เสียงกวาดไม้ไผ่กระทบพื้นดินแห้งดัง *สวบ... สวบ...* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ใต้เท้าซ่งยังคงหมอบราบอยู่กับพื้นโคลน ปลายจ้องมองปลายรองเท้าปักดิ้นทองของสตรีสูงศักดิ์ผู้ก้าวลงมาจากรถม้าด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับเหี่ยวย่น แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองยังไม่กล้า
มิลินยืนกอดอกพิงเสารั้วไม้ไผ่ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยอย่างพิจารณา นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวต่อขบวนเสด็จกะทันหันนี้เลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม สตรีในชุดผ้าฝ้ายดิบเรียบง่ายผู้นี้กลับจิบชาสมุนไพรในมือช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบกดดันคนตระกูลซ่งจนแทบกระอักเลือด
"ลุกขึ้นเถอะเจ้าค่ะ ใต้เท้าซ่ง... หมอบนานเกินไป เดี๋ยวโรคไขข้อจะกำเริบเอาเสียเปล่าๆ" น้ำเสียงหวานใสแต่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบงัน
มิลินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ไผ่ที่ศิลาเป็นคนลงมือเหลาและประกอบขึ้นด้วยตัวเอง สายตาคมกริบกวาดมองสตรีสูงศักดิ์ในอาภรณ์แพรไหมปักลายหงส์เพลิงผู้เพิ่งก้าวลงมา นางคือองค์หญิงผู้เลอโฉมแต่ไร้ความปรานีแห่งวังหลวง... ผู้กุมความลับอันดำมืดเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชันของขุนนางนับสิบชีวิต และเวลานี้ บุคคลอันตรายที่สุดในอาณาจักรกลับมายืนอยู่หน้าแปลงผักสวนครัวของนาง
"มิลิน..." เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างกาย ศิลาขยับตัวเข้ามาบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ มือหนาหยาบกร้านจากการจับค้อนและเครื่องมือช่างวางอยู่บนด้ามมีดสั้นคาดเอวอย่างระแวดระวัง ดวงตาคมกราบกวาดมองทหารองครักษ์นับสิบที่วางกำลังล้อมรอบแปลงเกษตรอย่างรวดเร็ว "ถอยไปอยู่ด้านหลังข้า"
มิลินอมยิ้มบางๆ นางเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ผ่อนคลาย แม้ภายนอกศิลาจะดูเป็นเพียงวิศวกรบ้านนอกผู้เงียบขรึม แต่นางรู้ดีว่าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหยาบนั้นซ่อนรอยแผลเป็นจากสนามรบและทักษะการต่อสู้ที่ร้ายกาจเพียงใด เขากำลังปกป้องนาง... แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจของอดีตนาฃร้ายผู้เคยโดดเดี่ยว แต่นางไม่ใช่สตรีที่จะยอมยืนหลบหลังใครไปตลอดกาล
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะท่านพี่" มิลินกระซิบบอกเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าเลยหน้าสามีออกไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "ยินดีต้อนรับสู่ 'สวนเกษตรมิลิน' เพคะ องค์หญิง... ไม่ทราบว่าลมหวนอันใดถึงพัดพาพระองค์เสด็จมาถึงดินแดนกันดารเช่นนี้?"
องค์หญิงลี่อินชะงักไปเล็กน้อย พระพักตร์งดงามล่มเมืองปรากฏร่องรอยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด ข่าวลือที่นางเคยได้ยินเกี่ยวกับ 'มิลิน' อดีตคุณหนูตกยากผู้มีจิตใจริษยาและโง่เขลา บรรยายไว้ว่าสตรีผู้นี้เป็นเพียงตัวน่าสมเพชที่วันๆ เอาแต่โวยวายและสร้างความเดือดร้อน
ทว่า... สตรีที่ยืนอยู่เบื้องพระพักตร์ในเวลานี้กลับมีดวงตากระจ่างใสราวกับผืนน้ำในฤดูใบไม้ผลิ ท่วงท่าสง่างามมั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องประดับราคาแพง และที่สำคัญที่สุด... นางไม่มีความหวาดกลัวต่ออำนาจราชศักดิ์เลยแม้แต่น้อย
"เจ้าคือมิลินอย่างนั้นหรือ?" องค์หญิงลี่อินตรัสถามด้วยสุ้มเสียงกังวานทรงอำนาจ กวาดสายตามองแปลงผักกาดเขียวที่เติบโตอย่างงดงามไร้ที่ติ และระบบชลประทานพลังงานน้ำประดิษฐ์ขึ้นเองที่หมุนวนอยู่เบื้องหลัง "แปลก... ข้าเคยได้ยินว่าเจ้าเป็นสตรีไร้ค่าที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย แต่สิ่งที่ข้าเห็นตอนนี้ กลับเป็นแปลงเกษตรที่แม้แต่ราชสำนักยังต้องอับอาย"
"ข่าวลือก็มักจะเป็นเพียงข่าวลือเพคะองค์หญิง..." มิลินย่อกายถวายความเคารพอย่างงดงามไร้ที่ติ ท่วงทีละเมียดละไมราวกับได้รับการอบรมจากนางกำนัลชั้นสูง ทั้งที่นางเพิ่งลุยโคลนปลูกผักเมื่อครู่ "คนเราหากมัวแต่ฟังเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างทาง ก็คงไม่มีเวลามาพรวนดินปลูกผักให้งอกงามจนมีกินมีใช้หรอกเพคะ"
คำเปรียบเปรยอันเจ็บแสบทำเอาใต้เท้าซ่งที่หมอบอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือด ส่วนทหารองครักษ์รอบกายต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึง กล้าเปรียบเทียบคำนินทาของขุนนางใหญ่ว่าเป็นเสียงสุนัขต่อหน้าองค์หญิง... สตรีผู้นี้ช่างหาญกล้ายิ่งนัก!
