นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 18

วิศวกรผู้แบกโลก

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เศษเสี้ยวไม้สนที่กระเด็นปักลงบนพื้นดินข้างปลายเท้า ส่งเสียงหวือผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศบาดหู มิลินไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นิ้วมือข้างที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อกำขวดยาพิษสีนิลจนข้อต่องอเกร็ง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปยังเงาร่างสามร่างที่ก้าวผ่านวงกบประตูซึ่งพังครืนลงมาอย่างไม่ไยดี กลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวผู้มาเยือนโชยปะทะจมูก ชัดเจนเสียยิ่งกว่ากลิ่นดินหลังฝนตกในแปลงเกษตรที่นางเพิ่งฟูมฟักมากับมือ "ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเสียจริง" น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารดังลอดจากใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำของหัวหน้ามือสังหาร มิลินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว กลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนอีกฝ่ายชะงักฝีเท้า นางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังร่างของศิลาเอาไว้มิดชิด แม้ในยามนี้ลมหายใจของสามีจะติดขัดและน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดทิ้งลงมาบนไหล่ของนาง แต่นางรู้ดีว่ากระดูกสันหลังของบุรุษผู้นี้ไม่ได้อ่อนแอลงเลยแม้แต่น้อย "ความรักจะน่าสมเพชหรือไม่อย่างไร ข้าไม่ทราบหรอกค่ะ" มิลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลัง "แต่ที่แน่ๆ พวกท่านกำลังเดินเข้ามาตายในอาณาจักรที่ข้าเป็นคนปักป้ายประกาศเขตหวงห้ามด้วยมือของตัวเอง" ฉับพลัน ขวดยาพิษในมือถูกสะบัดออกไปอย่างแม่นยำ ละอองควันสีม่วงอมฟ้าพวยพุ่งขึ้นกลางอากาศทันทีที่กระทบกับคบเพลิงใกล้ประตู มือสังหารทั้งสามนายเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทว่าช้าไปเสี้ยววินาที เมื่อละอองพิษสัมผัสกับผิวหนังบริเวณลำคอของคนผู้หนึ่ง เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ทรุดฮวบลงไปดิ้นทุรนทุรายบนพื้นดินทันที ศิลาที่ซุกใบหน้าอยู่ตรงลาดไหล่ของนาง ขยับมือเรียวหนาขึ้นคว้าข้อมือของมิลินไว้แน่น แรงบีบนั้นแม้จะไม่เต็มเรี่ยวแรงเช่นยามปกติ แต่ก็มากพอที่จะส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง "อย่า... สิ้นเปลืองของพวกนั้น" เสียงกระซิบแหบแห้งดังขึ้นชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงซอกคอทำให้มิลินรู้ว่า เขากำลังฝืนทนความเจ็บปวดจากพิษในร่างกายที่ยังตกค้างเพื่อปกป้องนางในทางอ้อม "เก็บไว้... สำหรับตัวการใหญ่..." มิลินเหลือบสายตากลับไปมองสามีแวบหนึ่ง หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย ท่ามกลางวิกฤตที่อาจแลกมาด้วยชีวิต ศิลากลับไม่ได้เป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองเลย เขากำลังกังวลว่านางจะใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดจนหมดสิ้น และที่สำคัญ... แผ่นหลังกว้างที่เคยใช้ปกป้องนางจากภาระอันหนักอึ้งของราชสำนัก บัดนี้กลับมีรอยแผลลึกยาวหลายนิ้วที่ฉีกขาดจนเห็นเนื้อผ้าชุ่มเลือด รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการต่อสู้เมื่อครู่ หากแต่เป็นร่องรอยสะสมจากกลไกการเมืองสกปรกที่เขาต้องแบกรับไว้ลำพังมาโดยตลอด โดยไม่เคยปริปากบ่นให้ภรรยาที่แต่งเข้ามาร่วมชายคาด้วยความจำใจต้องรับรู้เลยแม้แต่น้อย "ท่านนี่นะ..." มิลินพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเจือความดุเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ถึงเวลาต้องหุบปากแล้วทำตามที่ข้าบอกได้แล้วค่ะ ท่านวิศวกรผู้เก่งกาจ" มือสังหารที่เหลืออยู่สองนายแววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นสหายร่วมเป็นร่วมตายล้มลงต่อหน้าต่อตา พวกมันชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกัน ประกายคมดาบสะท้อนกับแสงไฟยามวิกาลจนน่ากลัว พุ่งทะยานเข้ามาหานางและศิลาพร้อมกันในคราเดียว มิลินไม่ถอย นางตวัดแขนเสื้อที่มีกลไกพิเศษซึ่งนางแอบประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กในโรงงานเกษตรของตนเอง ลูกดอกอาบยาชาหลายดอกพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างแม่นยำราวกับจับวาง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมๆ กับร่างของมือสังหารคนที่สองที่ร่วงลงไปนอนกองกับพื้นตามกันไป เหลือเพียงหัวหน้ามือสังหารคนสุดท้ายที่ยืนหยัดอยู่ได้ มันกัดฟันกรอด ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมจ้องมองมิลินด้วยความเคียดแค้นชิงชัง "นังสารเลว... เจ้าใช้วิธีสกปรกอะไร!" "วิธีสกปรกหรือคะ?" มิลินยิ้มเยาะ นางค่อยๆ ประคองศิลาให้นั่งพิงเสาเรือนอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง