ยาพาราเซตามอลสองเม็ด ยาคลายกล้ามเนื้ออีกหนึ่งแผง และเสียงครางงึมงำราวกับคนกำลังจะขาดใจของ "พี่ก้อง" ไกด์ท้องถิ่นวัยเก๋า คือภาพแรกที่ต้อนรับเราสองคนในล็อบบี้เกสต์เฮาส์เล็กๆ ใกล้ตีนเขา
"ผมว่านะ... ถ้าพี่ก้องยังฝืนนำทางขึ้นไปอีกสองกิโลเมตรข้างหน้า มีหวังพวกเราได้เปลี่ยนทริปจาก 'พิชิตยอดเขาหมอก' เป็น 'แบกหามร่างไกด์ส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน' แน่ๆ ครับ"
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือข้างหนึ่งถือแผนที่กระดาษที่ยับยู่ยี่เพราะผ่านการกางดูมาแล้วนับสบรอบ อีกข้างก็ดันแว่นสายตาขึ้นสันจมูกท่าทางเคร่งเครียดจนคิ้วขมวดเป็นปม
"แล้วนายจะให้ทำยังไงเล่า! ไกด์ล้มป่วยกะทันหันแบบนี้ ทางข้างหน้าก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วหมุดหมายที่เราต้องกางเต็นท์คืนนี้มันอยู่อีกฟากของสันเขาไม่ใช่เหรอ?" ผมหันไปแหวใส่ร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่ง
ใจจริงไม่ได้อยากจะเสียงดังใส่เขาหรอกครับ แต่นี่มันสถานการณ์ฉุกเฉินระดับสิบ แถมประโยคอันตรายจากแชตของ "ธันวา" (คนเก่า คนอดีต หรือใครก็ช่างที่ชื่อพ้องเสียงกันจนน่าปวดหัว) ที่ส่งมาก่อนหน้านี้ มันยังติดค้างอยู่ในหัวผมราวกับหนามยอกอก *“ธันวา... ฝากบอกรินด้วยนะว่าพี่ตามมาถึงเชิงเขาแล้ว เตรียมตัวเคลียร์กันให้จบได้เลย”*
ให้ตายเถอะ! นี่ผมต้องมาเผชิญหน้ากับปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องเส้นทางเดินป่า แถมยังต้องมาลุ้นระทึกว่าแฟนเก่าตัวดีจะโผล่มาเซอร์ไพรส์กลางป่าลึกตอนไหนอีกเหรอเนี่ยชีวิตรินรดา!
"ไกด์ก้องบอกว่า ทางเดินแบ่งเป็นสองเส้นทางครับ" ธันวาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดึงสติผมกลับมาจากห้วงความคิดฟุ้งซ่าน "เส้นทางหลักชันแต่สั้น ผ่านจุดชมวิวที่พี่ก้องคุ้นเคย... กับเส้นทางสำรอง เลาะริมลำธาร อ้อมตีนเขา ใช้เวลาเดินนานกว่าเดิมสองชั่วโมง แต่ปลอดภัยจากลมแรง และไม่มีทางลาดชันอันตราย"
ผมมองหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบเป็นชีวิตจิตใจ ตั้งแต่ออกเดินทางร่วมกันมาหมอนี่วางแผนทุกอย่างเป็นนาที ไm่เคยปล่อยให้มีช่องว่างสำหรับความผิดพลาด... แต่ดูตอนนี้สครับ ร่างสูงในชุดเดินป่าเต็มยศกำลังยืนพินิจพิเคราะห์แผนที่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แววตาคมคายคู่นั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มีแต่ความแน่วแน่ที่ทำเอาคนมองแอบใจเต้นแปลกๆ
"แล้วนายจะเลือกทางไหน?" ผมถามเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าเป็นตามแผนเดิมของผม ผมจะเลือกทางหลักเพื่อทำเวลา..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาผม นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนจะมุมปากจะยกยิ้มขึ้นนิดๆ "แต่ในเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน... ผมคิดว่าเราควรเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับคนซุ่มซ่ามที่ชอบเดินสะดุดรากไม้แถวนี้ครับ"
"นี่! ใครซุ่มซ่ามไม่ทราบยะ!" ผมแยกเขี้ยวใส่ทันทีตามสัญชาตญาณ "วันนั้นฉันแค่สะดุดก้อนหินต่างหากเล่า ไม่ได้ซุ่มซ่ามสักหน่อย!"