ทว่า องค์หญิงลี่อินกลับไม่ทรงกริ้ว ตรงกันข้าม มุมพระoษฐ์หยักลึกรูปกระจับกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก
"บังis! เจ้ากล้าดี..." นายทหารคนสนิทก้าวออกมาหมายจะชักดาบสั่งสอน แต่ถูกยกพระหัตถ์ห้ามไว้เสียก่อน
"ช้าก่อน..." องค์หญิงลี่อินตรรัสด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด พระเนตรคมกริบจ้องมองมิลินราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง "น่าสนใจ... เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจถึงสองครั้งในเวลาไม่ถึงเค่อ นอกจากการเกษตรแปลกประหลาดนี่แล้ว ข้าได้ยินว่าสามีของเจ้า... วิศวกรผู้สร้างเครื่องมือประหลาดเหล่านี้ ก็มีความสามารถไม่แพ้กัน"
คราวนี้ สายตาพญาหงส์เบนไปยัง 'ศิลา' ที่ยังคงยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินผา ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มไม่ได้แสดงความยำเกรงต่อฐานะสูงส่งของนางเลยแม้แต่น้อย รังสีความเยือกเย็นและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ทำให้องค์หญิงลี่อินทรงตระหนักได้ทันทีว่า ชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา
ศิลาก้าวมาบังมิลินไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แม้จะเป็นการเสียมารยาทต่อหน้าพระพักตร์ แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมากลับราบเรียบจนน่ากลัว
"ที่นี่เป็นเพียงบ้านนอกคอกนาธรรมดา หากองค์หญิงทรงมาเพื่อซื้อพืชผักหรือเยี่ยมชม เรายินดีต้อนรับในฐานะชาวสวน แต่หากทรงมีจุดประสงค์อื่น... เกรงว่าที่นี่คงไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ทรงต้องการ"
บรรยากาศรอบกายพลระ1ดตึงเครียดขึ้นมาทันที เหล่าทหารองครักษ์ต่างชักดาบออกจากฝักครึ่งหนึ่ง พร้อมเข้าจู่โจมหากมีสัญญาณใดๆ
มิลินลอบถอนหายใจเบาๆ นางรู้ดีว่าสามีของนางเป็นคนปากร้ายและไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ยิ่งอีกฝ่ายใช้อำนาจข่มเหง ศิลากยิ่งแสดงความพยศออกมาให้เห็น แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้นางหลงรัก
"ท่านพี่..." มิลินเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของศิลาเบาๆ ส่งสายตาปรามแกมหยอกล้อ ก่อนจะหันไปแย้มสรวลให้องค์หญิงผู้ทรงอำนาจอีกครั้ง "สามีของหม่อมฉันเป็นคนพูดตรงและหยาบกระด้างไปบ้างเพคะองค์หญิง โปรดอย่าถือสาคนบ้านนอกเลยนะเพคะ แต่สิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริง... ที่นี่ไม่มีอำนาจ ไม่มีบัลลังก์ มีเพียงดิน น้ำ และหยาดเหงื่อ"
"ดิน น้ำ และหยาดเหงื่ออย่างนั้นหรือ..." องค์หญิงลี่อินทวนคำ ทรงก้าวพระบาทเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ไผ่ กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรลอยแตะพระนาสิก "น่าเสียดาย... คนที่มีความสามารถเช่นพวกเจ้า กลับต้องมาจมปลักอยู่กับดินโคลน ในขณะที่พวกขุนนางปลิ้นปล้อนพวกนั้นกลับเสวยสุขอยู่บนคราบน้ำตาของราษฎร"
มิลินหรี่ตาลงเล็กน้อย นางจับกระแสความขมขื่นและร่องรอยบางอย่างในพระสุ้มเสียงนั้นได้ องค์หญิงลี่อินไม่ได้เสด็จมาที่นี่เพียงเพราะเรื่องซุบซิบ... พระองค์กำลังเผชิญกับสงครามการเมืองในวังหลวง และกำลังมองหา 'พันธมิตร' ที่อยู่นอกเหนือจากเกมอำนาจเดิมๆ
"บางครั้ง... การอยู่กับดินโคลนก็ปลอดภัยกว่าการนั่งบนบัลลังก์ที่โรยด้วยยาพิษนะเพคะ" มิลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก ความหมายซ่อนเร้นที่สะท้อนผ่านแววตาคู่นั้นทำให้อัตลักษณ์ความสุขุมของนางเปล่งประกายออกมาอย่างเจิดจ้า "อย่างน้อย... ผักที่ปลูกด้วยมือเราเอง ย่อมไม่หันมาแว้งกัดเราในภายหลัง"
ศิลามองภรรยาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความชื่นชมและความลุ่มหลงในตัวมิลินพุ่งสูงขึ้นจนยากจะควบคุม จากข่าวลือที่เขาเคยได้ยินว่านางเป็นเพียงภรรยาจอมสร้างปัญหา มา1ถึงตอนนี้... สตรีผู้ยืนเคียงข้างเขาคือนักยุทธศาสตร์ผู้กุมหัวใจและทิศทางของลมหายใจทั้งหมดในอาณาจักรแห่งนี้อย่างแท้จริง
