กระดาษรายชื่อสินค้าสีขาวสะอาดถูกปัดตกกระทบลงบนพื้นไม้เนื้อแข็ง เสียงนั้นดังเฉียบขาดราวกับคมมีดที่กรีดลงบนผ้าแพรผืนงาม
"ไม่มีร้านค้าในสมาคมการค้าแห่งเมืองหลวงที่ไหนกล้ารับซื้อผลผลิตจาก ‘เรือนเกษตรศิลาดล’ ของพวกเธออีกแล้ว มิลิน... เลิกดื้อรั้นแล้วก้มหัวซะ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป แปลงผักออร์แกนิกและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหมดของเธอจะต้องเน่าคาต้น เทียบเชิญยอมจำนนนี้... ฉันเอามาวางไว้ให้ด้วยความหวังดีในฐานะญาติสนิทหรอกนะ"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของ ‘คุณหญิงเพ็ญแข’ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงรับแขก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับปะปนกับกลิ่นอายความอวดดีลอยคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ทว่าเจ้าของบ้านกลับไม่ได้แสดงสีתריตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
มิลินยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้สักแกะสลักอย่างสง่างาม ปลายเรียวเล็บสีนู้ดเคาะเบาๆ ลงบนที่วางแขนเป็นจังหวะเนิบนาบ ดวงตาคู่คมกวาดมองใบประกาศคว่ำบาตรที่ลงนามโดยกลุ่มพ่อค้าคนกลางผู้ผูกขาดตลาดทั้งหมดในอาณาจักร ก่อนจะเงยขึ้นสบตาผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
"หวังดี หรือว่าร้อนเงินจนตัวสั่นกันแนคะ คุณป้า"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกของมิลินทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเพ็ญแขแข็งค้างไปชั่วขณะ
"ปากกล้าไปเถอะ! อีกไม่กี่วัน เมื่อสินค้าล้นตลาดจนเน่าเสียคาโกดัง เงินลงทุนนับหมื่นเหรียญทองของพวกเธอจะละลายหายไปกับสายลม ถึงตอนนั้นต่อให้เธอคุกเข่าอ้อนวอน ฉันก็จะไม่ชายตาแล!" เพ็ญแขสะบัดหน้าพรืดเตรียมจะเดินจากไปพร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์
"เดี๋ยวก่อนค่ะ" เสียงเรียกเรียบเรื่อยรั้งฝีเท้าของนางผู้ทรงอิทธิพลไว้ มิลินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดเดรสผ้าลินินสีเขียวหม่นปักลายรวงข้าวให้ความรู้สึกทั้งทรงพลังและอ่อนโยนในคราเดียวกัน "ในเมื่อคุณป้ากรุณานำข่าวสารเรื่อง ‘วิกฤตตลาดล่ม’ มาส่งให้ถึงมือ มิลินก็มีของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ จะมอบให้เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ... ศิลาคะ หยิบกล่องนั้นออกมาสซิ"
ศิลาที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องมาตลอดก้าวออกมาอย่างเงียบเชียบ เขาสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นและรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีตวิศวกรผู้กุมความลับทางการทหาร ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนรุกล้ำด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาผู้ติดตามของเพ็ญแขถึงกับผอยหลังไปครึ่งก้าว
ชายหนุ่มวางกล่องไม้สนขัดเงาลงบนโต๊ะตรงหน้าเพ็ญแข ฝาถูกเปิดออกเผยให้เห็นขวดแก้วบรรจุสารสกัดเข้มข้นสีอำพันประกายทอง และก้อนสบู่สมุนไพรสูตรลับเฉพาะที่ส่งกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ป่าผสมกับความสดชื่นของสะระแหน่
"นี่คืออะไร ของไร้ราคาจากพวกบ้านนอกอย่างพวกเธอ คิดจะเอามาสินบนฉันหรือไง?" เพ็ญแขเบ้หน้าด้วยความรังเกียจ
"ไม่ใช่สินบนหรอกค่ะ แต่มันคือ ‘ใบมรณบัตร’ ของการผูกขาดราคาในตลาดต่างหาก" มิลินโน้มตัวลงกระซิบด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "ในเมื่อพวกท่านปิดประตูร้านค้าปลีกและตลาดสดในเมืองหลวงใส่พวกเรา มิลินก็แค่วางระบบ ‘ขนส่งตรงถึงผู้บริโภค’ และเปิดตลาดการค้าเสรีออนไลน์ผ่านเครือข่ายลับที่ท่านไม่มีวันเอื้อมถึง... สินค้าล็อตแรกของฉันไม่ได้มีไว้ขายส่งให้พ่อค้าคนกลางหน้าเลือดอย่างพวกท่านตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ"
