เสียงรองเท้าบูทหนังของกลุ่มผู้มาเยือนกระแทกพื้นดินชื้นแฉะของแปลงเกษตรเสียงดังสนั่น เจตนาข่มขวัญนั้นเด่นชัดเสียยิ่งกว่ารอยโคลนที่เปรอะเปื้อนชายกางเกง
"ถอยไป! ข้าบอกให้พวกเจ้าถอยไปเสีย!" เสียงตะโกนแหบพร่าของลุงมั่น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียด แต่มันกลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยันของ 'คุณชายรอง' แห่งตระกูลขุนนางท้องถิ่น ผู้มีศักดิ์เป็นถึงอดีตคู่หมั้นของมิลิน
ร่างระหงของอดีตนางร้ายก้าวออกมาจากหลังประตูไม้เก่า ท่วงท่าของนางไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวบางปัดเศษดินออกจากผ้ากันเปื้อนอย่างใจเย็น ราวกับแขกผู้มาเยือนกลุ่มนี้เป็นเพียงฝูงแมลงวันที่น่ารำคาญใจ มากกว่าจะเป็นภัยคุกคามอันตราย
"ลมอะไรหอบท่านรองผู้ตรวจการเขตมาเหยียบดินโคลนต่ำต้อยเช่นนี้คะ หรือว่าเสบียงในห้องเก็บของของตระกูลท่านใกล้จะหมดจนต้องมาขอส่วนบุญจากแปลงผักชาวบ้านกันแน่" น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนบาดลึกดังขึ้น ทลายความฮึกเหิมของกลุ่มผู้มาเยือนลงได้ในชั่วพริบตา
คุณชายรองหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเย่อหยิ่งตามเดิม ดวงตาเรียวรีมองสำรวจแปลงเกษตรระบบน้ำหยดที่เพิ่งติดตั้งใหม่ด้วยความริษยา "มิลิน! เลิกเล่นลิ้นเสียที เจ้าใช้สิทธิ์อันใดมาขุดคูน้ำตัดผ่านเส้นทางส่งน้ำหลวงแห่งนี้ รู้ตัวไหมว่าความโง่เขลาของเจ้ากำลังทำให้อุปทานน้ำของทั้งตำบลปั่นป่วน!"
ศิลาที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นมาบังหน้ามิลินไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองผู้ตรวจการด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่ "เส้นทางส่งน้ำนี้ถูกละเลยมาสามปีเต็ม จนแห้งขอดเป็นคลองร้าง การที่ภรรยาของผมพลิกฟื้นมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและทุนรอนของตนเอง หาได้เบียดเบียนน้ำของหลวงตามที่ท่านกล่าวอ้างไม่ หรือท่านอ่านหนังสือราชการไม่ออก ถึงไม่รู้ว่ากฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ที่ดินรกร้างหากได้รับการพัฒนา ผู้ครอบครองย่อมมีสิทธิ์ในการจัดการทรัพยากรเบื้องต้น"
คำพูดของศิลาคมกริบราวดาบที่อาบยาพิษ มันไม่ใช่แค่การเถียง แต่เป็นการตบหน้าขุนนางผู้ทุจริตฉ้อฉลอย่างจัง เนื่องจากทุกคนในที่นั้นต่างรู้ดีว่า "น้ำหลวง" ที่อีกฝ่ายอ้าง แท้จริงแล้วถูกผันไปยังไร่ส่วนตัวของตระกูลขุนนางเพื่อรดสวนดอกไม้ประดับมาโดยตลอด
คุณชายรองหน้าดำคร่ำเครียด ขบกรามจนสันนูน "สามหาว! เจ้าเป็นแค่ไอ้วิศวกรตกอับไร้หัวนอนปลายเท้า กล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า!" เขาสบถพร้อมกับกวักมือเรียกสมุนด้านหลัง "จัดการรื้อคูน้ำนี่เสีย! ทำลายแปลงผักพวกนี้ให้ราบคาบ เพื่อสั่งสอนคนอวดดีที่ไม่รู้จักเจียมตัว!"