ดวงตาคมของศิลาอ่อนแสงลงเมื่อมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนาง ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและหนักแน่นยิ่งกว่าเดิมก่อตัวขึ้นในอก เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า... มิลินไม่ได้เป็นเพียงแค่ภรรยาที่เขาต้องปกป้อง แต่นางคือคู่ชีวิตที่พร้อมจะยืนหยัดเคบากบ่าฝ่าฟันอุปสรรคไปกับเขา ไม่ว่าเบื้องหน้าจะเป็นกองเพลิงหรือคมดาบก็ตาม
องค์หญิงลี่อินทรงพระสรวลเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความระคนทึ่งและถูกพระทัย
"ปากคอเราะร้ายนัก มิลิน... เจ้าทำให้ข้าอยากรู้นักว่า ภายใต้รอยยิ้มและแปลงผักเหล่านี้ เจ้ายังมี 'ความลับ' อะไรซ่อนอยู่อีก" องค์หญิงตรรัสพร้อมกับทอดพระเนตรมองไปยังโรงเรือนเพาะปลูกด้านหลังที่ปิดทึบ
ก่อนที่มิลินจะทันได้เอ่ยคำใดต่อ ลมพัดแรงกรรโชกวูบหนึ่งพัดผ่านแปลงเกษตร กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารบางอย่างที่ถูกเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ก็ลอยมาแตะจมูกของทุกคน ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นกลับโดดเด่นขึ้นมาจนท้องของใครบางคนส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ
มิลินปรายตามองไปยังเตาไม้ฟืนด้านหลัง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก นางหันกลับมาสบพระเนตรกับองค์หญิงด้วยแววตาระยิบระยับ
"ดูเหมือนว่า... อาหารกลางวันฝีมือหม่อมฉันจะสุกพอดีเพคะองค์หญิง หากพระองค์ไม่รังเกียจอาหารพื้นบ้านรสชาติบ้านๆ..." มิลินผายมือเชิญด้วยความมั่นใจ "เชิญเสวยร่วมกันสักมื้อเถอะเพคะ รับรองว่ารสชาตินี้ จะทำให้พระองค์ลืมความเครียดจากวังหลวงไปได้ชั่วขณะเลยทีเดียว"
ศิลามองภรรยาด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนจะมุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน
ทว่า ทันทีที่ฝาหม้อดินเผาใบใหญ่ถูกเปิดออก กลิ่นหอมเข้มข้นของ 'แกงฮังเลหมูสามชั้นตุ๋นยาจีน' ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก พร้อมกับกลิ่นสมุนไพรป่าและเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะตัว ก็พวยพุ่งกระจายฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณแปลงเกษตร สะกดให้ทุกคนนิ่งง้างราวกับถูกมนต์สะกด
องค์หญิงลี่อินทรงชะงักค้าง พระเนตรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อทอดพระเนตรเห็นน้ำแกงสีอำพันเข้มข้นขลุกขลิก หมูสามชั้นชิ้นโตแทรกมันกำลังพอเหมาะที่เคี่ยวจนนุ่มจนแทบละลายในลิ้น ลอยเด่นอยู่เคียงคู่กับขิงแก่และกระเทียมดองดองสีทองอร่าม
ทว่า... ในวินาทีที่องค์หญิงกำลังจะทรงก้าวพระบาทเข้าไปใกล้หม้อแกงเพื่อทอดพระเนตรให้ชัดเจน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของชาวบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"คุณมิลิน! แย่แล้วขอรับ! คนจากตระกูลสามีเก่าของท่าน... พาคนกลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธบุกเข้ามาที่เขตแปลงเกษตรของเราแล้วขอรับ!"
มิลินหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าอันงดงามเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตานัยน์ตาสีรัตติกาลที่คมกริบดุจใบมีดโกน ในขณะที่ศิลาขยับตัวก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยาอีกครั้ง พร้อมกับปลดล็อกมีดสั้นในมืออย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเข้มดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้ใดก็ตามที่กล้าเข้ามาล้ำเส้น
---------------------------------------------
*ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ*
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 6
สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!