เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังคมกริบ กลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของดินชื้นหลังฝนตกในแปลงเกษตร ปลายกริชเล่มงามในมือศิลาไม่ได้พุ่งเข้าหาเป้าหมายเพื่อปลิดชีพอย่างที่ผู้คนในเงามืดคาดคิด หากแต่ตวัดตัดเชือกเส้นหนาที่มัดตรึงกระสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีพันธุ์ดีจนขาดสะบั้นลงต่อหน้าต่อตามิลิน
ดวงตาคมกริบดุจพญาเสือโคร่งของวิศวกรหนุ่มไม่ได้ฉายแววสังหาร หากแต่มีความนิ่งลึกและระอุไปด้วยความคุุกรุ่นบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เขาเก็บกริชเข้าฝักด้วยเสียงดัง *คลิก* ที่หนักแน่น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวโดยไม่เว้นช่องว่างให้เธอได้ถอยหนี
"ถ้าเจ้าคิดว่าการถือมีดแล้วจะทำให้ข้ากลัว เจ้าประเมินวิศวกรหลวงผู้นี้ต่ำเกินไปแล้ว มิลิน" น้ำเสียงของศิลาทุบลงกลางความเงียบ งดงาม ทรงพลัง และเจือด้วยความระAอาใจระคนเอ็นดูเล็กน้อย
มิลินไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด รอยยิ้มเยียบเย็นบนริมฝีปากเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิม
"ท่านไม่ได้มาเพื่อจับกุมข้าหรอกหรือ ท่านศิลา?" มิลินเอ่ยถาม เสียงของนางราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่หัวใจกลับเต้นรัวเป็นจังหวะกลองศึก "ข่าวลือเรื่องอดีตนางร้ายผู้ชั่วช้าที่แอบซุกซ่อนอาวุธและสมบัติกบฏในฟาร์ม น่าจะไปถึงหูพวกขุนนางในเมืองหลวงตั้งนานแล้วนี่นะ"
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความตึงเครียดรอบตัวลงทีละน้อย เขาเอื้อมมือหนาออกไป ปัดเศษฟางที่ติดอยู่บนกลุ่มผมนุ่มของมิลินออกอย่างเบามือโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว การกระทำที่สนิทสนมเกินขอบเขตนี้ทำให้นางสะفัดหน้าหนีด้วยความตกใจ ทว่ากลับถูกปลายนิ้วแข็งแรงยึดปลายคางมนไว้ให้หันกลับมาสบตาตรงๆ
"ข้าไม่สนใจว่าอดีตเจ้าจะเคยสาดพิษใส่ใคร หรือเคยผลักไสใครตกเหวมาบ้าง" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นไอดิน "ข้าสนใจแค่ว่า... แปลงเกษตรอินทรีย์แปลงนี้ และแผนการสร้างอาณาจักรเสบียงที่เจ้ากำลังทำอยู่ มันกำลังจะเปลี่ยนชะตากรรมของแผ่นดินนี้ต่างหาก มิลิน"
คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับภูเขาหินผา มิลินชะงักงัน นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบุรุษตรงหน้า พยายามค้นหาคำโกหก ร่องรอยของการเสแสร้ง หรือกลอุบายทางการเมืองใดๆ ที่เขามักใช้เอาตัวรอดในราชสำนัก ทว่าสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีเพียงเงาของตัวนางเอง... และความจริงใจที่หนักหน่วงจนน่ากลัว
"ท่านกล้าดียังไงมาบอกว่าไม่สนอดีตของข้า?" มิลินเค้นเสียงถาม ร่องรอยความเปราะบางที่นางพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเข้มแข็งหลุดรอดออกมาวูบหนึ่ง "คนทั้งเมืองต่างรู้ว่าข้าคือ 'กุหลาบพิษ' ผู้ทำลายตระกูลตัวเอง! ข้าเคยเหยียบย่ำความรู้สึกของคนอื่น ข้าเคย..."