เหล่าสมุนร่างกำยำเงื้อมือถือจอบและเสียมพุ่งเข้ามาหมายจะทำลายระบบชลประทานที่มิลินและศิลาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นมาตลอดหลายสัปดาห์ บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ชาวบ้านที่มามุงดูต่างส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ
ทว่า... ไม่มีใครคาดคิดว่ามิลินจะก้าวเท้าออกมาข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว นางหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวสีเขียวมรกตขึ้นมา หมุนฝาออกอย่างช้าๆ
"หากพวกท่านกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบแปลงผักของข้าแม้แต่ก้าวเดียว..." รอยยิ้มหวานหยดแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่ม ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "...ข้าขอเตือนด้วยความหวังดีว่า ปุ๋ยชีวภาพสูตรพิเศษที่ข้าเพิ่งหมักบ่มไว้เมื่อคืนนี้ มีฤทธิ์กัดกร่อนโลหะและทำให้ผิวหนังพุพองได้ภายในสามวินาที... อยากลองพิสูจน์ดูไหมคะ ว่าผิวหน้าคุณชายรองจะทนทานกว่าเหล็กกล้าหรือเปล่า"
ฝีเท้าของเหล่าสมุนชะงักกึกทันที พวกมันหันไปมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง ชื่อเสียงความเจ้าเล่ห์และความรู้รอบด้านของอดีตนางร้ายผู้นี้ เป็นที่เลื่องลือในทางลบมานาน เมื่อบวกกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวศิลาที่ยืนเตรียมพร้อมอยู่ข้างกายแล้ว ทำให้ไม่มีใครกล้าขยับตัว
คุณชายรองกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ โกรธจนตัวสั่นแต่ทำอะไรไม่ได้ "ดี! เก่งนักนะมิลิน! ถ้าคิดว่าแน่จริง... กล้าเดิมพันกับข้าไหมล่ะ!"
มิลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสนุกปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง "การเดิมพันอะไรคะ ข้าไม่ค่อยว่างเล่นเกมเด็กๆ หรอกนะ เวลามีค่าเท่ากับเงินทองค่ะ"
"การแข่งขันปลูกพืชส่งออกภายในหนึ่งเดือน! ถ้าแปลงเกษตรของเจ้าผลิตผลผลิตได้คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของทางการ เจ้าต้องยกที่ดินแปลงนี้ทั้งหมดให้ข้าฟรีๆ แต่ถ้าเจ้าชนะ... ข้าจะกราบขอขมาพวกเจ้ากลางลานหมู่บ้าน!" คุณชายรองประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจ เนื่องจากเขาแอบติดสินบนพ่อค้าคนกลางและผูกขาดเมล็ดพันธุ์ชั้นดีไว้หมดแล้ว ไม่มีทางที่ผู้หญิงคนเดียวจะเอาชนะได้
ศิลาขมวดคิ้วแน่นกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธแทนภรรยา เพราะรู้ว่าเป็นเกมกลโกงที่อีกฝ่ายกุมความได้เปรียบอยู่เห็นๆ ทว่า... มิลินกลับยกมือขึ้นแตะแขนของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความมั่นใจ นางแย้มยิ้มกว้างอย่างงดงามจนคนมองถึงกับใจกระตุก
"ข้อเสนอน่าสนใจมากค่ะ..." มิลินก้าวเข้าไปใกล้คุณชายรองทีละน้อย จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นเหงื่อไคลของอีกฝ่าย นางกระซิบเสียงเบาแต่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงบ "...แต่การเดิมพันแค่คำขอขมามันน่าเบื่อเกินไป ถ้าข้าชนะ... ข้าขอ 'ตราประทับลับ' ที่ท่านซ่อนไว้ในเสื้อเพื่อใช้แอบอ้างรีดไถชาวบ้าน... เป็นของเดิมพันเพิ่มด้วย... ดีไหมคะ?"
ร่างของคุณชายรองสะท้านเฮือก สีหน้าซีดเผือดลงทันทีราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล ความลับที่คิดว่าไม่มีใครล่วงรู้ เหตุใดนางร้ายผู้นี้ถึงล่วงรู้ได้
ในจังหวะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน ศิลากลับค่อยๆ โอบไหล่บางของภรรยาเข้าหาตัว พร้อมกับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา... และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงฝุ่นตลบก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับธงสัญลักษณ์ราชสำนักที่โบกสะบัดอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้มาใหม่กลุ่มใหญ่ ซึ่งนำโดยบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ดินแดนชนบทแห่งนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 4
ปะทะฝีปาก
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!