"ครับๆ ก้อนหินมันคงแอบวิ่งมาตัดหน้าคุณเองแหละครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ ชนิดที่ถ้ามีไม้แถวนี้ผมคงเอาฟาดกบาลเขาไปสักทีสองทีแล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ... รอยยิ้มมุมปากกับแววตาที่ฉายแววเอ็นดูระคนขบขันนั้น มันดันทำให้หัวใจเจ้ากรรมของผมเต้นผิดจังหวะเสียได้
เราจัดการฝากสัมภาระส่วนเกินไว้กับเกสต์เฮาส์ จัดกระเป๋าเป้ใบย่อมที่มีเฉพาะสิ่งจำเป็น น้ำดื่ม อาหารแห้ง และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ก่อนจะก้าวเข้าสู่เขตป่าดิบชื้นที่ถูกปกคลุมด้วยไอหมอกหนาทึบ
การเดินทางอย่างไร้ไกด์นำทางไม่ใช่เรื่องสนุกเลยครับ แม้ธันวาจะพยายามทำหน้าที่แทนอย่างแข็งขัน คอยกิ่งไม้ที่ขวางทาง คอยเตือนให้ระวังพื้นลื่น และคอยหันมาเช็กระยะห่างอยู่ตลอดเวลา แต่บรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบจนได้ยินแต่เสียงฝีเท้าและเสียงสายน้ำไหล ก็อดทำให้ความรู้สึกหวาดหวั่นลึกๆ แล่นริ้วขึ้นมาไม่ได้
โดยเฉพาะ... เมื่อข้อความในโทรศัพท์มือถือที่ควรจะไม่มีสัญญาณ กลับสั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต
*Rrrrr...*
ผมชะงักฝีเท้า ธันวาที่เดินนำอยู่ข้างหน้าหันกลับมามองด้วยความสงสัย "มีอะไรหรือเปล่าริน?"
ผมส่ายหัวดล ขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ มือสั่นเทาคว Iถิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูหน้าจอ ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตที่แสดงผลสัญญาณอ่อนๆ แต่โหลดข้อความล่าสุดสำเร็จ
*[ข้อความจาก: พี่ธันวา (แฟนเก่า)]*
*"ริน... พี่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ทางขึ้นเขามีทางเดียว พี่กำลังเดินตามขึ้นไปนะ รอพี่ก่อน"*
ลมหายใจของผมสะดุดกึก โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ความทรงจำอันเลวร้ายจากการถูกหักหลังและทิ้งให้เผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวเมื่ออดีต พรั่งพรูเข้ามาโจมตีหัวใจจนเจ็บแปลบ
"ริน หน้าซีดมากเลย เป็นอะไรหรือเปล่า?" ธันวาปราดเข้ามาประชิดตัวในพริบตา มือหนาเอื้อมมาแตะหน้าผากผมเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาตัดกับความเย็นเฉียบของอากาศรอบตัวอย่างสิ้นเชิง "ไม่สบายตรงไหน ไข้ออกเหรอ?"
"เปล่า..." ผมฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่มือยังกำโทรศัพท์แน่นจนข้อต่องอขาว "แค่... เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าผมราวกับพยายามจะอ่านความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบคาอยู่
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงทันที เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ฟังดูน่ากลัวขึ้นมาถนัดตา
ธันวาชะงักไปชั่ววินาที แววตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความกวนประสาทแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งลึกที่อ่านไม่ออก เขากลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟัน
"ข้อความจาก... เขาคนนั้นเหรอครับ?"
ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกสับสนระคนตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็นเร็วขนาดนี้ และไม่รู้เลยว่าควรจะตอบคำถามนั้นอย่างไร
ก่อนที่ผมจะทันได้อ้าปากแก้ตัว ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงกิ่งไม้หักดังกรอบแกรบ ก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลังเรา ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร!
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวพ้นแนวหมอกออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมายังเราสองคน
"เจอตัวสักที... ริน" เสียงทุ้มต่ำเอמהทักทายขึ้น พร้อมกับที่ธันวา (ตัวจริงเสียงจริงของผมในตอนนี้) ขยับตัวก้าวมาบังหน้าผมไว้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องคุ้มครองฉายชัดในแววตาคู่นั้นอย่างไม่มีปิดบัง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสร้างรอยยิ้มไปด้วยกันในทุกๆ โค้งถนนนะครับ
ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน•ตอนที่ 11
อุปสรรคชิ้นโต
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!