เสียงไม้เรียวฟาดกระทบกับกระสอบปุ๋ยบรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดดัง *ฟึ่บ!* เรียกเสียงสะดุ้งจากชายฉกรรจ์ร่างหนาหน้าตาถมึงทึงสามคน ที่กำลังยืนล้อมวงคุกคามอยู่บริเวณหน้าโรงเรือนเพาะชำของมิลินได้เป็นอย่างดี
"พวกคุณก้าวขาข้างซ้ายเข้ามาเหยียบเขตกรรมสิทธิ์ที่ดินของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังทำท่าทางเหมือนสุนัขบ้าที่กำลังหิวโซ... คิดว่าแปลงเกษตรอินทรีย์มูลค่าหลักล้านของฉัน จะต้อนรับพวกเศษสวะไร้ค่าอย่างนั้นหรือคะ?"
น้ำเสียงของมิลินราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังพอกลบเสียงลมหนาวที่พัดโชยผ่านหุบเขา เธอยืนกอดอกพิงเสาไม้ไผ่ขัดแตะอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา สองมือเรียวบางในถุงมือผ้าฝ้ายสีมอไม่ได้สั่นเทาเลยแม้แต่น้อย แม้เบื้องหน้าเธอจะเป็นอันธพาลประจำถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและมีประวัติโชกโชนก็ตาม
"นังสารเลวปากดี! แกกล้าดียังไงมาว่าพวกกูวะ!" หัวหน้าแก๊งอันธพาลนามว่า 'จ้าวเฉียง' ตะคอกลั่น ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดปูดโปนตามลำคอหนา "ที่ดินตรงนี้พวกแกแย่งมาจากตระกูลหลี่ไม่ใช่หรือไงวะ! ถือว่ามีสามีเป็นวิศวกรหน้าเลือดแล้วกร่างงั้นสิ? วันนี้ถ้าพวกแกไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครองมาห้าหมื่นหยวน อย่าหาว่าพวกกูไม่เตือน!"
มิลินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความขบขันและดูแคลนระคนกัน เธอค่อยๆ แกะถุงมือผ้าออกทีละนิ้ว วางลงบนโต๊ะไม้ใกล้ตัวอย่างใจเย็น ราวกับกำลังจัดระเบียบอุปกรณ์การทำงานในสวน มากกว่าจะเผชิญหน้ากับโจรผู้ร้ายที่พร้อมจะใช้ความรุนแรง
"ค่าคุ้มครอง?" มิลินทวนคำ ช้อนสายตาขึ้นมองชายฉกรรจ์ทั้งสามด้วยแววตาราวกับกำลังมองแมลงสาบใต้กองขยะ "ที่ดินผืนนี้ฉันกว้านซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีโฉนดตราครุฑแดงหราอยู่บนโต๊ะทำงานของฉัน ส่วนพวกแก... บุกรุกยามวิกาล ทำลายทรัพย์สิน และพยายามกรรโชกทรัพย์... รู้ไหมคะว่าโทษตามกฎหมายใหม่ที่สามีฉันเป็นคนผลักดันให้ทางการประกาศใช้ มีบทลงโทษสถานใดบ้าง?"
จ้าวเฉียงชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาเล็กหรี่ลงด้วยความระแวง แม้พวกมันจะเป็นอันธพาลบ้านนอก แต่ชื่อเสียงความเด็ดขาดของศิลา—วิศวกรหนุ่มผู้ดูแลโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ ก็เป็นที่เลื่องลือว่าเขาคือมือขวาคนสนิทของท่านผู้ว่าการ และไม่เคยปรานีใครก็ตามที่กล้าขัดขวางนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก
แต่ความโลภและความแค้นที่ถูกจ้างวานมา ทำให้จ้าวเฉียงกัดฟันกรอด ชักมีดพกสเตนเลสยาวคืบกว่าๆ ออกมาจากเอว แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนคมมีดวับวาวในความมืดสลัว
"ถ้าผัวแกแน่จริง ก็ให้มันมาช่วยตอนนี้สิ! แต่วันนี้... กูจะสั่งสอนให้มึงรู้สำนึกเสียก่อน ว่าการเป็นศัตรูกับคนตระกูลหลี่มันมีจุดจบยังไง!"
สิ้นคำพูด จ้าวเฉียงก็พุ่งเข้าหามิลินด้วยความเร็วหมายจะคว้าแขนเรียวเล็กนั้นไว้เป็นตัวประกัน แต่ทว่า...
