"ถอยไปก่อน! ผมบอกให้ถอยไปไงครับ คุณรินรดา!"
เสียงธันวาดังลั่น ท่ามกลางความชุลมุนของการเผชิญหน้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่พยายามจะเข้ามาดึงตัวรินรดาออกไปจากพื้นที่ตลาดเก่าแห่งนี้ แรงกระชากจากฝั่งตรงข้ามทำให้รินรดาเสียหลักล้มลงจนเข่ากระแทกกับพื้นคอนกรีตอย่างจัง
"โอ๊ย!"
เสียงร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดทำเอาคนตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ใช่อาการตกใจที่ทำให้ธันวาขยับตัวไวกว่าความคิด เขาพุ่งตัวเข้าไประหว่างรินรดากับกลุ่มคนเหล่านั้น มือหนาคว้าท่อนเหล็กเก่าๆ ที่วางอยู่ข้างทางขึ้นมาถือไว้ในท่าเตรียมพร้อม ก่อนจะหันไปตวาดด้วยสายตาที่ดุดันจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดออกไปเพราะสัมผัสได้ถึงรังสีความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเนี้ยบๆ ของสถาปนิกหนุ่ม
เมื่อเหตุการณ์สงบลงจนเหลือเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ ธันวารีบหันกลับมาหาคนที่นั่งอยู่บนพื้นทันที ความเนี้ยบที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มที่กำลังตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
"ริน! เป็นไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนมากไหม" เขาคุกเข่าลงข้างๆ มือไม้สั่นนิดๆ ขณะเอื้อมไปประคองแขนเธอ
"เจ็บเข่าค่ะ... เอ้ย เจ็บเข่าครับ เอ้ย ไม่ใช่สิ เจ็บเข่าน่ะ!" รินรดาหน้าเหยเก พยายามจะขยับตัวแต่ความเจ็บที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้ต้องทรุดลงไปนั่งเหมือนเดิม "โอ๊ย... มันน่าจะถลอกหนักอยู่นะ"
ธันวาไม่รอช้า เขาคว้ากระเป๋าเป้ของเขามาวาง แล้วหยิบขวดน้ำสะอาดพร้อมผ้าเช็ดหน้าออกมาอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเขามีความอ่อนโยนฉายชัดจนรินรดารู้สึกใจสั่นแบบแปลกๆ นี่ไม่ใช่ธันวาคนเจ้าระเบียบที่ชอบบ่นเรื่องแผนการเดินทางพังไม่เป็นท่า แต่เป็นธันวาคนที่ดูจะลนลานเพราะความห่วงใยเธอแท้ๆ
"อยู่นิ่งๆ นะครับ อย่าเพิ่งขยับ" เขาสั่งเสียงนุ่ม ก่อนจะค่อยๆ พับขากางเกงยีนส์ของเธอขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลถลอกที่เลือดซึมออกมาเล็กน้อย
"คุณธัน... ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง เดี๋ยวฉันทำเอง"
"เงียบไปเลยครับ" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาดุแต่มันกลับเต็มไปด้วยความห่วงใย "ถ้าคุณดูแลตัวเองดี ผมคงไม่ต้องมานั่งทำแผลให้กลางตลาดแบบนี้หรอกนะ ครั้งหน้าหัดอยู่ข้างหลังผมบ้าง อย่าซ่าให้มากนักครับ ผมหัวใจจะวายตายอยู่แล้ว"
คำพูดนั้นทำเอารินรดาถึงกับไปไม่เป็น เธอได้แต่เม้มปากมองมือหนาที่กำลังเช็ดแผลให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วเขาสัมผัสผิวเธอมันแผ่ความร้อนวูบวาบไปทั่วหัวใจ คนอย่างธันวาเนี่ยนะจะดูแลคนอื่นได้ดีขนาดนี้? ปกติเห็นแต่สั่งงานนั่นนี่ ไม่ยักรู้ว่าเวลาอ่อนโยนแล้วจะทำลายล้างความรู้สึกคนฟังได้ขนาดนี้
"ขอบคุณนะ..." เธอพึมพำเบาๆ
ธันวาชะงักมือไปครู่หนึ่ง เขาสบตาเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนรินรดาต้องเบือนหน้าหนี "ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ... แค่รู้ไว้ว่าผมไม่ชอบเห็นคุณเจ็บตัวแบบนี้ก็พอ มัน... ใจไม่ดีเลยครับ"
บรรยากาศรอบข้างที่เคยอึกทึกกลับเงียบสงัดลงในความรู้สึกของทั้งคู่ เสียงแชตในมือถือของธันวาดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วหน้าถอดสีทันที
"ริน... มีคนส่งข้อความมา" ธันวาเอ่ยเสียงเครียด "เขาบอกว่ารู้พิกัดที่เราอยู่แล้ว และเขากำลังมา... ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย"
รินรดาเบิกตากว้าง ความเจ็บที่เข่าดูเหมือนจะมลายหายไปในพริบตาเมื่อรู้ว่าภัยเงียบยังไม่จบเพียงเท่านี้ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ถามอะไร ธันวาก็ยื่นโทรศัพท์ให้เธอเห็นข้อความสุดท้ายที่เด้งขึ้นมา
*‘ไม่ต้องห่วงหรอกธันวา... เราไม่ได้มาเพื่อจะทำร้ายรินรดา แต่เรามาเพื่อจะพาตัวคนที่เธอ‘รักที่สุด’ไปจากทริปนี้ต่างหากล่ะ’*
ธันวาหน้าซีดเผือด เขากดส่งข้อความกลับไปว่า ‘อย่าแตะต้องรินเด็ดขาด!’ แต่ทว่า... นิ้วของเขากลับพลาดไปกดยกเลิกข้อความนั้นทิ้งไม่ทัน แถมในวินาทีที่เขากำลังจะพิมพ์ใหม่ เสียงฝีเท้าของคนหลายสิบคนก็ดังล้อมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น คนที่รินรดาคิดว่าไม่มีวันจะเจอในทริปนี้
"ไม่คิดเลยว่า... จะได้เจอกันในสภาพน่าสมเพชแบบนี้ ธันวา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ แบกเป้ท่องโลกสัญญาว่าจะพาไปลุ้นต่อในตอนหน้าครับ
ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน•ตอนที่ 12
ช่วยด้วย ใจไม่ดีแล้ว
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!