สีหน้าของเพ็ญแขเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘เครือข่ายลับ’ และสายตานิ่งสนิทที่ทรงอำนาจของศิลาที่มองตรงมา
"เธอ... เธอหมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า ต่อให้ไม่มีตลาดของพวกท่าน ผลผลิตของเรือนเกษตรศิลาดลก็ถูกจองเต็มล่วงหน้าจนถึงปีหน้าแล้วค่ะ และราคา... สูงกว่าที่พวกท่านเคยรับซื้อถึงสามเท่าตัว" มิลินยืดตัวตรง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "เชิญกลับไปบอกสมาคมการค้าของท่านเถอะนะคะ ว่าเกมผูกขาดมันจบลงแล้ว"
เมื่อร่างของเพ็ญแขและบริวารลับหายออกไปจากประตูรั้ว ศิลาจึงถอนหายใจยาว พลางดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้หลวมๆ คางคมเกยอยู่บนลาดไหล่เนียน สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายหอมสะอาดของสมุนไพรธรรมชาติจากตัวภรรยา
"เธอเล่นแรงไปหรือเปล่า หื้ม... แม่นักธุรกิจคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู พลางกดจูบเบาๆ ที่ขมับ
"แรงไปตรงไหนกันคะ คุณสามี" มิลินเอียงคอซบกับอกแกร่ง พลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "พวกเขากล้าหาเรื่องตัดท่อน้ำเลี้ยงเราก่อน สัตว์ย่อมต้องปกป้องถิ่นฐานของตัวเองไม่ใช่หรือคะ? อีกอย่าง... วันนี้ฉันอุตส่าห์ทำเมนูพิเศษฉลองชัยชนะ ยอดขายออนไลน์ของเราวันนี้ทะลุเป้าจนระบบแทบพังแล้วนะคะ"
พูดจบ มิลินก็ผละออกจากอ้อมแขนแล้วจูงมือสามีไปยังห้องครัวหลังบ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของ ‘ไก่ย่างสมุนไพรเตาดิน’ ที่หนังกรอบนอกเนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ ราดด้วยซอสแจ่วรสจัดจ้านสูตรลับเฉพาะตัว ผสมผสานกับกลิ่นหอมของข้าวเหนียวอัญชันสีฟ้าครามกำลังลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความหิวโหย บรรยากาศอบอุ่นและกลิ่นอายชนบทอันแสนสุขนี้ช่างตัดกับสงครามธุรกิจเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
ศิลายิ้มรับอย่างอ่อนโยน เขายื่นมือไปช่วยจัดจานอาหารตรงหน้า ทว่าในจังหวะที่มือหนากำลังจะเอื้อมไปหยิบช้อนตักข้าว เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังเรือนกระจกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน เป็นรหัสลับที่ใช้เฉพาะในยามฉุกเฉิน
ทั้งคู่ชะงัก มิลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ศิลาจึงก้าวไปเปิดผ้าม่านออกเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาล
แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าซีดเซียวของ ‘นายแพทย์คาร์ล’ อดีตแพทย์ประจำราชสำนักผู้ลี้ภัยและเป็นพันธมิตรคนสำคัญของศิลา เสื้อผ้าของเขามีรอยเปื้อนโคลนและคราบเลือดจางๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
"ศิลา... มิลิน..." เสียงของนายแพทย์หนุ่มหอบสะท้านจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "พวกมันไม่ได้แค่คว่ำบาตรตลาด... แต่กองกำลังนอกกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเคลื่อนพลมาปิดล้อมภูเขาฝั่งตะวันตก... พวกมันรู้แล้วว่าห้องทดลองใต้ดินของนายอยู่ที่ไหน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฝืน และเติบโตไปพร้อมกับความรักและความมุ่งมั่นของมิลินและศิลานะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 26
วิกฤตตลาดล่ม
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!