เสียงโลหะกระทบกันดัง “กริ๊ง” เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล เป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้มิลินต้องหรี่ตาลงอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วเรียวที่เพิ่งวางเครื่องมือขุดดินลงบนโต๊ะไม้ไผ่ชะงักค้าง นางไม่ได้สะดุ้งตกใจเหมือนสตรีทั่วไปในหมู่บ้าน หากแต่หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดเบื้องหน้าด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าคมกริบดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ใต้กลีบกุหลาบ
แสงคบเพลิงวับแวมสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายของบุรุษผู้ยืนอยู่ตรงข้าม เขาสูงสง่าจนเกือบจะบังกรอบประตูเรือนหลังน้อยจนมิด และในวินาทีต่อมา ปลายกระบอกโลหะสีทองอร่ามที่สลักลวดลายตระกูลสูงศักดิ์ก็ถูกยกขึ้นมาท้าทายความมืด
ศิลานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงตราประทับสีทองอร่ามที่สลักลวดลายตระกูลสูงศักดิ์ซึ่งเชื่อมโยงกับความลับในวังหลวงออกมาชูขึ้นท่ามกลางความมืดมิด
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว วิศวกรหลวงผู้ทรงเกียรติถึงกับต้องลงทุนปีนรั้วไร่ผักกาดของหญิงชาวบ้าน เพื่อมาตรวจตราผลผลิตแทนที่จะนอนหลับพักผ่อนในจวนรับรองอย่างนั้นหรือคะ?”
น้ำเสียงของมิลินราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย นางกอดอกมองชายหนุ่มผู้สวมชุดคลุมสีเข้มที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินและคราบเขม่าจากการเดินทางไกล ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกสานกวาดมองไปทั่วแปลงเกษตรทดลองที่จัดระเบียบไว้อย่างงดงามราวกับไม่ใช่ฝีมือของชาวบ้านธรรมดา กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรป่าและดินชื้นหลังฝนตกอบอวลอยู่รอบตัว ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่มีความระทึกขวัญเจือกลิ่นอายความลึกลับ
“เจ้าไม่ตกใจเลยหรือ มิลิน?” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กึ่งหยอกเย้ากึ่งระแวง เขาเก็บตราประทับนั้นกลับเข้าอกเสื้ออย่างรวดเร็วราวกับมันเป็นสิ่งของที่ร้อนระอุ “ข่าวลือว่าอดีตคุณوَดีผู้ตกอับกลายเป็นคนเสียสติและยอมจำนนต่อโชคชะตา ดูท่าว่าจะผิดเพี้ยนไปจากความจริงไกลลิบลิ่วทีเดียว”
“ข่าวลือก็เป็นเพียงคำพูดของคนที่มองโลกแค่ด้านเดียวค่ะ” มิลินก้าวเท้าเข้าไปใกล้แสงคบเพลิงอีกนิด เผยให้เห็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก “หากข้ายังมัวแต่นั่งงومงายร้องไห้คร่ำครวญถึงอดีต ป่านนี้แปลงเกษตรสร้างอาณาจักรของข้าคงไม่เติบโตจนกลายเป็นเป้าสายตาของพวกท่านหรอกจริงไหมคะ ใต้เท้าวิศวกร”
คำว่า ‘ใต้เท้าวิศวกร’ ถูกเน้นเสียงด้วยความประชดประชันเล็กน้อย ศิลาแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน เขาไม่คิดว่าสตรีตรงหน้าจะมีความกล้าถึงเพียงนี้ ท่าทางที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจจากวังหลวง ทำให้หัวใจที่ด้านชาจากการเมืองอันสกปรกในราชสำนักกระตุกวูบอย่างประหลาด
แต่กระนั้น หน้าที่ก็คือหน้าที่ ศิลามาที่นี่ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ
“ทางการได้รับรายงานว่า ที่ดินผืนนี้มีความผิดปกติในเรื่องของการไหลเวียนของสายน้ำใต้ดิน และมีรายงานลับระบุว่า... มีการลักลอบเพาะปลูกพืชต้องห้ามที่ใช้ในราชตระกูล” ศิลาหรี่ตาลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของนางเพื่อจับพิรุธ “ข้าในฐานะวิศวกรหลวงผู้รับผิดชอบการสำรวจเขตปกครองส่วนภูมิภาค จำเป็นต้องตรวจสอบทุกตารางนิ้ว รวมถึง... สิ่งที่เจ้ากำลังซ่อนไว้หลังเรือนนั้นด้วย”
มิลินไม่สะทกสะท้าน นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงดงามเยือกเย็น นางรู้ดีว่าพืชผลในมิติพิเศษของนางเติบโตเร็วกว่าปกติถึงห้าเท่าจนเป็นที่กังขา แต่การจะให้คนจากวังหลวงมาค้นเรือนตามอำเภอใจนั้น... ฝันไปเถอะค่ะ!
