นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 8

ความพยายามที่เห็นผล

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ข้าไม่เชื่อ! ต่อให้เอาดินวิเศษจากสรวงสวรรค์มาโปรด ก็ไม่มีทางที่ผักกาดหัวพวกนี้จะหัวใหญ่เท่าโอ่งมังกรภายในเวลาแค่ครึ่งเดือนหรอก!" เสียงตบโต๊ะไม้สนของ ‘ป้าฮุ่ย’ ดังลั่นจนถ้วยชาบนโต๊ะกระเซ็น น้ำชาสีน้ำตาลเข้มเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะเนื้อหยาบ สายตาของหญิงวัยกลางคนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากตลาดประจำหมู่บ้านจ้องมองไปยังแปลงเกษตรสุดขอบหมู่บ้านด้วยความริษยาจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้อยู่แล้ว มิลินในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ไม่ได้สะทกสะท้านต่อเสียงแหลมสูงนั้นเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยที่ผ่านการจับจอบจับเสียมจนเริ่มมีรอยด้านบางๆ ค่อยๆ รินน้ำชาร้อนกรุ่นใส่ถ้วยของตนเองอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรท้องถิ่นลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว "ถ้าป้าฮุ่ยไม่เชื่อ สายตาตัวเองก็น่าจะซื่อสัตย์กว่าปากนะคะ..." มิลินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มมุมปากของอดีตนางร้ายผู้เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่า ส่งผลให้ป้าฮุ่ยถึงกับสะท้านเฮือกโดยไม่รู้ตัว "เชิญไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองที่แปลงผักหลังบ้านฉันได้เลยค่ะ ตอนนี้ชาวบ้านเขาก็ไปมุงดูกันแน่นจนแทบจะเปิดตลาดนัดย่อมๆ ได้อยู่แล้ว" คำพูดนั้นไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ณ แปลงเกษตรท้ายหมู่บ้านในยามบ่ายแก่ๆ บรรยากาศกลับคึกคักราวกับมีงานเทศกาลประจำปี เสียงฮือฮาของชาวบ้านนับสิบชีวิตดังเซ็งแซ่จนนกบนยอดไม้แตกตื่นบินหนี ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแปลงผักกาดหัวและคะน้าฮ่องกงที่มิลินใช้ "มิติพิเศษ" ร่วมกับภูมิปัญญาการเกษตรสมัยใหม่ที่เธอศึกษามาอย่างช่ำชอง ผลลัพธ์ของมันช่างน่าเหลือเชื่อจนแทบเป็นไปไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์กายภาพของโลกนี้ หัวผักกาดสีขาวอวบออดยักษ์โผล่พ้นดินร่วนซุยขึ้นมาขนาดใหญ่เท่าท่อนขาเด็ก ใบสีเขียวเข้มอุดมสมบูรณ์ไร้ร่องรอยของหนอนแมลงเพราะสมุนไพรไล่แมลงสูตรเฉพาะที่เธอคิดค้นขึ้นเอง ทุกต้นตั้งตรงสมส่วน ราวกับได้รับการแกะสลักจากช่างฝีมือชั้นครู "โอ้โฮ... ข้าอยู่มาจนป่านนี้ เพิ่งเคยเห็นผักกาดหัวที่ใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต!" ลุงผู้ใหญ่บ้านถึงกับต้องย่อตัวลงใช้มือลูบผิวเปลือกสีขาวเนียนละเอียดด้วยความทึ่ง "แม่มิลิน... นี่เจ้าใช้วิธีอันใดกันแน่ ถึงทำให้ดินแห้งแล้งนี่กลายเป็นดินทองคำไปได้?" ศิลาที่ยืนกอดอกพิงเสารั้วไม้ไผ่อยู่ไม่ไกล ส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกราบมองร่างเพรียวบางของภรรยาด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด วิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับระดับสูงของราชสำนักอย่างเขา รู้ดีกว่าใครว่าเบื้องหลังแปลงผักเขียวขจีเหล่านี้ มิได้มาจากปาฏิหาริย์เพียงอย่างเดียว หากแต่มาจากหยาดเหงื่อ การวางแผนระบบชลประทานขนาดเล็กที่เขาช่วยคำนวณ และความทุ่มเทจนดึกดื่นทุกค่ำคืนของมิลินต่างหาก "ไม่ใช่เวทมนตร์หรอค่ะผู้ใหญ่... แต่คือวิทยาศาสตร์และการเอาใจใส่" มิลินเดินเข้ามาสมทบ พร้อมกับกวาดสายตามองผลผลิตรอบแรกที่งอกงามจนเกินคาดหมาย ความเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายสัปดาห์มลายหายสิ้น เหลือเพียงความปีติที่แผ่ซ่านในอก "และที่สำคัญ... มันคือเครื่องพิสูจน์ว่า คนเราถ้ารู้จักใช้สมองและลงมือทำ ย่อมไม่อดตายอย่างแน่นอนค่ะ" สายตาของมิลินเหลือบไปเห็นเงาคุ้นเคยของสะใภ้ใหญ่บ้านตระกูลจ้าว—ครอบครัวสามีเก่าที่เคยขับไลไสส่งเธออย่างไร้เยื่อใย กำลังยืนหน้าซีดเผือดอยู่ริมกลุ่มชาวบ้าน ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อเห็นว่า ผลผลิตล็อตนี้หากนำไปขายในเมืองหลวง จะต้องทำเงินได้มหาศาลขนาดไหน เงินทองที่มิลินควรจะหามาให้พวกตนผลาญเล่น กลับงอกเงยอยู่ในกำมือของสตรีที่พวกมันเคยเหยียบย่ำ "นัง... นังมิลิน!" สะใภ้ใหญ่ทนความริษยาไม่ไหว ก้าวเท้ากระแทกกระทั้นเข้ามาหมายจะหาเรื่อง "แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อเมล็ดพันธุ์ชั้นดีเหล่านี้! หรือว่า... หรือว่าแกแอบขโมยสมบัติของตระกูลเราตอนที่ถูกไล่ออกมาห่ะ!" