ซึ้งถึงเล่ห์กลของพวกสุนัขจนตรอก
"ตัดราคาอย่างนั้นหรือคะ..." มิลินลุกขึ้นยืนช้าๆ สะบัดชายเสื้อคลุมผ้าฝ้ายเนื้อดีอย่างไม่รีบร้อน "ช่างเป็นวิธีที่สิ้นคิดเสียจริง พวกมันคิดว่าการทุ่มตลาดด้วยสินค้าปลอมแปลงจะสามารถสั่นคลอนรากฐานที่ข้าสร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและความรู้ยุคใหม่ได้หรือคะ"
ศิลายืนขึ้นเคียงข้าง มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวของนางไว้ บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและพลังใจ "ให้ข้าจัดการพวกมันเองดีไหมคะ มิลิน? แค่คนกลุ่มเดียว ข้าสามารถทำให้พวกมันหายไปจากแคว้นนี้ได้ภายในคืนเดียว"
"อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยค่ะ ท่านวิศวกรของข้า" มิลินหันไปสบตาเขา แววตาดำขลับฉายแววเจ้าเล่ห์เป็นประกาย "การใช้กำลังทุบทำลายพวกมัน เป็นวิธีที่โง่ที่สุดค่ะ เพราะมันจะทำให้เราตกเป็นฝ่ายผิด ปล่อยให้พวกมันสำราญใจไปสักครู่เถอะค่ะ... ของปลอมก็คือของปลอม วันยังค่ำมันไม่มีวันกลายเป็นของจริงไปได้หรอกนะคะ"
ณ ตลาดกลางตำบลในยามสาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึกทึกครึกโครม แผงค้ามุงด้วยใบตองขนาดใหญ่ของพ่อค้าหน้าใหม่กลุ่มหนึ่งกำลังเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เสียงตะโกนร้องขายสินค้าดังแข่งกับเสียงต่อรองราคา
"ทางนี้เลยครับพี่น้อง! ผักกาดหอมหิมะกรอบอร่อย ปลูกด้วยดินวิเศษเหมือนของที่คุณหนูมิลินขายเปี๊ยบ! แต่เราขายในราคาแค่ครึ่งเดียว! ถูกว่า ครึ่งหนึ่ง! รีบซื้อกันนะครับ ก่อนของจะหมด!"
ชายฉกรรจ์ร่างหนา หน้าตาเหี้ยมเกรียมสวมหมวกฟางปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ตะโกนเรียกเสียงหลง มือก็กวักเรียกชาวบ้านที่แย่งกันยื่นเงินเหรียญทองแดงเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย บนแผงของพวกเขามีผลผลิตเกษตรที่ดูผิวเผินคล้ายคลึงกับสินค้าเรือธงของมิลินทุกประการ ทั้งความเขียวสดและขนาดที่ใหญ่โตเกินธรรมชาติ
ในขณะที่แผงค้าประจำของ ‘เรือนกุหลาบหนามเงิน’ ที่อยู่ถัดไปไม่ไกล กลับเงียบเหงา มีเพียงป้ายไม้แกะสลักราคามาตรฐานตั้งอยู่ และไร้เงาผู้คนเข้ามาจับจ่าย
หลินหลิน สาวใช้คนสนิท ยืนหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ "คุณหนูคะ! ดูพวกมันสิคะ หน้าด้านหน้าทนที่สุด! เอาของด้อยคุณภาพมาย้อมแมวขายตัดราคาแบบนี้ ชาวบ้านตาดำๆ ก็พากันหลงเชื่อหมดแล้วนะคะ แบบนี้กิจการที่เราฟูมฟักมาหลายเดือนไม่พังพินาศหมดหรือคะ"
มิลินกอดอก มองดูความวุ่นวายเบื้องหน้าผ่านผ้าโปร่งบางเบาที่ใช้บังแดด รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
"ใจเย็นๆ สิคะ หลินหลิน ของดีที่มีคุณภาพต่อให้เอาโคลนมาป้าย มันก็ยังคงเป็นของมีค่าค่ะ แต่ของปลอมต่อให้เคลือบด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์... เมื่อโดนน้ำฝนหรือความร้อนเข้าหน่อย ธาตุแท้ก็เน่าเฟะออกมาให้คนเขาประจานเล่นอยู่ดีค่ะ"
มิลินก้าวเท้าเดินออกจากร่มเงา ตรงไปยังแผงค้าของพ่อค้าปลอมผู้นั้นอย่างสง่างาม ท่วงท่าของนางสะกดสายตาผู้คนรอบข้างให้หันมามองโดยอัตโนมัติ ความงามที่เฉียบคมและเย่อหยิ่งเล็กน้อยแบบฉบับอดีตนางร้าย ทำให้ฝูงชนที่กำลังแย่งชิงกันซื้อของถึงกับถอยร่นเปิดทางให้โดยไม่รู้ตัว
"อ้าว! แม่คุณหนูมิลินคนสวย มาดูงานหรือครับ?" พ่อค้าหน้าหนวดหัวเราะร่าด้วยความเยาะเย้ย เมื่อเห็นเจ้าของตัวจริงเดินมาถึงหน้าร้าน "เสียใจด้วยนะแม่นาง ยุคนี้สมัยนี้ ใครขายถูกกว่า คนนั้นก็คือผู้ชนะ ลูกค้าเขาไม่สนหรอกว่าใครปลูกก่อนหรือหลัง สนแค่ว่าจ่ายน้อยกว่าเท่าไหร่จริงไหมครับพี่น้อง!"