"เจ้าเคยโง่เง่าและหลงทาง" ศิลาพูดแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด ทว่าเด็ดขาดจนนางต้องยอมจำนนด้วยคำพูด "แต่ตอนนี้ เจ้าคือนักบริหารจัดการที่เปลี่ยนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นทองคำ เจ้าคือผู้หญิงที่ใช้หยาดเหงื่อแรงงานของตัวเองสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า มิลิน... คนที่เราควรตัดสิน คือคนในปัจจุบัน ไม่ใช่ซากศพของอดีตที่ตายไปแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันท่ามกลางกลิ่นหอมของเมล็ดพันธุ์ใหม่ มิลินรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง คำมั่นสัญญาของศิลาไม่ได้เป็นเพียงแค่คำหวานหูเพื่อเกี้ยวพาราสี แต่มันคือการประกาศจุดยืนเคียงข้างนางอย่างเปิดเผย ท่ามกลางดงหนามแห่งการเมืองและการแก่งแย่งชิงดีในอาณาจักร
นางแค่นยิ้มออกมาเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้
"ท่านพูดจาคล้ายพวกนักการเมืองเจ้าเล่ห์เข้าไปทุกวันแล้วนะ ท่านศิลา" มิลินปัดมือของเขาออกจากคางเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหยิบถุงเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาตรวจสอบความสมบูรณ์ "แต่... ข้าจะถือว่าคำพูดเมื่อครู่เป็นสัญญาใจก็แล้วกัน หากท่านตระบัดสัตย์ ข้าจะไม่ลังเลที่จะใช้ยาพิษสูตรพิเศษของข้าจัดการท่านแน่"
ศิลายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจ ยามนี้นางร้ายผู้เย่อหยิ่งได้กลายเป็นสตรีผู้กุมหัวใจและมันสมองของเขาไปเสียแล้ว วิศวกรหนุ่มก้าวตามนางไปติดๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "ยินดีรับคำขู่พ่ะย่ะค่ะ... เอ๊ย หมายถึง ยินดีรับคำเตือนของฮูหยิน"
"ใครเป็นฮูหยินท่านกัน!" มิลินหันขวับมาค้อนให้วงใหญ่ ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากอกเสื้อด้านซ้ายทำให้นางต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
บรรยากาศความตึงเครียดถูกแทนที่ด้วยความรื่นรมย์ของชีวิตชนบทที่ทั้งคู่กำลังร่วมกันสร้างขึ้น ทว่าความสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกหลายตัวกำลังควบตรงเข้ามายังเขตฟาร์มอย่างเร่งรีบ ฝุ่นตลบอบولฟุ้งกระจายไปทั่วทางเข้า
ศิลาหุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนกลับเป็นพญาเสือโคร่งผู้เตรียมขย้ำเหยื่ออีกครั้ง เขาดึงมิลินมาหลบไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง ม้าศึกหยุดลงที่หน้าประตูรั้ว ร่างขององครักษ์ในชุดเกราะประดับตราพยัคฆ์กระโดดลงจากหลังม้าด้วยท่าทางร้อนรน
"ใต้เท้าศิลา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์ผู้นั้นคุกเข่าลงหอบหายใจตัวโยน "องค์รัชทายาททรงมีรับสั่งด่วน... เสบียงคลังหลวงล็อตใหญ่ที่เตรียมส่งชายแดน ถูกพบว่าเน่าเสียทั้งหมดในคืนเดียว และตอนนี้... ทางราชสำนักกำลังส่งคนมาตรวจค้นฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของท่าน เพราะมีรายงานว่าที่นี่แอบกักตุนข้าวสาลีคุณภาพสูงไว้เป็นจำนวนมาก!"
มิลินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง นางหันไปสบตากับศิลาที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเคร่งเครียด
เกมการเมืองในราชสำนักเริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาดไว้ และดูเหมือนว่า... มีคนกำลังพยายามโยนความผิดเรื่องเสบียงเน่ามาให้ฟาร์มของพวกนางเป็นแพะรับบาป!
"ดูท่าทาง..." มิลินกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างระหง "พวกหนูสกปรกในเมืองหลวง จะยังไม่เข็ดหลาบกับฤทธิ์เดชของข้าสินะคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" มาโดยตลอดนะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 23
ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!