นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 22

เปิดเผยปมในอดีต

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
ตราประทับสีชาดบนม้วนกระดาษหลวงยังคงส่งกลิ่นอายคุกรุ่นของอำนาจจากเมืองหลวง ทว่าภายในห้องทำงานของเรือนไม้สักทอง กลิ่นหอมกรุ่นของชาดอกอัญชันผสมน้ำผึ้งป่ากลับทำหน้าที่เยียวยาความตึงเครียดได้อย่างน่าประหลาด มิลินวางราชโองการฉบับนั้นลงบนโต๊ะไม้เรียบสนิท ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองตัวอักษรจีนหวัดแกมบรรจงด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออกบอกไม่ถูก นางไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย—ความตายได้สอนนางแล้วว่า ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการมีชีวิตอยู่โดยไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปแล้วค่ะ "ราชโองการเรียกตัวข้ากลับเข้าวัง เพื่อไปรับพระราชทานรางวัลในฐานะผู้พลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ... ช่างเป็นข้ออ้างที่ฟังดูหรูหราเสียจริงนะคะ" มิลินแค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความเย้ยหยันที่ตกผลึกจากความทรงจำอันขมขื่นในชาติภพก่อน ศิลาที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคมกราบของวิศวกรหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย เขาสังเกตเห็นรอยสั่นไหวชั่วเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วเรียวของนางแตะลงบนขอบกระดาษ ความลับที่นางเก็บงำไว้ภายใต้รอยยิ้มมั่นใจและมันสมองระดับอัจฉริยะในการบริหารไร่นี้ กำลังจะถูกเปิดเผยออก "เจ้าไม่ต้องไป" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงดุจหินผา "ข้าจะใช้ข้ออ้างเรื่องระบบชลประทานในเขตเหนือที่ยังสร้างไม่เสร็จ ยื่นเรื่องปฏิเสธราชโองการนี้แทนเจ้าเอง ไร่นี้ขาดเจ้าไม่ได้... และข้าก็ไม่อยากให้เจ้ากลับไปเหยียบสถานที่อัปลักษณ์แห่งนั้นอีก" มิลินเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่เคยด้านชา นางรู้ดีว่าศิลากุมความลับเรื่องวิศวกรรมจักรกลและกลยุทธ์การเมืองระดับสูงไว้มากมาย เขามีอำนาจมากพอที่จะปกป้องนางให้พ้นจากเงื้อมมือของขุนนางกังฉินในวังหลวงได้ แต่ทว่า... ปมในอดีตไม่ใช่สิ่งที่สามารถหลบซ่อนไว้ใต้พรมได้ตลอดไปค่ะ "ท่านพี่... ท่านเคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมข้าถึงเกลียดตระกูลหลี่และราชสำนักนักหนa?" มิลินเอ่ยถาม น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นจริงจัง บรรยากาศภายในห้องพลネンเยียบเย็นลงทันตาเห็น ศิลาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มดึงเก้าอี้ไม้มานั่งลงตรงข้าม นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการจับผิด มีเพียงความเวทนาและห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม "ถ้าเจ้ายังไม่อยากเล่า ข้าก็จะไม่บังคับ... ความลับของเจ้า ปลอดภัยกับข้าเสมอ มิลิน" "ไม่ใช่ว่าไม่อยากเล่าค่ะ... แต่ข้าแค่กำลังเรียบเรียงความเจ็บปวด เพื่อให้มันกลายเป็นเรื่องเล่าที่น่าฟังที่สุดสำหรับท่าน" รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตนางร้าย นางสูดหายใจเข้าลึก "ในชาติก่อน... หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือความทรงจำที่ข้าแบกรับมา ข้าเคยเป็นแค่หุ่นเชิดของคนตระกูลหลี่ ข้าถูกบังคับให้แต่งงานกับบุรุษที่ไร้หัวใจ ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากที่ดินผืนนี้ ข้าเคยคิดว่าการเป็นคนร้ายกาจ ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า จะทำให้ข้าได้รับความรักและการยอมรับ... แต่มันไม่เคยมีจริงค่ะ" น้ำตาสลัวคลอหน่วยที่ดวงตาคู่สวย แต่นางกะพริบไล่ความอ่อนแอนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว "ในวันที่ข้าหมดประโยชน์ ข้าถูกพวกมันใส่ร้าย ป้ายสี และถูกกรอกยาพิษให้ตายอย่างโดดเดี่ยวในเรือนร้างหลังเล็กๆ ท่ามกลางสายตาที่สมเพชเวทนาของคนพวกนั้น... ท่านรู้ไหมคะว่าอะไรที่เจ็บปวดที่สุด?" ศิลาไม่ได้เอ่ยคำใด มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านถ่ายทอดความมั่น "สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด... คือการที่ข้าเพิ่งตระหนักได้ในลมหายใจสุดท้าย ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าไม่เคยได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวของตัวเองเลยแม้แต่วินาทีเดียว" มิลินก้มมองมือของตนเองที่ถูกกุมไว้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว "พอกลับมาเกิดใหม่ในร่างนี้ ข้าถึงได้ปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่มีวันยอมให้ใครมาบงการชีวิตอีกเด็ดขาด ไร่นี้ พืชผลเหล่านี้ และ... ท่าน คืออิสรภาพที่ข้าแลกมาด้วยความตายค่ะ" คำสารภาพที่กลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่างที่ขับกล่อมบรรยากาศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ศิลาบีบมือของนางแน่นขึ้นอีกนิด แววตาดุดันของวิศวกรหนุ่มฉายแวววาบด้วยความโกรธแค้นแทนภรรยา ข้อมูลเกี่ยวกับความเน่าเฟะของขุนนางในเมืองหลวงที่เขากำลังสืบสวนอยู่... ดูเหมือนมันจะเชื่อมโยงกับอดีตอันโหดร้ายของภรรยาเขาราวกับชิ้นส่วนปริศนาที่ถูกต่อจนครบถ้วน "พวกมันจะต้องชดใช้" ศิลาเอ่ยออกมาทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนน่าขนลุก "ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหลี่ หรือใครก็ตามที่เคยทำร้ายเจ้าในอดีต ข้า ศิลาผู้นี้ จะไม่ยอมให้พวกมันได้อยู่อย่างสงบสุขบนแผ่นดินนี้อีกต่อไป" มิลินมองหน้าสามีด้วยความประหลาดใจ นางสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวบุรุษผู้เงียบขรึมผู้นี้ ชายผู้กุมความลับของอาณาจักร และตอนนี้... เขากำลังเอาความลับเหล่านั้นมาวางไว้แทบเท้านางเพื่อทวงความยุติธรรม ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างรุนแรง "นายท่าน! คุณนายมิลิน! แย่แล้วขอรับ!" เสียงหอบสะท้านของเด็กรับใช้หน้าไร่ตะโกนลั่นผ่านประตู "คนที่มาจากวังหลวง... ไม่ได้มาแค่ส่งราชโองการขอรับ แต่พวกมันพากำลังทหารหลวงล้อมรอบเขตไร่ของเราไว้หมดแล้ว และผู้นำทหารในครั้งนี้... คือองค์ชายสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิต!" มิลินและศิลาสบตากันทันที รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอดีตนางร้าย ขณะที่วิศวกรหนุ่มค่อยๆ ชักกริชเล่มงามออกจากฝักด้วยแววตาดุดันดุจพญาเสือโคร่ง โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%