นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร•ตอนที่ 27

การลงทุนครั้งใหญ่

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เอกสารสัญญาสีน้ำตาลเข้มถูกตวัดลายมือชื่อลงไปอย่างเด็ดขาด เสียงปลายปากกาขนนกกดลงบนกระดาษหนาหนักแน่นดุจเสียงประกาศิต มิลินมิได้แยแสต่อสายตาหวาดระแวงของเฒ่าแก่ชางผู้กุมผูกขาดตลาดค้าส่งสมุนไพรในเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย นางเพียงแต่วางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า ช้อนสายตาขึ้นสบกับพ่อค้าหน้าเลือดที่เริ่มมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม "เงื่อนไขตามนี้ หากท่านต้องการผงแปรรูปเกรดพรีเมียมจากแปลงเกษตรของดิฉัน สัญญาฉบับนี้คือทางเดียวที่จะรักษาโควตาของตระกูลชางไว้ได้ค่ะ" น้ำเสียงของมิลินราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนเฒ่าแก่ชางต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในโลกแห่งการค้าขายที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการเหยียบย่ำผู้ที่อ่อนแอกว่า มิลินในวัยนี้ไม่ใช่สตรีที่ถูกรังแกได้ง่ายดายเหมือนชาติก่อนอีกแล้ว ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายทอมือสีครามเข้ม ปักลวดลายดอกกุหลาบหนามสีเงินประณีตที่ปลายแขน ขับเน้นบุคลิกที่ทั้งงดงามสง่าและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน นางกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นอายของความสำเร็จและกลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรลอยอบอวลตัดกับความตึงเครียดของบรรยากาศได้อย่างน่าประหลาด "คุณหนูมิลิน... ข้อผูกมัดเรื่องการถือครองสิทธิ์การผลิตแต่วันเพียงผู้เดียว มันจะไม่เป็นการบีบคั้นทางเราเกินไปหน่อยหรือขอรับ" เฒ่าแก่ชางเอ่ยเสียงสั่น พยายามต่อรองเพื่อรักษาผลประโยชน์ "บีบคั้นหรือคะ?" มิลินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายวัยกลางคนถึงกับหนาวเยือกสันหลัง "เทียบกับสิ่งที่ตระกูลชางเคยทำกับผลผลิตของชาวบ้านในปีกลายแล้ว ดิฉันถือว่านี่คือความเมตตาปรานีที่สุดที่ท่านจะหาได้จากสตรีที่ชื่อมิลินผู้นี้แล้วค่ะ" ประโยคคำพูดที่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำให้บรรยากาศเงียบงันลงทันตา ศิลาที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ ลอบระบายยิ้มบางๆ ออกมาอย่างนึกเอ็นดู ดวงตาคมกราบของวิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับระดับสูงของราชสำนักทอดมองหญิงสาวคนรักด้วยความชื่นชมระคนคลั่งไคล้ ในสายตาของคนอื่น มิลินอาจเป็นแม่ค้าหน้าเลือดหรือนางร้ายที่พลิกผันตัวเองมาเป็นนายทุนผู้กุมชะตากรรมคนในอำเภอ แต่สำหรับศิลาแล้ว นางคือดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคมไว้ปกป้องตัวเองและคนที่นางรัก—และเขาก็เต็มใจที่จะยอมให้หนามเหล่านั้นเกี่ยวรั้งหัวใจเขาไว้จนดิ้นไม่หลุด เมื่อร่างท้วมของเฒ่าแก่ชางเดินคอตกออกไปจากห้องพร้อมกับสัญญาที่มิลินเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าทั้งหมด ศิลาก็สาวเท้าเข้ามาใกล้ ถือวิสาสะยื่นปลายนิ้วเชยคางนางขึ้นเบาๆ "มือหนักหน่วงขึ้นทุกวันแล้วนะแม่นางมิลิน เล่นเอาเฒ่าแก่เจ้าเล่ห์ถึงกับเข่าอ่อนแทบทรุดคาโต๊ะทำงานเลยทีเดียว" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือศีรษะ มิลินปัดมือหนาออกอย่างไม่จริงจังนัก นางพรูลมหายใจยาวเหยียดความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์จางหายไปเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับของสามีหนุ่ม "ถ้าไม่ใจแข็งแล้วเราจะเอาทุนที่ไหนมาสร้างโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่ตามที่ฝันไว้ล่ะคะ คุณศิลา... อย่าลืมว่าแผนการที่เราคุยกันไว้ มันไม่ใช่แค่การส่งออกพืชผลดิบอีกต่อไปแล้ว แต่เรากำลังจะสร้างอาณาจักรผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปที่ใหญ่ที่สุดในเขตชายแดน" "ผมรู้ และผมพร้อมสนับสนุนคุณเสมอ" ศิลาเปลี่ยนจากท่าทีหยอกเย้าเป็นจริงจัง เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม กางแผนผังที่ร่างขึ้นด้วยลายมือประณีตของวิศวกรมืออาชีพออกมาบนโต๊ะ "นี่คือแปลนโครงสร้างโรงงานแปรรูปที่คุณต้องการ พื้นที่โซนแรกสำหรับคัดแยกและล้างวัตถุดิบด้วยระบบพลังน้ำที่เราเพิ่งคิดค้น โซนที่สองคือเตาอบไอน้ำความร้อนสูงเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการ และโซนสุดท้าย... ห้องลับใต้ดินที่คุณสั่งให้ผมออกแบบเป็นพิเศษเพื่อเก็บสูตรลับหัวเชื้อสารสกัด" มิลินก้มมองแปลนผังด้วยประกายตาเป็นประกาย ความฝันที่เคยวาดไว้ในใจเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทีละน้อย โรงงานแห่งนี้ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรม แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพและความมั่งคั่งที่นางสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของตนเอง หลุดพ้นจากการครอบงำของตระกูลเดิมที่เคยเหยียบย่ำ และยืนหยัดได้อย่างสง่างามในฐานะผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่ง "ยอดเยี่ยมมากค่ะ แบบแปลนนี้ไร้ที่ติจริงๆ สมกับที่เป็นวิศวกรมือหนึ่งของอาณาจักร" มิลินเอ่ยชมจากใจจริง ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของชายหนุ่มไว้ "แต่การลงทุนครั้งใหญ่ครั้งนี้... เราต้องใช้เงินทุนมหาศาล และฉันเกรงว่าความเคลื่อนไหวของเราจะไปขัดหูขัดตา 'พวกมัน' ในเมืองหลวงเข้า" รอยยิ้มบนใบหน้าของศิลาเลือนหายไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววระมัดระวัง เขารู้ดีว่าภรรยาคนสวยกำลังหมายถึงใคร ขุนนางฉ้อฉลกลุ่มนั้นที่กำลังตามล่าหาบันทึกความลับที่ซ่อนอยู่ และการที่มิลินประกาศสร้างโรงงานขนาดใหญ่โตย่อมดึงดูดความสนใจของผู้ไม่หวังดีเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น" ศิลาบีบมือบางตอบรับด้วยความหนักแน่น "ผมวางเครือข่ายความปลอดภัยไว้รอบพื้นที่หมดแล้ว อีกอย่าง... ตระกูลศิลาของเราตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความรู้ทางวิศวกรรม แต่เรามีอำนาจต่อรองมากพอที่จะทำให้พวกหมาป่าในเมืองหลวงต้องคิดหนักหากคิดจะมาลองดี" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยความเชื่อใจและความผูกพันลึกซึ้งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบกอดเขาทั้งคู่ไว้ เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวระรัวราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย "คุณหนู! นายท่านใหญ่!แย่แล้วขอรับ!" เสียงของเด็กรับใช้หน้าตาตื่นตระหนกตะโกนลอดเข้ามา มิลินขมวดคิ้วมุ่น นางผุดลุกขึ้นยืนทันที ศิลาเองก็ขยับกายบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งตามสัญชาตญาณการระวังภัย "เกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ พูด" มิลินเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงสุขุม เยือกเย็นตามวิสัย เด็กรับใช้หอบหายใจตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมิลินแข็งค้างในทันที "มีราชสาส์น... ราชสาส์นด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงหน้าเรือนของเราแล้วขอรับ! และคนที่นำมา... คือราชองครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์รัชทายาท!" ดวงตาของมิลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความลับที่นางและศิลาพยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกเปิดเผย หรือว่าการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งนี้ จะไปสะกิดต่อมความสนใจของเบื้องสูงเข้าเสียแล้ว? **[คลิกอ่านตอนถัดไปเพื่อลุ้นว่า ราชสาส์นฉบับนั้นซ่อนประกาศิตประหารหรือโอกาสทอง และบุรุษลึกลับผู้กุมชะตากรรมคนใหม่คือใครกันแน่!]** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และเติบโตไปพร้อมกับความรักและความมุ่งมั่นของมิลินและศิลานะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%