นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 15

ร่วมมือชั่วคราว

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เสียงกระแทกของถ้วยชาเซรามิกเคลือบมุกที่กระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังขึ้นเบาๆ แต่กลับบาดลึกในความเงียบงันภายในห้องรับรองของโรงเตี๊ยมรกร้างนอกเขตเมืองหลวง มิลินไม่ได้ชายตาแลถ้วยชานั้นเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวเนียนที่ผ่านการจับจอบจับเสียมมานับครั้งไม่ถ้วนยังคงบรรจงเกลี่ยเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่บนแผ่นหนังวัว กลิ่นอายของดินชื้นและเหงื่อจางๆ ที่ติดกายมาจากการเดินทางยาวนานไม่ได้ลดทอนความสง่างามเย่อหยิ่งในแบบฉบับของอดีต 'นางร้าย' ที่ผู้คนเคยหวาดกลัวแม้แต่น้อย หากแต่มันถูกแทนที่ด้วยความสุขุมลุ่มลึกของหญิงสาวผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองไว้ในกำมือ "เจ้าแน่ใจหรือว่าเส้นทางนี้จะปลอดภัยจากพวกสุนัขรับใช้ของตระกูลขุนนางพวกนั้น" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ขณะที่ดวงตาคมกริบใต้แพขนตาดกหนาไม่ได้มองใบหน้าของหญิงสาว แต่กลับคอยกวาดสายตาสำรวจความเคลื่อนไหวภายนอกหน้าต่างบานผุอย่างระแวดระวัง ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มของวิศวกรหลวงขยับกายเข้าใกล้โต๊ะไม้ยาวขึ้นอีกนิด จนมิลินสามารถรับรู้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามาท่ามกลางอากาศหนาวเย็นยามวิกาล "ถ้าข้ากลัวพวกมัน ป่านนี้คงนอนเป็นปุ๋ยอยู่ใต้แปลงผักสวนครัวหลังเรือนไปนานแล้วค่ะท่านวิศวกร" มิลินเงยหน้าขึ้นสบตา มุมปากหยักยิ้มเยيยนเล็กน้อยอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตคู่นั้นประกายแสงระยิบระยับด้วยความมั่นใจที่เกินร้อย "การเดินทางมาเจรจาการค้าที่ต่างเมืองครั้งนี้ เดิมพันด้วยสิทธิบัตรปุ๋ยชีวภาพและเมล็ดพันธุ์ข้าวทนแล้งล็อตแรกของพวกเรา หากพลาดพลั้ง... สิ่งที่เราสร้างมาทั้งหมดคงพังทลายในชั่วข้ามคืน แต่ข้าไม่เคยมีนิสัยยอมจำนนให้ใครเหยียบย่ำซ้ำสองหรอกนะคะ" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ผสมผสานระหว่างความระอาใจและความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด นิ้วมือหนากร้านจากการจับเครื่องมือช่างและอาวุธเคาะลงเบาๆ บนโต๊ะไม้ "เจ้ามันดื้อรั้นเสียจนน่าตีให้ก้นลาย มิลิน... รู้ไหมว่าเบื้องหลังการค้าข้าวในเมืองนี้ มีตาข่ายอำนาจขององค์ชายรองชักใยอยู่ การที่เจ้าเสนอตัวเข้ามาทำสัญญาผูกขาด แทนที่จะร่วมมือกับพ่อค้าคนกลาง มันเท่ากับการเหยียบหางเสือมังกรโดยตรง" "เสือหรือจะสู้คนหิวเงินล่ะคะ?" มิลินตอบสวนทันควัน น้ำเสียงเจือความขบขันแต่แววตากลับคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "องค์ชายรองทรงโปรดความมั่งคั่งและเสบียงกรังไม่ใช่หรือ? สิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอให้ในวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่แค่ผลผลิตทางการเกษตรธรรมดาๆ แต่คือ 'อำนาจ' ในการควบคุมท้องقลังของอาณาจักรต่างหาก เมื่อไหร่ก็ตามที่ราษฎรมีกินมีใช้ อำนาจการต่อรองของพวกขุนนางฉ้อฉลย่อมสลายกลายเป็นอากาศธาตุ ท่านเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือคะว่ากลไกฟันเฟืองที่ท่านซ่อมแซมให้อยู่เบื้องหลัง มันกำลังรอวันหมุนพลิกแผ่นดิน" คำพูดนั้นทำให้ศิลาชะงักไป ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากอดีตที่เคยเอาแต่กรีดร้องอิจฉาริษยา ตอนนี้มิลินเปรียบเสมือนกุหลาบป่าที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม แต่งดงามจนยากจะละสายตา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายดินฝนที่โชยมาจากตัวนาง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของวิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับระดับชาติเกิดอาการสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ "เจ้าทำให้ข้าต้องกลายเป็นคนบ้าที่ยอมเอาหัวหลุดจากบ่ามาเสี่ยงตายกับแปลงเกษตรของเจ้าจริงๆ แล้วนะ มิลิน" ศิลาพึมพำเสียงเบา ร่างสูงโน้มตัวเข้าไปใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียน มิลินใจกระตุกวูบ แต่นางยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้ได้อย่างแนบเนียน นางแสร้งยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก "ถ้าท่านกลัวตายตอนนี้ก็ยังไม่สายนะคะ ท่านวิศวกร... พรุ่งนี้เช้าเรายังมีงานชิ้นใหญ่ต้องสะสาง" "ข้าไม่เคยกลัวตาย..." ศิลาเอ่ยกระซิบชิดริมหใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาผิวกายของมิลินลุกชัน "ข้าแค่กลัวว่าถ้าตายไป... จะไม่มีใครคอยห้ามไม่ให้เจ้าไปหาเรื่องใส่ตัวที่ไหนอีก" บรรยากาศในห้องรับรองอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกประหลาด ก่อนที่เสียงเคาะประตูสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะจะทำลายมนต์สะกดนั้นลง มิลินวางถ้วยชาลงช้าๆ สีหน้าเปลี่ยนกลับมาเป็นจริงจังในทันที ศิลาผละกายออกไปยืนบังหน้าต่างพร้อมกับมือที่เอื้อมไปแตะด้ามจับกริชซ่อนเร้นข้างเอวอย่างรวดเร็ว ประตูกลางห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเด็กรับใช้ในโรงเตี๊ยมที่ก้มหน้าก้มตาเดินเข้ามาด้วยท่าทางหวาดกลัว ในมือถือถาดไม้ที่คลุมด้วยผ้าแพรสีหม่นส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องเทศย่างไฟผสมผสานกับความมันเยิ้มของเนื้อสัตว์ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มเตะเข้าจมูกทันทีที่ผ้าคลุมถูกเปิดออก "อาหารค่ำที่ท่านสั่งมาส่งแล้วขอรับ... นายท่าน" เด็กรับใช้กล่าวด้วยเสียงสั่นเทา มิลินก้มมองจานอาหารตรงหน้า อาหารจานเด็ดขึ้นชื่อของเมืองชายแดนที่ถูกปรุงขึ้นด้วยสูตรลับเฉพาะตัว น้ำซุปสีเข้มข้นเดือดปุดๆ ส่งควันกรุ่นพร้อมกับเนื้อนุ่มที่แทบจะละลายในปาก แต่นางยังไม่ทันได้เอ่ยปากชิมอะไร ศิลาก็กระชากตัวเด็กรับใช้คนนั้นถอยหลังออกไปชนผนังด้วยความเร็วแสง พร้อมกับคมกริบที่จ่ออยู่ที่ลำคอของอีกฝ่ายทันที "เจ้าไม่ใช่เด็กรับใช้คนเดิมที่ต้อนรับเราเมื่อตอนเย็น... บอกมาว่าใครส่งเจ้ามา!" ศิลาคำรามเสียงต่ำ ดวงตาเปล่งประกายความดุดันดุจพยัคฆ์ร้าย เด็กรับใช้คนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่มุมปากจะฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากไรฟันของมันทันที "สายเกินไปแล้ว... ยาพิษในอาหารจานนั้น... ออกฤทธิ์แล้ว!" มิลินหน้าถอดสี มือที่ถือตะเกียบหลุดร่วงลงกระทบพื้น ขณะที่ความรู้สึกร้อนวูบวาบราวกับไฟแผดเผาแล่นพล่านจากท้องน้อยขึ้นมาสู่ลำคออย่างรวดเร็ว! กุหลาบหนามเงินขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 15 นะคะ ขอให้มีความสุขกับชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยสีสันและรสชาติในทุกๆ วันค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%