"ถ้าพวกท่านคิดว่าการตัดสิทธิ์ท่อส่งน้ำแปลงสามจะทำให้ข้าคุกเข่าลงได้ ก็คงต้องบอกว่า... พวกท่านประเมินสมองของอดีตสะใภ้ตระกูลหลินต่ำเกินไปเสียแล้วค่ะ"
เสียงกังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้นกลางห้องประชุมรับรองของสภาท้องถิ่น มิลินยืนหลังตรงในชุดผ้าฝ้ายทอมือสีครามเรียบง่าย ทว่าสง่างามดرุจพญาหงส์ นางกวาดสายตามองหน้าบรรดาผู้นำชุมชนและเหล่าญาติผู้พี่ที่พยายามกลั้นยิ้มเยาะด้วยความสะใจอย่างไม่นึกเกรงกลัว เอกสารสิทธิ์การบริหารจัดการน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินถูกวางกระแทกบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังสนั่น เป็นเชิงสัญลักษณ์ว่านางไม่มีวันยอมจำนนต่อเกมการเมืองสกปรกเหล่านี้
ใบหน้าคมคายของผู้อาวุโสประจำตระกูลฝั่งสามีเก่าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะออกมา "มิลิน! อย่ามาทำเป็นอวดดี ที่นี่คือเขตควบคุมพิเศษ การที่เจ้าจะพลิกผันดินแห้งแล้งให้กลายเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ได้ เจ้าต้องอาศัยปริมาณน้ำมหาศาลจากอ่างเก็บน้ำหลวง ซึ่งตอนนี้... สิทธิ์นั้นตกเป็นของตระกูลเราเรียบร้อยแล้ว จงถอนตัวไปเสียเถอะ ก่อนที่เจ้าจะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินให้ซุกหัวนอน!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ทว่ามิลินกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มุมปากของนางยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน นางรู้ดีว่าคนเหล่านี้มีอำนาจในทางนิตินัย แต่พวกเขากลับโง่เขลาเบาปัญญาจนมองข้าม 'กฎแห่งธรรมชาติ' และ 'วิศวกรรมชลประทานขั้นพื้นฐาน' ไปอย่างน่าขัน
"พวกท่านคิดว่าน้ำมีทางเดียวที่จะไหลมาถึงแปลงเกษตรของข้าอย่างนั้นหรือคะ?" มิลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องชะงัก "โง่เขลานัก... น้ำใต้ดินสายหลักที่ไหลผ่านรอยเลื่อนภูเขาด้านหลังต่างหาก คือขุมทรัพย์ที่แท้จริง และพวกท่านก็คงไม่รู้สินะว่า... มีใครบางคนได้ทำการสำรวจและทำผังเส้นทางน้ำลับนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
สิ้นคำพูดของมิลิน ประตูไม้บานใหญ่ทางด้านหลังห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมเย็นยะเยือกพัดพาเอาความกดดันระลอกใหม่เข้ามาในห้อง ศิลา วิศวกรหนุ่มมาดนิ่งผู้กุมความลับโครงสร้างพื้นฐานของอาณาจักร ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไหล่กว้างภายใต้เสื้อคลุมทำงานสีเข้มดูทรงพลัง ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนในห้องราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อ
ไม่มีใครคาดคิดว่าศิลา—บุรุษผู้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองท้องถิ่นและมักจะเก็บตัวอยู่แต่กับงานเขียนแบบโครงสร้าง จะก้าวเท้าเข้ามาในสถานที่อิงการเมืองแห่งนี้ด้วยตนเอง
ศิลาเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างมิลินอย่างอารักขา กลิ่นอายบุรุษเพศที่สะอาดสะอ้านผสมผสานกับกลิ่นอายดินและกระดาษคำนวณจางๆ ลอยเข้าจมูกของหญิงสาว มิลินช้อนสายตาขึ้นมองเขาเล็กน้อย หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ข้างกาย แม้ภายนอกเขาจะดูเย็นชาและปากร้าย แต่ยามนี้แผ่นหลังกว้างนี้ช่างพึ่งพาได้เหลือเกิน
ศิลายื่นม้วนกระดาษหนังแกะผืนใหญ่ลงบนโต๊ะกลางห้อง ก่อนจะคลี่มันออกด้วยมือหนาที่ผ่านงานหนัก เปิดเผยให้เห็น 'ผังเมืองและระบบชลประทานใต้ดิน' ที่ถูกวาดขึ้นด้วยลายเส้นหมึกดำอย่างประณีตและแม่นยำทุกตารางนิ้ว เส้นสีน้ำเงินเข้มที่โยงใยใต้ภูเขาแสดงถึงเส้นทางน้ำธรรมชาติที่ถูกซ่อนเร้นจากสายตาทางการมานานนับร้อยปี