ชาวบ้านบางส่วนส่งเสียงหัวเราะตาม พ่อค้ากลุ่มนั้นได้ใจใหญ่ ยกผักกาดหอมหิมะชูขึ้นสูงเพื่ออวดความสด
มิลินไม่โต้เถียง นางเพียงแต่ก้าวเข้าไปใกล้แผงสินค้านั้น ยื่นมือเรียวบางที่สวมแหวนหยกมันแพรวพราวออกไปหยิบหัวผักกาดหอมขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด นางดมกลิ่นเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาในลำคอ
"หึ... ผักกาดหอมหิมะที่แท้จริง ต้องปลูกในดินภูเขาไฟที่ผสมปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์หมักพิเศษนานสามเดือน ใบของมันจะมีกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่า และเมื่อหักก้านออกจะมียางสีขาวขนมปัง..."
มิลินเงยหน้าขึ้นสบตากับพ่อค้าปลอมที่เริ่มมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม "แต่ของที่ท่านกำลังขายอยู่... ใช้ ‘ดินโคลนจากริมบึงเน่า’ ผสมกับสารเร่งการเจริญเติบโตที่นำเข้ามาจากแดนใต้ใช่ไหมคะ?"
สีหน้าของพ่อค้าปลอมเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มจอมปลอมแข็งค้าง "เจ้า...เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีกันนะ!"
"เหลวไหลอย่างนั้นหรือคะ?" มิลินหันไปทางฝูงชนที่เริ่มเงียบเสียงลงและตั้งใจฟัง "ทุกท่านคะ... ผักชนิดนี้หากบริโภคสดๆ เข้าไป อาจจะยังไม่แสดงอาการในทันที แต่หากโดนความร้อน หรือเก็บไว้เกินสามวัน สารเคมีเร่งโตในดินบึงจะทำปฏิกิริยากลายเป็นพิษอ่อนๆ ทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรงและอาเจียนไม่หยุด... ท่านอยากลองพิสูจน์ให้บุตรหลานของท่านกินดูไหมคะ?"
สิ้นคำกล่าวของมิลิน ฝูงชนที่ถือผักกาดอยู่ในมือต่างสะดุ้งโหยง บางคนรีบทิ้งผักลงตะกร้าแทบไม่ทัน เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังระงับขึ้นทั่วบริเวณ พ่อค้าหน้าปลอมหน้าถอดสี ร้องโวยวายเสียงหลงเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
"อย่าไปฟังนางพูด! นางแค่อิจฉาที่เราขายถูกกว่า! จับตัวนางไว้!" พ่อค้าปลอมสะบัดเสียงสั่งลูกน้องร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังให้พุ่งเข้ามาหามิลินหมายจะใช้กำลังข่มขู่
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่มือหยาบกร้านจะแตะโดนชายผ้าฝ้ายของมิลิน ร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสองก็ลอยละลิ่วกระเด็นไปคนละAทิศละทางด้วยแรงเตะอันทรงพลังที่มองตามแทบไม่ทัน
ศิลาก้าวเข้ามาขวางหน้ามิลินไว้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมสีเข้มแผ่รังสีคุกคามราวมัจจุราช ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มพ่อค้าปลอมด้วยแววตาดุจใบมีดโกน
"ถ้าไม่อยากให้กระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดเป็นผุยผง... ก็ไสหัวออกไปจากเขตการค้าของข้าซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของศิลากล่าวออกมาเพียงสั้นๆ แต่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
พ่อค้าปลอมหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม รู้ตัวว่าแผนการพังไม่เป็นท่า จึงรีบพาลูกน้องวิ่งหนีหายเข้าไปในฝูงชนอย่างลนลาน ทิ้งไว้เพียงสินค้าปลอมแปลงที่กองเกลื่อนพื้น
ชาวบ้านต่างพากันก้มหัวขอบคุณมิลินและศิลาเป็นการใหญ่ สินค้าของเรือนกุหลาบหนามเงินถูกแห่กลับมาซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว ทว่า... ชัยชนะครั้งนี้มิได้ทำให้มิลินรู้สึกเบาใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ตกดึก ณ เรือนพักส่วนตัว แสงตะเกียงส่องสว่างรำไร มิลินนั่งมองม้วนกระดาษตรามังกรห้าเล็บที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ พร้อมกับรายงานลับที่ศิลายเพิ่งได้รับจากสายสืบในเมืองหลวง
"คนเบื้องหลังไม่ใช่แค่ขุนนางท้องถิ่นค่ะ มิลิน" ศิลาเอ่ยขึ้นขณะรินชาร้อนส่งให้หญิงสาว "แต่เป็น ‘องค์ชายรอง’ ผู้ทะเยอทะยานที่กำลังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนักตอนนี้ และเป้าหมายที่แท้จริงของมัน... ไม่ใช่แค่การทำลายการค้าของเรา แต่คือการตามหา ‘พินัยกรรมลับ’ ที่จักรพรรดิองค์ก่อนซ่อนไว้... ซึ่งเบาะแสสุดท้ายชี้ชัดว่า..."
ศิลาเว้นจังหวะ ดวงตาคมจ้องมองมิลินนิ่ง "มันถูกซ่อนเอาไว้ใต้พื้นดินของ ‘ไร่เกษตร’ ที่เรากำลังยืนอยู่นี่เองค่ะ"
หัวใจของมิลินกระตุกวูบ ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยชีวิตก็ดังขึ้นล้อมรอบเรือนไม้หลังน้อยอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่ลอยมากับสายลมยามวิกาล
ประตูเรือนไม้ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง... และร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักลึกลงในความทรงจำของมิลิน
รี้ดเดอร์ที่รักคะ... ร่วมลุ้นและเอาใจช่วยมิลินกับศิลาในการเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ!
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 13
กลอุบายทำลายตลาด
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!