*ฉั๊ว!*
เสียงของเหลวบางอย่างพุ่งแหวกอากาศ ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือดของจ้าวเฉียงที่ล้มลงไปนอนดิ้นพราดกุมใบหน้าของตัวเอง ร่างของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์นอนกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้นดินชื้นแฉะ เลือดสีแดงฉานไหลทะลักผ่านร่องนิ้วที่กุมดั้งจมูกไว้แน่นจนหักงอผิดรูป
มิลินไม่ได้ขยับเขยื้อnกายหนีเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือในมือข้างขวาของเธอตอนนี้ ถือกระบอกฉีดพ่นสารเคมีเกษตรขนาดพกพา หัวฉีดทำมุมเฉียง และกลิ่นฉุนรุนแรงของกรดอินทรีย์เข้มข้นผสมพริกขี้หนูสวนป่าคั่วสุกผสมน้ำมันหอมระเหยระเหยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แสบจมูกจนอีกสองคนที่เหลือต้องถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก
"ฉันเตือนแล้วนะคะ ว่านี่คือเขตเกษตรกรรม... และปุ๋ยอินทรีย์สูตรพิเศษของฉัน ค่อนข้างจะ 'ร้อนแรง' เป็นพิเศษสำหรับสิ่งมีชีวิตที่สมองทึบและชอบใช้กำลัง" มิลินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังแนะนำปุ๋ยบำรุงพืชให้ลูกค้าฟังในตลาดสด
ลูกสมุนอีกสองคนหน้าซีดเผือด สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว พวกมันไม่คิดว่าผู้หญิงหน้าตาสะสวย รูปร่างบอบบางคนนี้ จะลงมืออย่างเด็ดขาดและไร้ความปรานีได้ถึงเพียงนี้ โดยไม่ต้องรอให้ศิลาผู้เป็นสามีโผล่หัวออกมาปกป้องเลยแม้แต่น้อย
"วะ... ไว... นังปีศาจ!" ลูกสมุนคนหนึ่งตะโกนลั่นด้วยความขวัญผะหน่า ก่อนจะช่วยกันหามร่างที่นอนร้องครวญครางของจ้าวเฉียงวิ่งหนีหายไปในความมืดของทิวสนอย่างไม่คิดชีวิต
มิลินมองตามหลังกลุ่มคนพาลที่วิ่งเตลิดเปิดเปิงไปด้วยรอยยิ้มเย็น เธอกดเก็บกระบอกฉีดน้ำยาลงในตะกร้าหวายอย่างเรียบร้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการบริหารจัดการฟาร์มตลอดทั้งวันเริ่มกัดกินร่างกาย แต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด
"เล่นละครเก่งไม่เบานี่ครับ... คุณภรรยา"
เสียงทุ้มนุ่มคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของโรงเรือน ศิลาก้าวเท้าออกมาจากเงาไม้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตามแบบฉบับชายทำงานกลางแจ้ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองภรรยาสุดที่รักด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง ห่วงใย และประกายความหลงใหลที่ยากจะซ่อนเร้น มือหนายื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้เธอ พร้อมกับปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ตรงไหล่บางให้อย่างเบามือ
"ถ้าฉันไม่จัดการเอง คุณก็คงต้องเสียเวลามาเคลียร์ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ นี้อีกรอบไม่ใช่หรือคะ คุณวิศวกรผู้แสนยุ่งเหยิง" มิลินรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดมืออย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเงยหน้าสบตาชายหนุ่ม "อีกอย่าง... คนพวกนั้นไม่ได้มาแค่เพราะเรื่องที่ดินหรอกค่ะ มีคนจ้างวานมาต่างหาก"
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับประกายตาดุดลึกที่บ่งบอกว่าเขารู้เบาะแสบางอย่างอยู่แล้วเช่นกัน "คุณเดาไม่ผิดหรอกครับ... สายของเราเพิ่งรายงานมาจากในเมืองเมื่อสักครู่ ว่าเอกสารลับโครงการสัมปทานที่ดินลุ่มน้ำถูกขโมยออกไป และคนที่อยู่เบื้องหลังการส่งคนมาป่วนฟาร์มของคุณในคืนนี้ ก็คือคนคนเดียวกับที่กำลังพยายามเล่นงานผมในสภาท้องถิ่น"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลง มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมท่ามกลางความมืด มิลินขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไอดินและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวเธอ ทำให้ศิลาเผลอโอบเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ
"ถ้าอย่างนั้น..." มิลินกระซิบชิดริมฝีปากหยักลึกของสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าระหว่างเกมการเมืองสกปรกของพวกมัน กับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่งของฉัน... ใครจะพังพินาศก่อนกัน"
ศิลายังไม่ทันได้เอաբาตอบ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางประตูรั้วหน้าบ้าน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องตรงมายังพวกเขา ร่างของชายในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ในมือถือซองเอกสารตราครุฑสีแดงเพลิงที่เปื้อนคราบโคลน
"คุณศิลา! คุณมิลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางการเพิ่งออกคำสั่งฉุกเฉิน ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลหลี่ และ..." เจ้าหน้าที่นายนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนใหม่ทั้งหมดในเขตนี้... ถูกโอนย้ายไปเป็นชื่อของบุคคลปริศนา ที่เพิ่งลงทะเบียนเมื่อสิบนาทีที่แล้ว... และบุคคลนั้น มีชื่อเดียวกับคุณมิลินครับ!"
มิลินเบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ขณะที่ศิลากลับหรี่ตามองซองเอกสารในมือเจ้าหน้าที่ด้วยความรู้สึกเย็นวาบสันหลังวาบ... เพราะตราประทับบนซองนั้น ไม่ใช่ตราของทางการท้องถิ่น แต่เป็นตราประทับลับของ 'องค์รัชทายาท' ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 9
เมื่อความร้ายกาจกลายเป็นกลยุทธ์
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!