"นี่คือผังโครงสร้างระบบชลประทานใต้ดินที่ข้าใช้เวลาแรมเดือนในการตรวจสอบและคำนวณแรงดัน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงอำนาจจนทำให้ผู้อาวุโสในห้องถึงกับหน้าถอดสี "สิทธิ์การใช้น้ำบนดินที่พวกท่านแย่งชิงกันไปนั้น เป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า เมื่อเทียบกับสิทธิ์การเข้าถึง ‘ตาน้ำใต้ดิน’ ที่ถูกกฎหมายและได้รับการรับรองจากกองโยธาธิการหลวงโดยตรง... และข้าได้โอนสิทธิ์การบริหารจัดการทั้งหมดนี้ ให้แก่ภรรยาของข้า — มิลิน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว"
ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นทันที เสียงซุบซิบคุยกันดังระงม ใบหน้าของเหล่าญาติผู้พี่เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวซีด พวกเขาพยายามอ้างอำนาจและกฎระเบียบเก่าๆ ขึ้นมาขัดขวาง แต่ศิลากลับใช้เพียงสายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเพียงครั้งเดียว พร้อมกับตราประทับโลหะประจำตำแหน่งวิศวกรหลวงที่กระแทกลงบนเอกสารสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ทุกเสียงคัดค้านก็พลันเงียบกริบลงทันที ราวกับถูกมนต์สะกด
มิลินลอบอมิ้มด้วยความสะใจ นางหันไปสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นคู่คิด หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาจากการถูกหักหลังในอดีต กลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นจากความเข้าใจและความร่วมมือ ทำให้พวกเขากลายเป็นพันธมิตรที่ไร้เทียมทานในโลกใบใหม่นี้
เมื่อจัดการปัญหาเรื่องสิทธิ์แหล่งน้ำเสร็จสิ้น ทั้งสองก็เดินทางกลับมายังเรือนพักกลางหุบเขา บรรยากาศยามเย็นยอ2อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดินหลังฝนตกและความอบอุ่นจากเตาไฟในครัว มิลินลงมือเตรียมอาหารมื้อพิเศษเพื่อเป็นการตอบแทนบุรุษผู้ยืนหยัดเคียงข้างนางในยามคับขัน
กลิ่นหอมเย้ายวนของ 'ไก่ย่างสมุนไพรป่าเคลือบน้ำผึ้งชันโรง' ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ หนังไก่กรอบสีทองอร่ามส่งเสียงฉู่ฉ่าเมื่อต้องกับความร้อน พร้อมกับซุปเห็ดป่าร้อนๆ ที่เคี่ยวจนงวดได้ที่ ความเหน็ดเหนื่อยจากการเผชิญหน้ากับเหล่าคนหน้าหนาในเมืองมลายหายไปสิ้นเมื่อได้กลิ่นอายอาหารฝีมือตนเองในบ้านที่สร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อ
ศิลานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารไม้ตัวยาว สายตาคมกริบทอดมองแผ่นหลังบางของภรรยาสาวที่กำลังงละมุนละม่อมอยู่กับการจัดสำรับ อาหารหอมกรุ่นตรงหน้ากระตุ้นความหิวโหยได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขามากกว่ากลับเป็นรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของนาง
"เจ้าทำอาหารเก่งขึ้นทุกวันนะ มิลิน..." ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะยื่นมือไปรับถ้วยซุปจากนาง นิ้วมือของเขาสัมผัสโดนหลังมือของหญิงสาวโดยบังเอิญ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านทำให้มิลินชะงักไปชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเปี่ยมด้วยความสุขนั้นเอง... เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบและรุนแรง ราวกับมีแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญกำลังมาเยือน
มิลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ศิลาวางช้อนในมือลงทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง ทันทีที่ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—คนจากสำนักตรวจสอบราชสำนักผู้มีอำนาจสูงสุด—ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และเอกสารลับฉบับหนึ่งในมือที่พร้อมจะพลิกผันทุกอย่างในชั่วข้ามคืน!
*ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ*
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 7
ความลับในผังเมือง
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!