“หากท่านอยากตรวจสอบ ข้าก็ไม่อาจขัดขวางอำนาจของราชสำนักได้หรอกนะคะ” มิลินผายมือเชิญด้วยท่าทีสง่างามราวกับตนเองเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่ มิใช่หญิงสาวชาวไร่ “แต่หากสิ่งที่ท่านหาไม่พบ... หรือท่านเพียงแค่ใช้ข้ออ้างเรื่องพืชต้องห้ามเพื่อมาละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของข้าล่ะก็ ท่านจะต้องชดใช้ด้วยการช่วยข้าพรวนดินแปลงใหญ่สามแปลงจนกว่าจะรุ่งสาง ดีไหมคะ?”
ศิลาชะงักไปกับข้อเสนอที่ไร้ความเกรงกลัวนั้น นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่มีใครกล้าต่อรองกับเขาด้วยสายตาท้าทายเช่นนี้ รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มปรากฏขึ้นอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกสนุกสนานเริ่มก่อตัวขึ้นในอกท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เย็นเยียบ
“ตกลง หากข้าพบพืชต้องห้าม เจ้าต้องถูกสอบสวน แต่วันนี้... ข้าจะเริ่มจากการตรวจ ‘แปลงทดลอง’ ที่เจ้าหวงนักหวงหนานี่ก่อนก็แล้วกัน” ศิลาเดินผ่านร่างบางไปอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปยังเรือนเพาะชำด้านหลังโดยไม่รอฟังคำอนุญาต
มิลินมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาวาวโรจน์ นางไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะสิ่งที่อยู่ในเรือนเพาะชำไม่ใช่พืชต้องห้ามธรรมดา แต่มันคือ ‘โสมสวรรค์เก้ากลีบ’ ที่นางเพาะพันธุ์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสินค้าตีตลาดในอีกสามวันข้างหน้าต่างหากล่ะ!
ทว่า ในขณะที่ศิลาเอื้อมมือไปสัมผัสกลอนประตูไม้ไผ่ของเรือนเพาะชำ และกำลังจะผลักมันเปิดออกเพื่อเผยความลับทั้งหมด...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาทางรั้วหน้าบ้านอย่างกะทันหัน เสียงตะโกนหยาบคายของหัวหน้าหมู่บ้านผู้เป็นสมุนของตระกูลเดิมดังทะลุกความเงียบเข้ามา
“ล้อมเรือนมันไว้! คุณชายรองสั่งมาว่านังตัวดีนี่แอบซ่อนสินค้าหนีภาษี ค้นให้พลิกแผ่นดิน ห้ามปล่อยให้มันรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”
ศิลาชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู เขากลืนน้ำลายลงคออย่างใช้ความคิด ดวงตาคมกริบหันกลับมามองมิลินที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางความชุลมุนที่กำลังจะมาถึง โดยที่บนใบหน้าของอดีตนางร้ายผู้นี้... กลับปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจอย่างน่าประหลาด ราวกับนางกำลังรอคอยแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้อยู่แล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 3
แขกไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!