เงาร่างบอบบางของนางทาบทับลงบนพื้นดินราวกับภูเขาลูกใหญ่ที่ไม่อาจสั่นคลอน "ในโลกที่เต็มไปด้วยคนจ้องจะเอาชีวิตพวกเรา การมีชีวิตรอดคือความยุติธรรมสูงสุดค่ะ... และข้าไม่นิยมเล่นตามกติกาของคนที่มาเยือนโดยไม่ได้รับเชิญเสียด้วยสิ" นางก้าวเท้าเข้าไปหาชายฉกรรจ์ทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังกดดันที่แม้แต่มือสังหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนยังต้องผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่ก่อนที่ปลายมีดในมือของมิลินจะสัมผัสกับเป้าหมาย ร่างของหัวหน้ามือสังหารกลับกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด เลือดสีดำคล้ำทะลักออกจากมุมปากของมันทันที ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มฟุบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นดินโดยที่นางยังไม่ได้ลงมือซ้ำด้วยซ้ำ มิลินขมวดคิ้วฉับ นางรีบกวาดสายตามองไปรอบบริเวณความมืด มืดสนิท... ไม่มีเงาร่างของใครอื่น นอกจากเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ในไร่ที่เริ่มส่งเสียงหวีดหวิว นางหันขวับกลับไปมองศิลาที่นั่งพิงเสาเรือนอยู่ ชายหนุ่มกำลังหลับตาลงช้าๆ ลมหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อย แต่มือข้างที่กำหมัดแน่นบนตักกลับเต็มไปด้วยคราบเหงื่อเย็นเฉียบ ความจริงบางอย่างกระแทกเข้ากลางใจของมิลินอย่างจัง ไม่มีมือสังหารกลุ่มไหนบังเอิญบุกเข้ามาในเขตไร่ที่นางวางค่ายกลป้องกันไว้อย่างแน่นหนาได้โดยง่าย... และไม่มีมือสังหารคนใดที่จะถูกกำจัดด้วยพิษไร้ร่องรอยชนิดเดียวกันกับที่ศิลามักจะแอบซ่อนไว้ในแหวนประจำตัวของเขาเอง "ท่าน..." มิลินก้าวเข้าไปคุกเข่าลงเบื้องหน้าสามี นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะที่ข้อมือของเขาเพื่อจับชีพจร สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในร่างกายของเขา "ท่านรู้ตัวอยู่แล้วใช่ไหมคะ ว่าพวกมันจะมาวันนี้?" ศิลาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานิ่งสงบที่มักจะซ่อนความรู้สึกเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา บัดนี้กลับสะท้อนภาพของนางได้อย่างชัดเจนเต็มเปี่ยม เขายกมือขึ้นอย่างยากลำบาก ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางออกให้อย่างแผ่วเบา "ข้า... แค่ไม่อยากให้มือคู่นี้... ต้องเปื้อนเลือดของพวกมันมากไปกว่านี้" เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าจนแทบขาดหาย "เจ้ามีอนาคตที่สะอาดสะอ้านรออยู่... มิลิน... เจ้าควรใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้าและแปลงเกษตรเหล่านี้อย่างมีความสุข ไม่ควรเอาตัวมาแปดเปื้อนกับเรื่องสกปรกในราชสำนัก..." มิลินนิ่งงัน คำพูดนั้นราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงบนอก นางหัวเราะออกมาเบาๆ แต่กลับมีหยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาโดยที่นางไม่ทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกโกรธ ขัดใจ และเวทนาตีวนอยู่ในอกจนแน่นขนัด "ท่านคิดว่าข้าเป็นใครกันคะ?" มิลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาแข็งกร้าวทว่าสั่นไหวเล็กน้อย "ท่านคิดว่านางร้ายที่ถูกตราหน้าว่าไร้หัวใจคนนี้ จะยอมยืนดูสามีตัวเองแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวจนตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นหรือคะ?" นางขยับเข้าไปใกล้ร่างสูง ผลักไหล่เขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ระคนห่วงใย "เลิกทำตัวเป็นวีรบุรุษผู้เสียสละเสียทีค่ะ ศิลา! โลกใบนี้ถ้ามันจะพังทลายลงมาจริงๆ ล่ะก็ ให้มันพังพร้อมกับแปลงเกษตรและผลผลิตล็อตแรกของพวกเรานี่แหละ!" ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง แววตาของเขาทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนเร้นมานาน "ถ้าเช่นนั้น..." ศิลาเอ่ยเสียงแผ่ว ขณะที่มือข้างเดิมเลื่อนลงมาจับมือของนางไว้แน่น "เราคงต้องมาช่วยกันแบกโลกใบนี้... ไปพร้อมๆ กันแล้วกระมัง" ยังไม่ทันที่มิลินจะได้เอ่ยปากต่อว่าอันใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากทางเข้าไร่ พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา เงาร่างของทหารหลวงในชุดเกราะเต็มยศก้าวเข้ามาล้อมรอบตัวเรือนพักไว้อย่างแน่นหนา และผู้นำขบวนนั้นไม่ใช่ใครอื่น... หากแต่เป็นราชครูผู้ทรงอิทธิพลแห่งราชสำนัก ผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของศิลาเอง ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "หลานชายข้า..." เสียงทุ้มกังวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ซ่อนตัวอยู่ที่นี่นานพอหรือยัง ถึงเวลาต้องกลับไปรับโทษทัณฑ์ในสิ่งที่เจ้าปกปิดไว้แล้วกระมัง" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับมิลินและศิลานะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%