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ชาวบ้านต่างพากันส่งเสียงซุบซิบด้วยความอยากรู้อยากเห็น ศิลาขยับตัวเตรียมจะก้าวเข้าไปขวาง แต่ถูกมือเรียวของมิลินยกขึ้นแตะแขนห้ามไว้เสียก่อน มิลินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและทรงพลัง เธอเดินเข้าไปหาอดีตพี่สะใภ้ทีละก้าวอย่างมั่นคง จนอีกฝ่ายต้องผถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "สมบัติของตระกูลจ้าวอย่างนั้นหรือคะ?" มิลินเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ถ้าจำไม่ผิด วันที่พวกท่านโยนฉันออกจากบ้าน มีเพียงห่อผ้าขาดๆ กับตัวเปล่าๆ เลือดท่วมหัวไม่ใช่หรือคะ? สมบัติอะไรกัน หรือแม้แต่เศษเงินสักอีแปะพวกท่านยังไม่เคยเมตตาให้ฉันเลยด้วยซ้ำ" ใบหน้าของสะใภ้ใหญ่แดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย ขายหน้าชาวบ้านที่ยืนล้อมวงดูเหตุการณ์ "ปากดีนักนะนังตัวดี! ต่อให้แกปลูกผักได้งามแค่ไหน สุดท้ายมันก็เป็นแค่ผักกระจอกๆ ขายได้ไม่กี่อีแปะหรอก!" "งั้นหรือคะ..." มิลินหันไปพยักเพยิดให้ศิลา ที่จัดการเปิดกระสอบผ้าใบกระสอบใหญ่เผยให้เห็นคะน้าฮ่องกงอวบอ้วนและหัวผักกาดคัดเกรดพรีเมียม กลิ่นหอมสดชื่นของผักออร์แกนิกแท้ๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้นเอง เสียงเกวียนม้าควบตะบะเข้ามาหยุดที่หน้าแปลงเกษตร ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับร่างของพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ประจำเมืองหลวง ‘เฒ่าหม่า’ ผู้ทรงอิทธิพลด้านการค้าอาหารก้าวลงจากเกวียนด้วยท่าทางเร่งรีบ ดวงตาเรียวเล็กเป็นประกายวาววับทันทีที่มองเห็นผลผลิตตรงหน้า "นี่มัน... ผักอะไรกัน ทำไมถึงได้สมบูรณ์งดงามขนาดนี้!" เฒ่าหม่าอุทานเสียงหลง พลางก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้แปลงผักราวกับคนกระหายน้ำ "แม่นางมิลิน! ข้าได้ยินข่าวลือเรื่องผักวิเศษนี้จากสหายในเมือง รีบเร่งเกวียนมาดูด้วยตาตัวเอง... ผักล็อตนี้ทั้งหมด ข้าเหมา! ข้าให้ราคาสูงกว่าตลาดสามเท่า เจ้าจะขายให้ข้าหรือไม่!" สิ้นคำพูดของเฒ่าหม่า สะใภ้ใหญ่และชาวบ้านรอบข้างต่างอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนกำปั้นลงไปได้ สามเท่า! ราคาที่สูงลิ่วจนแทบไม่น่าเชื่อ ทำให้ความโลภและอิจฉาพุ่งทะยานถึงขีดสุด มิลินยังคงรักษารอยยิ้มสง่างามบนใบหน้า เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบรับข้อเสนอที่เย้ายวนใจนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษม้วนลับที่ศิลายัดใส่มือเธออย่างรวดเร็วขณะที่เฒ่าหม่าก้มลงสำรวจแปลงผัก ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ด้วยลายมือหวัดๆ ของสามีที่ซ่อนความตึงเครียดไว้: *[ระวัง... เฒ่าหม่าไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา เขาคือคนสนิทของ ‘อ๋องสี่’ ที่ถูกส่งมาสืบเรื่องเหมืองแร่ลับหลังหมู่บ้านของเรา]* ความจริงอันน่าตกใจกระแทกเข้ากลางใจ มิลินชะงักไปชั่วลมหายใจ ก่อนที่ประกตาคมจะฉายแวววาววับขึ้นอย่างท้าทาย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับวิศวกรหนุ่มที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ทั้งคู่ประสานสายตากันเพียงเสี้ยววินาทีก็รับรู้แผนการของกันและกันทันที -------------------------------------------------- ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%